สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 รังสียูวีและการใช้ประโยชน์จากรังสียูวี

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 02 May 2019 : 13:12:19
ปีงบประมาณ 2562


รังสียูวีและการใช้ประโยชน์จากรังสียูวี
ฐานวีร์ โชติจารุสวัสดิ์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         รังสียูวีหรือรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่มีความยาวคลื่นตั้งแต่ 10 นาโนเมตรจนถึง 400 นาโนเมตร รังสียูวีสามารถแบ่งออกได้เป็น 10 ช่วงความยาวคลื่นตามมาตรฐาน ISO21348 แต่รังสียูวีที่เราคุ้นเคยและมีการนำมาใช้ประโยชน์มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 100 ถึง 400 นาโนเมตร คือ ยูวีเอ (UVA) มีความยาวคลื่น 315 - 400 นาโนเมตร ยูวีบี (UVB) มีความยาวคลื่น 280 - 315 นาโนเมตรและยูวีซี (UVC) มีความยาวคลื่น 100 - 280 นาโนเมตร โดยรังสียูวีมี 2 แหล่งกำเนิด แหล่งที่หนึ่งเป็นรังสีธรรมชาติที่มาจากนอกโลกและอีกแหล่งหนึ่งเป็นรังสีที่มนุษย์สร้างขึ้น สำหรับรังสียูวีที่มาจากนอกโลกนั้น ส่วนหนึ่งจะถูกดูดซับในชั้นบรรยากาศของโลก โดยยูวีซีจะถูกดูดซับไว้โดยชั้นโอโซนและชั้นบรรยากาศของโลก ยูวีบีส่วนใหญ่เกือบ 90% จะถูกดูดซับโดยโอโซน ไอน้ำ ออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะที่ยูวีเอจะไม่ถูกดูดซับโดยชั้นโอโซนเลย ทำให้พื้นผิวโลกได้รับรังสียูวีเอเกือบทั้งหมดและมีรังสียูวีบีอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ปัจจุบันชั้นโอโซนมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จากกิจกรรมของมนุษย์ทำให้รังสียูวีบีผ่านเข้ามายังพื้นผิวโลกมากขึ้นมีผลทำให้โลกร้อนขึ้น และเป็นอันตรายต่อมนุษย์มากขึ้นตามไปด้วย โดยระดับความแรงของรังสียูวีที่พื้นผิวโลกถูกบ่งชี้ด้วยค่าที่เรียกว่า ดัชนียูวี หรือยูวีอินเด็กซ์ (UV Index) โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 11 ระดับ คือ ตั้งแต่ค่าดัชนียูวี 1 - 10 และ 11+ ค่าดัชนี 11+ นี้หมายความถึงดัชนีที่สูงกว่า 11 ขึ้นไปด้วย ซึ่งเคยมีรายงานดัชนียูวีสูงสุดวัด 43.3 ในปี 2003 ที่ภูเขาไฟลิแคนคาเบอร์ของโบลิเวียในอเมริกาใต้ (Bolivia's Licancabur volcano) ซึ่งใกล้เคียงกับระดับยูวีบนพื้นผิวดาวอังคาร ระดับหรือดัชนีที่มีค่าสูงขึ้นนี้ บ่งบอกถึงอันตรายที่จะเกิดกับผิวหนังและดวงตามนุษย์มากขึ้นตามไปด้วย ตามหลักสากลจะใช้สีเพื่อบ่งบอกระดับความแรงของรังสียูวี โดยพิจารณาจากดัชนียูวี แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ ระดับต่ำ (low) หรือสีเขียวมีดัชนียูวีต่ำกว่า 2 ระดับลงไป ระดับกลาง (moderate) หรือสีเหลืองมีดัชนียูวี 3 – 5 ระดับสูง (high) หรือสีส้มมีดัชนียูวี 6 – 7 ระดับสูงมาก (very high)หรือสีแดงมีดัชนียูวี 8 – 10 และระดับสุดจัด (extreme) หรือสีม่วงมีดัชนี11+ หรือสูงกว่า 11 ขึ้นไป ปัจจุบันสมาร์ทโฟนหรือนาฬิการุ่นใหม่ๆ จะมีการฝังเซ็นเซอร์วัดยูวีเพื่อทำการวัดดัชนียูวี ณ ตำแหน่งที่ผู้ใช้งานอยู่ หรือผู้ใช้สมาร์ทโฟนโดยทั่วไปก็สามารถดูได้จากโปรแกรมที่มีการรายงานสภาพภูมิอากาศโดยจะบอกเป็นสัญลักษณ์หรือ UVI ไว้ สำหรับประเทศไทยของเรานั้นก็มีการรายงานผ่านเว็บไซต์ http://ozone.tmd.go.th/UV_index.html ของศูนย์โอโซนและรังสี กลุ่มอุตุนิยมวิทยา โดยเฉลี่ยประเทศไทยจะมีดัชนียูวีที่ 5 - 7 ในฤดูร้อนและฤดูฝน สำหรับช่วงฤดูหนาวปีนี้ดัชนียูวีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10 - 11 ซึ่งอยู่ระดับสูงจัด ซึ่งการระวังและป้องกันอันตรายจากรังสียูวีก็ขึ้นอยู่กับระดับความแรงของรังสี การป้องกันโดยทั่วไปเป็นที่ทราบและปฏิบัติกันอยู่แล้ว เช่น ไม่ควรอยู่ในที่แจ้งหรือรับแสงแดดเป็นเวลานาน สวมเสื้อผ้ามิดชิด สวมหมวก สวมแว่นตากันแดด และทาครีมกันแดด
         ตอนนี้มาทำความรู้จักอีกด้านหนึ่งของรังสียูวีกันบ้าง รังสียูวีทั้งสามช่วงความยาวคลื่น คือ ยูวีเอ ยูวีบีและยูวีซีที่กล่าวมานั้น มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างมากมายในปัจจุบัน ตัวอย่างที่ได้พบเห็นโดยทั่วไป เช่น การใช้ยูวีเอในการตรวจสอบเอกสารสำคัญหรือธนบัตร การผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซล การใช้แสงยูวีในการเคียวริ่ง (curing) หรือการทำให้กาวที่มีลักษณะใสพิเศษเกิดการแข็งตัวซึ่งใช้ในการเคลือบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือวัสดุในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การเคลือบผิวหรือต่อเล็บของสุภาพสตรี รวมถึงการนำกาวประเภทนี้ไปใช้การยึดประกอบตู้เลี้ยงปลา ตู้โชว์ต่างๆ นอกจากนั้น ทางการแพทย์ยังมีการนำไปใช้ในการบำบัดรักษา เช่น แสงในตู้อบเด็กที่คลอดก่อนกำหนด การนำยูวีซีไปใช้ในการฆ่าเชื้อจุลชีพต่างๆ ในน้ำดื่ม รวมทั้งน้ำนมดิบในอุตสาหกรรมการผลิตนม อีกด้านหนึ่งของการใช้ประโยชน์จากรังสียูวีที่หลายท่านอาจไม่รู้ คือการนำไปใช้งานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์โดยใช้รังสียูวีร่วมกับแว่นตานาโน เนื่องจากสารคัดหลั่งต่างๆ จากสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์ อาทิ คราบเลือด คราบน้ำลาย คราบอสุจิ ลายนิ้วมือ รวมทั้งเส้นใยผ้าต่างๆ ก็มีการเรืองแสงเมื่อได้รับแสงยูวีเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น แสงยูวีในธรรมชาติยังมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ต่างๆ ด้วย ทำให้มีการหลอดไฟแสงยูวีเอหรือยูวีบีไปใช้ในการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลานที่มาจากพื้นที่แห้งแล้ง เช่น กิ้งก่า อีกัวน่า งูบางชนิด เป็นต้น
         นอกจากนั้นประโยขน์ต่างๆ ของรังสียูวีที่ได้กล่าวมาแล้ว อีกด้านหนึ่ง นักวิจัยหลายกลุ่มทั่วโลกยังได้พัฒนาความรู้ทางด้านรังสียูวีมาพัฒนาโมเลกุลของสารต่างๆ เพื่อให้เป็นตัวดูดซับแสงยูวี (UV absorber) โดยตัวดูดซับแสงยูวีเป็นโมเลกุลของสารที่ใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมสี ยาง การเคลือบผิว สิ่งทอ โพลีเมอร์ เพื่อให้มีวัสดุหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีคุณสมบัติในการดูดซับแสงยูวี ตัวดูดซับแสงยูวีที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ เบนโซไตรอาโซล (benzotriazole) ออกซานิไลด์ (oxanilides) เบนโซฟีโนน (benzophenones) ไตรอาซีน (triazine) ไฮดรอกซี่เบนโซเอตและฟีนอล (hydroxybenzoate and phenyl) ซิงค์ออกไซด์ (zinc oxide) ไททาเนียมไดออกไซด์ (titanium dioxide) เป็นต้น การใช้สารประกอบนาโนซิลเวอร์และทาไทเนียมเพื่อให้มีสมบัติในการป้องกันรังสียูวีและการเกิดแบคทีเรียในผ้าฝ้าย การใช้ซิงค์ออกไซด์และไททาเนียมไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบสำคัญในครีมกันแดด หรือแม้แต่โลชั่นทาแก้คันที่คุ้นเคยกัน เช่น คาลาไมน์ (Calamine Lotion) นอกจากการพัฒนาสารดูดซับรังสียูวีด้วยวิธีการสังเคราะห์สารทางเคมีแล้ว ปัจจุบันมีการศึกษาและพัฒนาสารที่มีสมบัติในการดูดซับรังสียูวีจากสารที่สกัดจากธรรมชาติเพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น สารสกัดและสีย้อมที่ได้จากชาสีต่าง ๆ เพื่อย้อมผ้าฝ้าย การใช้ขมิ้นชัน (curcumin) และขมิ้นชันปรับเปลี่ยนเพื่อใช้ในการย้อมผ้าไหม การใช้ผลึกนาโนเซลลูโลสปรับปรุงพื้นผิวและเสริมแรงจากเส้นใยเซลลูโลสของไม้ในสภาวะที่เป็นสารละลายสามารถดูดซับรังสียูวีเอและบีได้อย่างดีเยี่ยม การพัฒนาสีย้อมเพื่อใช้ในการดูดซับแสงในเซลแสงอาทิตย์หรือเซ็นเซอร์ยูวี จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด รังสียูวีทั้งที่มีแหล่งกำเนิดจากธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างขึ้นก็ตาม หากศึกษาและทำความรู้จักกับมัน ก็สามารถป้องกันอันตราย และเรียนรู้ที่จะนำมันมาสร้างประโยชน์ได้อย่างมากมาย

แหล่งอ้างอิง
Bonet-Aracil, M.Á., et al., 2016. UV protection from cotton fabrics dyed with different tea extracts. Dyes and Pigments 134: 448 - 452
Courtesy of Space Environment Technologies, ISO 21348 Definitions of Solar Irradiance Spectral Categories. วันที่ค้นข้อมูล 12 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก http://www.spacewx.com/pdf/SET_21348_2004.pdf
Gorjanc, M. and M. Sala, 2016. Durable antibacterial and UV protective properties of cellulose fabric functionalized with Ag/TiO2 nanocomposite during dyeing with reactive dyes. Cellulose 23(3): 2199 - 2209
Hasan Farooqi, M.M. and R.K. Srivastava 2017. Structural, optical and photoconductivity study of ZnO nanoparticles synthesized by annealing of ZnS nanoparticles. Journal of Alloys and Compounds 691: 275 - 286
MGR online, "แว่นตานาโน" จับคราบอาชญากรรม. วันที่ค้นข้อมูล 20 ธันวาคม 2561, เข้าถึงได้จาก https://mgronline.com/science/detail/9500000126675
Oskin, B. Blazing World Record: Strongest UV rays measured in South America. วันที่ค้นข้อมูล 20 ธันวาคม 2561, เข้าถึงได้จาก https://www.livescience.com/46701-andes-highest-uv-index-measured.htmlZhou, Y. and R.-C. Tang, 2016. Modification of curcumin with a reactive UV absorber and its dyeing and functional properties for silk. Dyes and Pigments 134: 203 - 211

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000