สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 ความเชื่อเรื่องธรณีประตู

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 15 Sep 2010 : 14:49:09
ปีงบประมาณ 2553
ความเชื่อเรื่องธรณีประตู
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดวงกมล อุ่นจิตติ
ภาควิชาสารสนเทศศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง ความเชื่อเรื่องของธรณีประตู ว่าเป็นสิ่งที่ควรนับถือ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองรักษาอยู่ เมื่อจะเข้าประตูจะต้องก้าวข้ามห้ามเหยียบ ความเชื่อนี้ค่อย ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ ความคิดของผู้คนสมัยปัจจุบันกันแล้ว สมัยก่อนผู้เฒ่าผู้แก่จะคอยสอนเรื่องกิริยามารยาทว่าต้องเดินอย่างสุภาพนิ่มนวลทุกก้าวย่างโดย เฉพาะตรงประตูเข้าออก ธรณีประตูจะมีลักษณะเป็นไม้ขวางวางภายในประตู มีรูครกสำหรับเดือยบานประตู และลงลิ่มหรือลงกลอน คำว่า ธรณี หมายถึงโลก หรือแผ่นดิน จึงมีคำที่มักใช้ในเชิงยกย่องว่า แม่พระธรณี ส่วนประตูบ้านหรือประตูเรือนที่สร้างแบบมีธรณีประตู ในบางที่ก็จะเรียกว่า แม่พระธรณีประตู ในศาสนาพราหมณ์มีความเชื่อว่า พระภูมิเจ้าที่จะสถิตทุกแห่ง ทุกที่ของบ้าน เพื่อปกป้องรักษาบ้าน ให้ความร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัย ไม่ให้มีภัยใดมาแผ้วพาน ดังนั้นจึงมีข้อห้ามการเดินเหยียบธรณีประตู แม้ปลายเท้าสัมผัสก็ตาม เพราะธรณีประตูเป็นเสมือนที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นประตูสู่มิติภายในบ้าน
          ตามคติประเพณีแต่เดิมของไทย ธรณีประตูมักจะทาสีดินแดง ถ้าเป็นโบสถ์วิหารหรือปราสาทราชวังมักลงรักสีเดียวกัน เวลาจะเข้าออกจะมีไม้กระดานอีกแผ่นหนึ่งวางทับไว้ สำหรับเมื่อก้าวเข้าออกทางนั้นจะได้ไม่เหยียบธรณีประตู ทำให้พื้นซึ่งทาสีลงรักไว้สวยงามนั้นเสียไป บางความเชื่อถือว่าตรงธรณีประตูมีผีหรือเจ้าที่เจ้าทางเฝ้าประจำคอยรักษาอยู่ ที่เรียกว่า ทวารารักษ์ นายทวารบานประตู หรือพระภูมิประตู ซึ่งพระภูมินั้นมีอยู่ 9 องค์ เช่น พระภูมินา พระภูมิบ้านเรือน พระภูมิประตูและหัวกระได เป็นต้น คนโบราณจึงห้ามเหยียบธรณีประตู หากธรณีประตูมีขนาดใหญ่ก็ก้าวข้ามไม่พ้น นอกจากกระโดดข้าม จึงใช้วิธีพาดไม้เป็นสะพานก่ายเช็ดหน้าประตู แล้วจึงแก้เคล็ดโดยเอาไม้อีกแผ่นหนึ่งทับเสีย ดังนั้นถึงจะเหยียบซึ่งเป็นการแก้ว่าไม่ใช่เหยียบธรณีประตู ยกตัวอย่างในเรื่องสี่แผ่นดินของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่กล่าวถึงความเชื่อในเรื่องนี้ ตอนที่แม่พาพลอยเข้าวังเป็นครั้งแรกว่าที่ประตูวังชั้นในนั้น มีหญิงแก่บ้างสาวบ้างที่เรียกว่าโขลน ทำหน้าที่เฝ้าประตูวัง ใครที่ก้าวข้ามไม่พ้นเผลอเหยียบธรณีประตูก็จะต้องถูกตี หรือต้องกราบขอขมาธรณีประตูนั้น ๆ
          หากพิจารณาขนบธรรมเนียมดังกล่าวในเชิงเหตุและผล จะพบว่าบ้านในสมัยก่อนนิยมทำธรณีประตูเอาไว้หน้าประตูบ้าน เพื่อบ่งบอกถึงอาณาเขตที่เป็นส่วนของภายในบ้านกับภายนอกบ้าน นอกจากนี้ ธรณีประตูยังเป็นเสมือนเขื่อน เพื่อป้องกันฝุ่นละออง น้ำ สัตว์ที่เป็นอันตราย หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่จะเข้าสู่ตัวบ้านอีกด้วย หรือในกรณีหนึ่งที่จำเป็นต้องมีธรณีประตูคือ พื้นที่ด้านหน้าบ้านสูงกว่าตัวบ้าน ธรณีประตูจะช่วยป้องกันน้ำ หรือฝุ่นที่จะพัดเข้ามาในบ้านได้ ที่สำคัญธรณีประตูยังมีประโยชน์ในแง่ที่ช่วยตรึงฝาปะกนไว้กับกรอบประตู นอกจากนี้ บ้านเรือนในสมัยก่อนมักตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำลำคลอง ดังนั้นเพื่อกั้นไม่ให้ทารกหรือเด็กเล็ก ๆ คลานเล่นจนพลัดตกน้ำไป จึงนิยมยกธรณีประตูไว้สูง
          ประเพณีการบวชในพุทธศาสนาก็มีธรรมเนียมการเตือน “นาค” ที่กำลังจะเข้าโบสถ์ว่าอย่าเหยียบธรณีประตู ซึ่งเป็นการเตือนสติว่า นาคกำลังก้าวเข้าสู่อาณาเขตของสงฆ์แล้ว จำเป็นต้องสำรวมและรำลึกถึงสถานภาพของตน การมีธรณีประตูที่โบสถ์หรืออาคารภายในวัดเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการกั้นอาณาเขตที่เป็นของพระสงฆ์ และเป็นการเตือนใจพุทธศาสนิกชนที่กำลังจะเข้าไปทำกิจกรรมในบริเวณนั้นตระหนักถึงการสำรวมกิริยามารยาทเมื่อล่วงเข้าสู่บริเวณดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อจะไม่เป็นการรบกวนพระสงฆ์ที่กำลังปฏิบัติกิจอยู่
          ส่วนธรรมเนียมของชาวตะวันตกที่เกี่ยวกับธรณีประตูก็มีให้เห็นเช่นกัน เช่น การอุ้มเจ้าสาวข้ามธรณีประตู ที่กลายเป็นธรรมเนียมของคู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานกัน ในกรณีนี้ดูเหมือนเป็นการแสดงเพื่อให้คนอื่นรับรู้มากกว่าความจำเป็น ซึ่งอาจสันนิษฐานเหตุที่มาได้สองประการ คือ เป็นการบ่งบอกกิริยาอาการความเต็มใจที่จะต้องเสียความบริสุทธิ์ และเป็นการบอกกล่าวแก่ผู้คนในสังคมว่าเจ้าสาวนั้นได้เป็นภรรยาของเจ้าบ่าวหรือสามีถูกต้องตามจารีตประเพณีแล้วนั่นเอง


แหล่งอ้างอิง
บุญค้ำ ไชยพรหมวงศา. (2545). ตำนานและประเพณีชาวบ้าน. กรุงเทพฯ: อินทรีย์.
พระยาอนุมานราชธน. (2536, เมษายน). คติความเชื่อเก่ยวกับเรือนไทยสมัยก่อน. สยามอารยะ, 2(8), 68-70


สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.09 seconds. Snitz Forums 2000