สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 กระเจี๊ยบแดง...แรงฤทธิ์

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 04 Sep 2012 : 17:38:51
ปีงบประมาณ 2555

กระเจี๊ยบแดง...แรงฤทธิ์
ผศ.ดร.นิภาวรรณ สามารถกิจ

กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังรายการ สุขภาพดี – ชีวีมีสุข ทุกท่าน วันนี้ทางรายการ ขอนำเสนอเรื่อง “กระเจี๊ยบแดง.....แรงฤทธิ์” จากชื่อเรื่อง ท่านผู้ฟังคงมีคำถามในใจแล้วใช่ไหมคะ ว่ากระเจี๊ยบแดง เขาแรงฤทธิ์อย่างไร กระเจี๊ยบแดงจัดเป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์มากมายทั้งในการใช้เป็นเครื่องดื่มและสมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสรรพคุณของกระเจี๊ยบแดงกันค่ะ
          ต้นกระเจี๊ยบเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก เป็นพืชล้มลุก มีอายุอยู่ได้ 1 ปี ลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ดอกมีสีชมพูตรงกลางดอก มีสีเข้มกว่าส่วนนอก ดอกจะออกบริเวณง่ามใบ ก้านดอกสั้น กลีบรองดอกจะมีลักษณะเป็นปลายแหลมมีประมาณ 8-12 กลีบ ส่วนกลีบเลี้ยงดอก มีสีแดงเข้ม แผ่ขยายติดกัน ห่อหุ้มเมล็ดไว้ กระเจี๊ยบเป็นพืชที่ใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ปลูกง่าย ขึ้นได้ดีทั้งในดินที่ร่วนซุยและดินเหนียวที่อุ้มน้ำ
          สรรพคุณทางยาของกระเจี๊ยบแดงมีมากมายและใช้ได้หลายส่วน ทั้งในส่วนที่เป็นใบ ผล เมล็ด และ ดอก ใบกระเจี๊ยบ มีรสเปรี้ยว นำมาแกง หรือ ต้ม เพื่อบริโภค มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร แก้ไอ ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ หล่อลื่นลำไส้ เป็น ยาระบาย และใช้รักษาโรคพยาธิตัวจี๊ด ใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา อีกทั้งใบมีสรรพคุณสำหรับใช้ภายนอกร่างกายได้ โดยนำเอาใบมาล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียด แล้วนำมาประคบฝี หรือ ต้มใบแล้วเอาน้ำมาล้างแผล
          ดอกกระเจี๊ยบใช้รักษาโรคนิ่วในไต โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ อาการขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด ขับเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก ผลกระเจี๊ยบช่วยลดไขมันในเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ส่วนเมล็ดจะใช้เมล็ดที่แห้ง มาบดให้ละเอียดเป็นผง นำมาชงกับน้ำร้อน หรือ ต้มน้ำดื่ม มีสรรพคุณ ช่วยลดไขมันในเลือด บำรุงเลือด ขับน้ำดี ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัด และเป็นยาระบาย
          ส่วนที่นำมาใช้มากที่สุดของกระเจี๊ยบแดงคือ กลีบเลี้ยงของดอกหรือฐานรองดอก ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกว่า ดอกกระเจี๊ยบ แต่จริง ๆ แล้วเป็นกลีบเลี้ยงค่ะ ส่วนนี้อุดมไปด้วยสารแอนโทรไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กระเจี๊ยบมีสีแดง และเป็นกลุ่มเดียวกับที่พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แต่ประโยชน์ของกระเจี๊ยบเหนือกว่าหลายเท่าตัวนัก ดอกกระเจี๊ยบ มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ป้องกันตับจากการถูกทำลาย ลดไขมันในเส้นเลือด คือ ทำให้คลอเลสเตอรอล
          ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ในเลือดลดลง แต่เพิ่มไขมันชนิดดี (HDL) ทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ช่วยลดน้ำหนัก มีฤทธิ์ทำให้ปัสสาวะเป็นกรด จึงช่วยฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะ รักษาอาการปัสสาวะขัด มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ ใช้ต้านเชื้อที่ก่อให้เกิดอุจจาระร่วง มีฤทธิ์ช่วยขับกรดยูริก ป้องกันนิ่วในทางเดินปัสสาวะ มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันโลหิต มีฤทธิ์เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับและช่วยย่อยอาหาร กลีบเลี้ยงของดอกกระเจี๊ยบ ประกอบไปด้วยสารแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน นอกจากนี้กลีบเลี้ยงของดอกกระเจี๊ยบ ยังมีวิตะมินเอ ช่วยบำรุงสายตา มีวิตะมินซี และ กรดซิตริก ทำให้มีรสเปรี้ยว ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ทำให้ร่างกายสดชื่น
          ฟังสรรพคุณของกระเจี๊ยบแดงแล้วท่านผู้ฟังอาจจะเกิดคำถามใช่ไหมคะว่าจริงหรือไม่และจะต้องรับประทานอย่างไรจึงจะได้ผล ค่ะมีการศึกษาที่ยืนยันว่ากระเจี๊ยบมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ เพราะทำให้ปัสสาวะเป็นกรด จึงช่วยฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ นอกจากนี้กลีบเลี้ยงของดอกกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ มีรายงานการใช้กระเจี๊ยบแดงรักษาอาการปัสสาวะขัด โดยใช้ผงจากกลีบเลี้ยงของดอกกระเจี๊ยบแดงตากแห้งครั้งละ 1 ช้อนชา ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย ประมาณ 250 ซี.ซี. ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาและอาการอื่นๆ จะหายไป
          จากฟังสรรพคุณข้างต้น มีข้อมูลที่แสดงว่ากระเจี๊ยบแดงเขามีฤทธ์มากอยู่นะคะ ดังนั้นเราจึงควรพิจารณาให้กระเจี๊ยบแดงเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของเรา ในชีวิตประจำวัน โดยนำกลีบเลี้ยงมาทำเป็นเครื่องดื่ม ทำเป็นแยม นำใบอ่อนมาใช้แกงส้ม จะได้แกงส้มที่มีรสเปรี้ยวกำลังดี หรือนำใบมารับประทานเป็นผักสดก็ได้ค่ะ วิธีการรับประทานที่นิยม คือการนำเอากลีบเลี้ยงมาต้ม ใส่น้ำตาลตามชอบ จะได้น้ำกระเจี๊ยบสดที่มีรสเปรี้ยว ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ หรือนำเอากลีบเลี้ยงไปตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ชงน้ำร้อนหรือต้มน้ำเป็นเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสีอาหารหรือขนมต่าง ๆได้อีกด้วย
          ทางรายการจึงคาดหวังว่าการมีความรู้เกี่ยวกับฤทธิ์และวิธีนำกระเจี๊ยบมาใช้ จะเป็นแนวทางให้ท่านผู้ฟังนำไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองให้ดียิ่งขึ้นนะคะ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไป สวัสดีค่ะ

เอกสารอ้างอิง
กระเจี๊ยบแดง-สรรพคุณสมุนไพร200 ชนิด. วันที่สืบค้น 28 พฤษภาคม 2555, เข้าถึงข้อมูลได้ที่ http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_30_4.htm
กระเจี๊ยบแดง. วันที่สืบค้น 28 พฤษภาคม 2555, เข้าถึงข้อมูลได้ที่
http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/hibiscus.html
กระเจี๊ยบแดงคู่แข่งเบอร์รี่. วันที่สืบค้น 28 พฤษภาคม 2555, เข้าถึงข้อมูลได้ที่ http://www.women.thaiza.com
วีระสิงห์ เมื่องมั่น กฤษฎา รัตนโอฬาร.(1984). การใช้สมุนไพรในโรคระบบปัสสาวะ. Thai J Urology; 8:7.


สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.02 seconds. Snitz Forums 2000