สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 ได้เวลาถอดเฝือกแล้วจ้า

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 25 Jul 2006 : 11:04:51
ปีงบประมาณ 49

ได้เวลาถอดเฝือกแล้วจ้า
ผศ.ดารัสนี โพธารส

        สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” วันนี้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ขอเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการรักษาด้วยการเข้าเฝือก ในตอนที่มีชื่อว่า “ได้เวลาถอดเฝือกแล้วจ้า”
        เพื่อนของดิฉันถูกรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนจนล้มลง จนกระดูกข้อเท้าขวาแตก ต้องเข้าเฝือกจากปลายนิ้วเท้าถึงใต้เข่า เกือบ 2 เดือนที่เพื่อนต้องใช้ชีวิตอยู่กับเฝือกข้อเท้า ตั้งตารอคอยวันที่จะถอดเฝือก พอถึงวันนั้น เพื่อนชวนฉันไปโรงพยาบาลด้วยกัน พร้อมความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เอาเฝือกออก ระหว่างเดินทางเพื่อนถามว่า คุณหมอจะถอดเฝือกออกอย่างไร?
        คำตอบมีอยู่ว่า ก่อนตัดเฝือกคุณหมอจะใช้ดินสอขีดเป็นแนวยาว 2 ข้าง ของเฝือกที่จะตัด แล้วใช้เครื่องตัดเฝือกไฟฟ้าซึ่งมีลักษณะเป็นใบเลื่อยกดลงตรงรอยที่ขีดไว้ลึกจนถึงที่ว่างใต้เฝือกแสดงว่าพ้นความหนาของเฝือกแล้ว และเริ่มกดเป็นช่วงๆตลอดแนวเฝือกที่ต้องการตัด เวลาตัดจะมีเสียงดังและมีการหมุนไป-กลับของใบเลื่อย ใบเลื่อยนี้จะตัดเฉพาะส่วนที่แข็ง และจะไม่ตัดส่วนที่นุ่ม ดังนั้นเมื่อตัดเฝือกแล้ว จะใช้เครื่องถ่างเฝือกถ่างเฝือกให้แยกออกจากกันแล้วใช้กรรไกรตัดสำลีให้ขาดออกจากกันอีกครั้งหนึ่ง
        หลังถอดเฝือกระยะแรก ต้องปฏิบัติตนดังนี้
        1. ล้างฟอกผิวหนังบริเวณนั้นด้วยสบู่และน้ำอย่างเบาๆ เพราะผิวหนังบริเวณนี้ยังมีสภาพอ่อนแอ ไม่เช็ดถูอย่างรุนแรงเพราะผิวหนังอาจได้รับอันตรายและกระดูกที่ติดแล้วยังไม่แข็งแรงพออาจหักออกจากกันได้อีก การขจัดคราบเหงื่อไคลให้ง่ายขึ้นควรใช้น้ำมันมะกอกหรือโลชั่นลูบบริเวณผิวหนัง ทิ้งไว้สักครู่แล้วเช็ดตามด้วยน้ำอุ่นกับสบู่อีกครั้งเช็ดให้แห้ง อาจทาน้ำมันหรือโลชั่นอีกครั้งเพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น การทำผิวหนังให้สะอาดอาจใช้เวลานานหลายวัน ไม่ใช้วิธีดึงลอกผิวหนังที่แตกออก ควรปล่อยให้หลุดร่วงไปเองเพราะอาจเกิดแผลถลอกได้ง่าย ไม่ควรนวดผิวหนังบริเวณที่ถอดเฝือกเพราะอาจทำให้กระดูกที่เริ่มติดหลุดออกจากกัน
        2. การใช้งานอวัยวะที่ถอดเฝือกออกแล้ว ควรปฏิบัติดังนี้
                2.1 พันอวัยวะส่วนที่เคยอยู่ในเฝือกด้วยผ้าพันแผลชนิดยืดให้ตลอดความยาวที่เคยอยู่ในเฝือกก่อนเริ่มใช้งาน เป็นการพยุงแขนขาเวลาเคลื่อนไหว ช่วยป้องกันการบวม ไม่พันแน่นจนเกินไปและเวลานอนให้เอาผ้าพันแผลชนิดยืดออก
                2.2 ให้เริ่มเคลื่อนไหวข้อที่ถอดเฝือกทันทีเท่าที่จะทำได้ โดยขยับข้อนั้นอย่างสม่ำเสมอ เป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กลับคืนสภาพเดิมโดยเร็ว
                2.3 ไม่ใช้งานหรือลงน้ำหนักบริเวณอวัยวะส่วนที่เพิ่งถอดเฝือกใหม่ๆอย่างเต็มที่
จนกว่ากล้ามเนื้อจะแข็งแรงดังเดิมหรือจนกว่าคุณหมออนุญาต
                2.4 ถ้ามีอาการบวมหลังเคลื่อนไหวหรือผิวหนังบริเวณมือหรือเท้ามีสีคล้ำหลังจากเดินหรือนั่งห้อยแขนขา ควรยกแขนขาให้สูงกว่าระดับลำตัว โดยวางแขนขาบนหมอนและขยับข้อบริเวณใกล้เคียงเสมอ หากยังไม่ดีขึ้นควรไปพบคุณหมอ
                2.5 ไม่ห้อยแขนขาที่ออกจากเฝือกใหม่ๆเวลานั่ง ให้ยกแขนสูงโดยวางพาดบนหมอนหรือบนโต๊ะหรือยกขาวางระดับเดียวกับเก้าอี้
                2.6 บริหารข้อที่ยึดติดแบบต้านแรงเคลื่อนไหวให้เหมือนเดิม เช่น การดึง การดัน หรือถ่วงน้ำหนัก และค่อยๆเคลื่อนไหวมากขึ้นจนปกติ ในครั้งแรกๆอาจมีอาการปวดได้ ควรใช้ความร้อนประคบบริเวณข้อที่ยึดก่อนจะทำให้ความปวดน้อยลง
                2.7 สังเกตภาวะแทรกซ้อนหลังจากถอดเฝือก และควรรายงานให้คุณหมอหรือคุณพยาบาลทราบ หากพบว่ามีสีของผิวหนังคล้ำมากขึ้น ผิวหนังบริเวณที่เข้าเฝือกจะมีลักษณะแห้งตกสะเก็ดเป็นลาย มีเยื่อสีเหลืองปนสีน้ำตาลบางๆปกคลุมอยู่ เกิดจากผิวหนังชั้นนอกที่ลอกรวมกับไขมันและสิ่งสกปรกอื่นๆ กล้ามเนื้อที่อยู่ในเฝือกลีบอ่อนแรงเนื่องจากไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้อหรือใช้งานน้อยลง ข้อบริเวณที่เคยเข้าเฝือกจะฝืดแข็ง งอหรือเหยียดไม่ได้เต็มที่ ขณะงอหรือเหยียดจะเจ็บปวด เนื่องจากข้อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน อาการปวดที่เกิดจากกล้ามเนื้อขาดความตึงตัว ลีบเล็ก ทำให้มีการคั่งของเลือดโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนขาและเท้า มีกระดูกหักซ้ำเนื่องจากการใช้งานอวัยวะที่เพิ่งออกจากเฝือกใหม่ๆเร็วเกินไปหรือใช้งานอย่างเต็มที่ก่อนที่คุณหมออนุญาต แรงกดเนื่องจากการเข้าเฝือกปูน (Cast pressure) ต่อผิวหนังและปุ่มกระดูกต่างๆ ทำให้เกิดแผลกดทับ ซึ่งผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด ต่อมาจะไม่รู้สึกเจ็บ เกิดการเน่าตายของเนื้อเยื่อในที่สุด นอกจากนี้อาจเกิดแรงกดต่อเส้นประสาทโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เข้าเฝือกขาชนิดยาว ผู้ป่วยจะมีอาการชาหรือไม่สามารถใช้งานอวัยวะส่วนนั้นได้ งอนิ้วหัวแม่เท้าไม่ได้ อาการนี้จะเกิดชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ การติดเชื้อหรือการเน่าตายของเนื้อเยื่อหรือมีอาการปวดแสบปวดร้อน มีกลิ่นเหม็นบริเวณที่เข้าเฝือก มีสิ่งคัดหลั่งไหลซึมออกมา เฝือกตรงบริเวณที่มีการติดเชื้อจะอุ่นกว่าที่อื่นและผู้ป่วยมีไข้
        สุดท้ายเพื่อนของดิฉันก็ได้รับการถอดเฝือกอย่างปลอดภัย ฉันต้องคอยจับมือเพื่อนไว้ เพราะทราบว่าเขากลัวและกังวลมากเพียงใด ตอนนี้เขามีประสบการณ์ทั้งการเข้าเฝือกและการถอดเฝือกที่สามารถถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆได้รับรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและประสบปัญหาเช่นเดียวกับเขา แล้วพบกันใหม่นะค่ะ

บรรณานุกรม
        ช่อลดา พันธุเสนา. (2542). ตำราการพยาบาลผู้ป่วยผู้ใหญ่ 2 (ทางศัลยศาสตร์) (พิมพ์ครั้งที่ 2). สงขลา : ชานเมืองการพิมพ์.
        ดารณี จามจุรี. (บรรณาธิการ). (2537). การพยาบาลฉุกเฉิน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
        บงกช เก่งเขตกิจและคณะ. (มปท). คู่มือสำหรับผู้ป่วยเข้าเฝือก. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ธรรมศาสตร์.
        ไพฑูรย์ เนาวรัตโนภาส. (2538). ออร์โธปิดิคส์หัตถการ. กรุงเทพฯ : พี.บี.ฟอเรนบุ๊คส์เซ็นเตอร์.
        สมชัย ปรีชาสุข, วิโรจน์ กวินวงศ์โกวิท และวิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ. (บรรณาธิการ). (2538). ออร์โธปิดิคส์ (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : โฆสิตการพิมพ์.
        สมพร ชินโนรส. (2533). การพยาบาลทางศัลยศาสตร์ เล่ม 1. โครงการตำราภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี , นครปฐม : โรงพิมพ์รำไทย.
        สุกษม อัตนวานิชและวิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ. (2542). การบาดเจ็บหลายระบบ (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัดวรานนท์เอ็นเตอร์ไพรส์.
        เอกชัย จุลเสวก, ดุษฎี ทัตตานนท์และสุพิชัย เจริญวารีกุล. (บรรณาธิการ). (2542). Orthopaedics for medical students (พิมพ์ครั้งที่ 3). นนทบุรี : บริษัทเอส.อาร์.พรินติ้งแมสโปรดักส์จำกัด.
        Duckworth , T. (1999). Orthopaedics and fracture. แปลโดยอภิชัย คงเสรีพงศ์. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : บริษัทบุ๊คเน็ทจำกัด.


สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000