สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดีมีสุข
 ไขมันในเลือด

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 28 Feb 2006 : 13:16:20
ปีงบประมาณ 49

ไขมันในเลือด
ภาวนา วิชุมา

        ปัจจุบันพบว่าในเมืองไทยมีผู้ป่วยที่เป็นโรคไขมันเลือดสูงมากขึ้น สาเหตุมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารจานด่วนที่มีไขมันมาก จากการศึกษาในประชากร สหรัฐอเมริกา ที่เมือง Framingham พบว่าภาวะไขมันในเลือดสูงที่เป็น คอเลสเตอรอลในเลือดสูง มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
        ไขมันในเลือดที่มีความสำคัญทางการแพทย์แบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ คอเลสเตอรอล (cholesterol)เป็นไขมันที่มีความสำคัญ เป็นสารต้นกำเนิดของฮอร์โมนหลายชนิด และกรดน้ำดี จึงถือว่าคอเลสเตอรอลเป็นสิ่งจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้ แต่ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดที่สูงกว่าปกติทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและตีบแคบ ซึ่งเป็นสาเหตุของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) ซึ่งจะอยู่ในรูปของโครงสร้างพิเศษที่ขนถ่ายไขมันทั้งสองตัว จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เรียกว่า ไลโปโปรตีน (lipoprotein) มี 4 ชนิด ได้แก่ chylomicron, LDL, HDL และ IDL
        ระดับคอเลสเตอรอลที่ตรวจ ภายหลังอดอาหารอย่างน้อย 12 ชม. และมีค่าเกินกว่า 200 มก./ดล. จัดว่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ
        การศึกษาในกลุ่มประชากร และโรคของเส้นเลือดหัวใจตีบ พบปัจจัยเสี่ยง ที่สนับสนุนให้เกิดภาวะนี้ได้ง่าย ได้แก่
        • ผู้ชายที่อายุเกิน 45 ปี หรือผู้หญิงที่อายุเกิน 55 ปี
        • มีประวัติการเกิดโรคนี้ในครอบครัว
        • การสูบบุหรี่
        • เบาหวาน
        • ความดันเลือดสูง
        • ระดับของ LDL ในเลือดที่มากกว่า 160 มก./ดล.
        • ระดับของ HDL ในเลือดที่น้อยกว่า 35 มก./ดล.
        ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง และพบว่าค่า LDL สูงกว่า 160 มก./ดล.
        1. พยายามรักษาหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบ เช่น ควบคุมความดันเลือดให้ดี, รักษาระดับน้ำตาลมิให้สูงเกินไป, งดบุหรี่เป็นต้น
        2. พยายามลดไขมันในอาหารให้น้อยลง เหลือประมาณไม่เกินร้อยละ 20 ของพลังงานที่ได้รับ
ต่อวัน และควรเป็นไขมันไม่อิ่มตัว (ไขมันจากพืช) มากกว่าไขมันสัตว์
        3. เลี่ยงอาหารที่คอเลสเตอรอลสูง ได้แก่ ไข่แดง, ไข่นกกระทา, เครื่องในสัตว์ เป็นต้น
        4. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยมาก เนื่องจากจะช่วยขัดขวางการย่อยและดูดซึมไขมัน มิให้เข้า
สู่ร่างกาย
        5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน และร่างกายนำไขมันจากเลือดไปใช้ได้ดีขึ้น
        สำหรับผู้ที่ควบคุมอาหารและปฏิบัติตามดังข้างต้น และพบว่าระดับ LDL ในเลือดไม่ลดลงภายในเวลา 3-6 เดือน มีความจำเป็นต้องได้รับยาลดไขมัน โดยระดับ LDL ที่ควรได้รับการรักษาจะมากหรือน้อย ขึ้นกับว่าผู้นั้นมีปัจจัยเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ ควรได้ปฏิบัติตัวอย่างดีไปอย่างน้อย 3-6 เดือน และพบว่าระดับ LDL ลดลงไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงเริ่มรับประทานยาได้ การรับประทานยาลดไขมัน อาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ แม้จะพบไม่บ่อย จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เสมอหวังว่าคงได้รับความกระจ่าง เกี่ยวกับไขมันในเลือดสูง โรคฮิต อีกโรคหนึ่ง ในขณะนี้นะคะ


สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000