สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 ตาขี้เกียจ......รักษาได้ไหม ???

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 04 Sep 2012 : 17:34:18
ปีงบประมาณ 2555

ตาขี้เกียจ......รักษาได้ไหม ???
ผศ. ดร.นฤมล ธีระรังสิกุล

กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” วันนี้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาขอเสนอความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ในตอนที่มีชื่อว่า ตาขี้เกียจ...รักษาได้ไหม เชิญท่านรับฟังกันนะคะ
          โรคตาขี้เกียจ เป็นภาวะที่ตาข้างนั้นมีการมองเห็นไม่ดี เนื่องจากการพัฒนาด้านสายตาของข้างนั้นถูกขัดขวางหรือหยุดไป จากสาเหตุทางตาและโรคตาต่าง ๆ โรคตาขี้เกียจเป็นโรคที่ซ่อนอยู่โดยผู้ที่เป็นไม่รู้ตัว เพราะไม่ได้มีอาการแสดงให้เห็นเนื่องจากเมื่อใช้ตามองสองข้างพร้อมกัน ตาข้างที่ดีช่วยทำให้การมองเห็นเหมือนปกติ แต่ถ้าลองปิดตาข้างหนึ่งจะพบว่าข้างที่เป็นตาขี้เกียจมองเห็นมัว ๆ เบลอ ๆ โดยทั่วไปมักเกิดในเด็กอายุก่อน 8-9 ปี โรคตาขี้เกียจสามารถแก้ไขให้สายตากลับคืนมาได้ก่อนอายุ 10 ปี เพราะเป็นช่วงที่เด็กกำลังมีการพัฒนาของระบบการมองเห็น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการผิดปกติของเด็ก เช่น เด็กชอบหยีตา กระพริบตาบ่อย ๆ มองเห็นแต่ของที่อยู่ใกล้ ๆ เดินชนสิ่งต่างๆ มีภาวะตาเข ตาเหล่ ตาโตไม่เท่ากัน และหนังตาปิดลงมามากกว่าปกติ เป็นต้น ควรคิดว่าอาจเป็นอาการผิดปกติด้านสายตา และรีบพาเด็กไปตรวจสายตาจากจักษุแพทย์ ถ้าพบว่าเป็นโรคตาขี้เกียจ จะได้รีบแก้ไขสาเหตุนั้น ๆ และรักษาทันทีหรือเร็วที่สุด จะช่วยให้ตาของเด็กมองเห็นได้ดีเท่ากันทั้งสองตาในภายหลัง
          การรักษาโรคตาขี้เกียจ เป็นการกระตุ้นการส่งสัญญาณประสาทไปยังศูนย์การมองเห็นในสมอง วัตถุประสงค์ในการรักษาเพื่อกระตุ้นให้ตามีสายตาที่ปกติ ดังนั้นจักษุแพทย์จำเป็นต้องวินิจฉัย ประเมินความรุนแรงของโรค และวางแผนการรักษาพร้อมทั้งอธิบายให้ผู้ป่วยและผู้ปกครองให้เข้าใจตรงกันรวม ถึงผลดีผลเสียในการรักษา การรักษามี ดังนี้
          1. กำจัดสาเหตุ ที่ทำให้เกิดตาขี้เกียจ เช่น ถ้าตาขี้เกียจเกิดจากตาเหล่ แก้ไขโดยแพทย์ผ่าตัด ถ้าตาขี้เกียจเกิดจากต้อกระจก แพทย์ก็อาจผ่าตัดลอกต้อกระจกออก หรือถ้าเด็กหนังตาตกก็ทำการผ่าตัดแก้ไขหนังตาตก เพื่อให้เด็กได้ใช้ตาข้างนั้นมอง และถ้าเด็กมีปัญหาสายตาสั้น หรือสายตายาวไม่เท่ากันมากๆ ก็อาจแก้ไขด้วยการใช้แว่น เพื่อให้ทั้งสองตาเห็นชัดเท่า ๆ หรือใกล้เคียงกัน เด็กจะได้ใช้ตาทั้งสองข้าง เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามสาเหตุที่เกิดจากโรคเส้นประสาทตาฝ่อ รักษาได้ยากหรือรักษาไม่ได้เลย
          2. กระตุ้นให้เด็กใช้ตาข้างที่เป็นมองมากขึ้น มี 2 วิธี คือ - วิธีแรกโดย การปิดตาข้างที่ดี เพื่อกระตุ้นให้ตาข้างที่ขี้เกียจได้ทำงานบ้าง เมื่อใช้ตามองสิ่งต่างๆ มากเท่าไรก็จะทำให้ประสาทในการรับภาพทำงานดีมากขึ้นจนเป็นปกติ การปิดตาเด็กเริ่มตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 9 ปี ซึ่งจักษุแพทย์จะเป็นผู้แนะนำระยะเวลาในการปิดตาของเด็กแต่ละราย โดยปกติมักปิดตา 1 สัปดาห์ต่ออายุเด็ก 1 ปี เช่น เด็กอายุ 2 ปี ปิดตาข้างดี 2 สัปดาห์ ระหว่างที่ปิดตาก็ต้องคอยตรวจสายตาของตาข้างที่ปิดไว้เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะตาขี้เกียจได้ นอกจากนั้นการปิดตาจะต้องได้รับความร่วมมือจากคุณพ่อคุณแม่เนื่องจากเด็กมักไม่ค่อยยอมให้ปิดตา
          - วิธีที่สอง โดยการหยอดยาตาข้างที่ดีให้มัวลง เป็นการมัวแบบชั่วคราวไม่ใช่มัวแบบถาวร นานตามเวลาที่ยาออกฤทธิ์ โดยใช้ยาอะโทรปีน (Atropine) เพื่อทำให้ตาข้างที่ดีมัว และกระตุ้นให้มีการใช้ตาข้างที่เป็นตาขี้เกียจ
          จากหลายการศึกษาวิจัยพบว่าวิธีการรักษาโดยการปิดตาและการหยอดตาข้างที่ดีให้มัวลง เป็นการรักษาที่ได้ผลดี การใช้ทั้งสองวิธีนี้ต้องใช้ในขณะที่เด็กทำกิจกรรมที่เด็กสนใจ จึงจะทำให้มีการใช้สายตา เช่น การเขียน และการวาดภาพ เป็นต้น
          3. บำบัดสายตา เป็นการฟื้นฟูตาขี้เกียจด้วยการใช้เครื่องมือฝึกกล้ามเนื้อตา และโปรแกรมการฝึกบริหารกล้ามเนื้อตาด้วยคอมพิวเตอร์
          การรักษาโรคนี้จะต้องใช้เวลา และแม้ว่าการรักษาเด็กอายุ 10 ปีไปแล้วจะได้ผลน้อย แต่ผลจากการศึกษาวิจัย ยังพบว่าสามารถพัฒนาการมองเห็นได้บ้าง ส่วนวัยรุ่นการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคตาขี้เกียจ ความสำเร็จของการดูแล รักษาเด็กที่เป็นโรคตาขี้เกียจ ค่อนข้างซับซ้อน ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งจักษุแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ ตัวเด็ก ผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ครู ให้เข้าใจตรงกันและช่วยกันรักษา รวมทั้งคอยให้กำลังใจสนับสนุน และส่งเสริมให้เด็กใส่แว่นหรือปิดตา เพื่อให้สายตากลับมามองเห็นได้ชัดเจนเป็นปกติ และไม่เป็นตาขี้เกียจต่อไป สวัสดีค่ะ

บรรณานุกรม
โกศล คำพิทักษ์. Amblyopia. เข้าถึงข้อมูลวันที่ 22 พฤษภาคม 2555, ที่ http://www.doctor.or.th/clinic/detail/8133
ณวัฒน์ วัฒนชัย. (2555). โรคตาขี้เกียจ (Amblyopia). เข้าถึงข้อมูลวันที่ 22 พฤษภาคม 2555, ที่ http://www.thaiclinic.com/medbible/amblyopia.html
วรวุฒิ เจริญศิริ. (2555). เคยเป็นรึเปล่า โรค ตาขี้เกียจ. เข้าถึงข้อมูลวันที่ 22 พฤษภาคม 2555, ที่ http://www.dek-d.com/board/view.php?id=930695
อภัทรสา เล็กสกุล. (2555). โรคตาขี้เกียจ ตัวร้ายที่ต้องกำจัด. เข้าถึงข้อมูลวันที่ 22 พฤษภาคม 2555, ที่ http://variety.teenee.com/science/13787.html
DoshiI, N. R., & Rodriguez, M. L. F. (2007). Amblyopia. American Family Physician, 75(2), 361-367.
Suttle, C. M. (2010). Active treatments for amblyopia: A review of the methodsand evidence base. Clinical and Experimental Optometry, 93(5), 287–299


สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.09 seconds. Snitz Forums 2000