Print Page | Close Window

รังนก

Printed from: สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
Topic URL: http://www.uniserv.buu.ac.th/topic.asp?TOPIC_ID=4842
Printed on: 30 May 2020

Topic:


Topic author: admin
Subject: รังนก
Posted on: 23 Sep 2011 10:16:06
Message:

ปีงบประมาณ 2554

รังนก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพ ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น โดยการรับประทานอาหารเสริมหรืออาหารบำรุงสุภาพ ในบรรดาอาหารบำรุงสุขภาพนั้น รังนกหรือเครื่องดื่มรังนกจัดเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่นิยมกันแพร่หลายและมีราคาแพงมาก โดยเฉพาะในเทศกาลสำคัญหรือวันสำคัญต่างๆ เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพชนิดนี้มักถูกซื้อหาและนำมาจัดหรือตกแต่งให้เป็นของขวัญชิ้นสำคัญสำหรับคนใกล้ชิดหรือญาติผู้ใหญ่ที่รักและเคารพหรือบุคคลสำคัญที่เคารพนับถือ ท่านทราบหรือไม่ค่ะว่า รังนกที่เรารู้จักเหล่านี้คืออะไร มีที่มาจากไหน ทำไมรังนกจึงมีราคาแพง และมีวิธีง่ายๆ ในการตรวจดูรังนกแท้หรือปลอมอย่างไร
          “รังนก” ถูกให้ฉายาว่า “คาร์เวียแห่งโลกตะวันออก” เนื่องจาก จัดเป็นหนึ่งในบรรดาอาหารที่ได้รับการยกย่องว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีรสชาติดี และเนื่องจาก รังนกนั้นเป็นผลผลิตทางธรรมชาติที่มีเฉพาะบางแหล่งเท่านั้น รวมทั้งความยากลำบากในการเข้าไปเก็บรังนกและกรรมวิธีการทำความสะอาดรังนก ทำให้รังนกนั้นมีราคาแพงมาก ดังนั้นในบางครั้งจึงให้ฉายารังนกอีกอย่างหนึ่งว่า “ทองคำขาวแห่งท้องทะเล” นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า รังนกนั้นมีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรคทางเดินหายใจ ละลายเสมหะ บำรุงปอด บำรุงเลือด และบำรุงพลังทางเพศ
          รังนกเป็นผลผลิตจากน้ำลายของนกนางแอ่นทะเลหรือนกแอ่นกินรัง (edible-nest swiflet) ที่สำรอกออกมาเพื่อสร้างเป็นรังสำหรับรองรับไข่ นกนางแอ่นทะเลนี้เป็นคนละชนิดกับนกนางแอ่นบกหรือนกนางแอ่นบ้าน (barn swallow) ที่พบเกาะอยู่ตามสายไฟ ซึ่งเป็นนกที่ย้ายถิ่นหนีอากาศหนาวมาจากประเทศจีนและสร้างรังด้วยเศษหญ้าและโคลน นกนางแอ่นทะเลเป็นนกที่มีขนาดเล็ก มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 9-15 เซนติเมตร หนักประมาณ 15 – 18 กรัม พบอาศัยตามถ้ำในเกาะต่างๆ ริมชายฝั่งทะเล มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า แอโรดรามัส ฟูซิฟากัส (Aerodramus fuciphagus) แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์ใหญ่ๆ คือ นกนางแอ่นขาวและนกนางแอ่นดำ โดยทั่วไป นกชนิดนี้สามารถบินโดยไม่หยุดพักได้นานถึง 40 ชั่วโมง โดยมีความเร็วเฉลี่ยสูงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาหารของนก คือแมลงที่บินอยู่ทั่วไปในอากาศและตามผิวน้ำ รังของนกมีรูปร่างคล้ายชามโคม มีสีขาว สีเหลืองอ่อนและสีแดงขึ้นอยู่กับแหล่งที่อยู่อาศัยของนก สำหรับในประเทศไทยนั้น พบนกนางแอ่นทะเลทั้งสิ้นสามชนิด คือ นกแอ่นกินรัง นกแอ่นกินรังตะโพกขาว และนกแอ่นหางสี่เหลี่ยมหรือนกแอ่นรังดำ นกนางแอ่นสองชนิดแรกนั้น จะให้รังนกสีขาว ส่วนชนิดหลัง จะให้รังสีดำ
          รังนกที่มีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทยอยู่ในภาคใต้ ตามเกาะแก่งต่างๆ ที่มีโพรงถ้ำ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปถึงจังหวัดสตูล เช่น บริเวณอุทยานชุมชนเกาะไข่ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร และบริเวณเกาะสี่ เกาะห้า ซึ่งเป็นหมู่เกาะหินปูนอยู่ในทะเลสาบสงขลา เป็นต้น รังนกที่เก็บได้มีลักษณะที่ขาวสะอาดและมีขนาดใหญ่ การเก็บรังนกนั้น ผู้เก็บจะใช้พะองไม้ไผ่เป็นอุปกรณ์สำหรับไต่ขึ้นไปเก็บรังนกตามผนังและเพดานถ้ำ แล้วใช้เครื่องมือเก็บรังนก ซึ่งส่วนปลายมีลักษณะเป็นมีดทำด้วยโลหะ ส่วนโคนมีเทียนไขสำหรับจุดเพื่อให้แสงสว่างสำหรับส่องหารังนกในถ้ำ ในแต่ละปีจะมีการเก็บรังนก 3 ครั้ง ครั้งแรกอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จากนั้นจะทิ้งช่วงประมาณ 1 เดือน เพื่อให้นกทำรังเป็นครั้งที่ 2 แล้วจึงเก็บ และเว้นช่วงไปอีกประมาณ 3 เดือน เพื่อให้แม่นกวางไข่และลูกนกฟักออกมาเป็นตัวจนแข็งแรงพอจะบินออกไปหาอาหารได้ จึงเก็บรังนกเป็นครั้งที่ 3 การเก็บรังนกแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 15-20 วัน รังนกที่เก็บได้นั้นจะมีการคัดแยกระหว่างรังที่มีขนาดใหญ่และสวย และรังเล็ก รวมทั้งแยกรังสีขาว รังสีแดง (เป็นรังนกที่เก็บได้จากการทำรังครั้งที่สองและครั้งที่สาม) และรังสีดำ (รังของนกนางแอ่นสีดำ) ปัจจุบันผู้ที่มีสิทธิ์เก็บรังนกได้ ต้องได้รับสัมปทานเท่านั้น ผู้รับสัมปทานรังนกจะต้องไม่รบกวนนกมากเกินไป ต้องดูแลรักษาและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมบริเวณที่นกอาศัยอยู่อย่างดี
          จากการที่รังนกเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีคุณค่า หายาก และมีราคาแพงมาก กอรปกับปัจจุบันรังนกนางแอ่นจากธรรมชาติเริ่มมีปริมาณน้อยลง ดังนั้นจึงมีธุรกิจการสร้างบ้านให้นกนางแอ่นเพื่อเก็บรังนก เช่น ทางภาคใต้ที่อำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีการสร้างบ้าน หรืออาคารเพื่อให้นกนางแอ่นเข้ามาอาศัย และเก็บรังนกขายเป็นอาชีพที่ทำรายได้ดีมาก รังนกจากบ้านหรืออาคารมีลักษณะขาวสะอาด แต่ขนาดเล็กกว่ารังนกถ้ำ แต่ในการซื้อขาย ตลาดนิยมรังนกถ้ำมากกว่ารังนกบ้าน จึงขายได้ราคาถูกกว่ารังนกถ้ำ ราคาขายของรังนกแห้งจะมีมูลค่าสูง 35,000-60,000บาทต่อหนึ่งกิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีผู้ฉวยโอกาสผลิตรังนกปลอมขึ้น และจำหน่ายสู่ตลาดในราคาที่ต่ำกว่ารังนกแท้ รังนกปลอมเหล่านี้อาจทำขึ้นจาก “ยางคารายา” ซึ่งเป็นยางจากไม้ยืนต้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย หรืออาจทำมาจากผลของ “ต้นพุงทะลาย” ซึ่งเป็นไม้พุ่มยืนต้น ทั้งสองชนิดเมื่อมาต้มแล้วจะมีลักษณะคล้ายรังนกมาก โดยมีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ แต่สามารถดูดน้ำ ทำให้พองตัวเป็นวุ้นคล้ายรังนก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกซื้อรังนกได้แนะนำการเลือกซื้อรังนกว่า ให้สังเกตุดูเนื้อของรังนกให้ดีโดยใช้แว่นขยายที่ใช้ส่องพระดู ก็อาจพอจำแนกความแตกต่างระหว่างรังนกแท้กับรังนกปลอมได้ โดยรังนกแท้ที่ทำจากน้ำลายของนกนั้นจะมีเศษขนละเอียดของขนนกปะปนอยู่ในเนื้อรังนก เนื่องจากนกต้องใช้เวลาขลุกอยู่กับการสร้างรังนานดังนั้น ถึงแม้ว่าขั้นตอนการแปรรูปรังนกผู้ผลิตสินค้าจะพยายามทำความสะอาดมากเท่าใด ก็ไม่สามารถกำจัดขนละเอียดเหล่านี้ได้
          รังนกเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย เป็นสินค้าส่งออกตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสร้างรายได้นับเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี ดังนั้นชุมชนที่อาศัยอยู่บนเกาะหรือจังหวัดที่มีแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นทะเลเหล่านี้จึงควรร่วมมือกันโดยช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศให้ดีและเหมาะสมเพื่อเป็นแหล่งให้นกนางแอ่นเข้ามาพักพิงอาศัย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับสัมปทานการเก็บรังนกควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาจำนวนประชากรของนกให้ขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนมากขึ้นต่อไป

บรรณานุกรม
เกษม จันทร์คำ (2550) รังนกนางแอ่น: อำนาจ ความขัดแย้ง และความมั่นคง สำนักพิมพ์มหาสารคาม, 304 หน้า
ไขปริศนานกนางแอ่น เข้าได้ถึงจาก http://www.abirdnest.com/index.php?mo=3&art=134588
นกนางแอ่น เข้าได้ถึงจาก http://www.culture.nstru.ac.th/~culturedb/culture.php


สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา : http://www.uniserv.buu.ac.th/

© สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

Close Window