สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 คนไทยกับการดื่มสุรา

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 25 Dec 2003 : 16:08:31
คนไทยกับการดื่มสุรา

รองศาสตราจารย์บัญญัติ สุขศรีงาม
ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา

สุราเป็นเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่นิยมอย่างแพร่หลายในสังคมไทย ทำให้สถิติการดื่มสุราของคนไทยเพิ่มมากขึ้นตลอดมา จากข้อมูลของผู้ดื่มสุราใน พ.ศ.2536 เทียบกับปัจจุบันพบว่ามีผู้ดื่มสุราเพิ่มมากขึ้นเป็น 6 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากกลยุทธ์การโฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นการชักจูงใจทำให้เชื่อว่าสังคมให้การยอมรับ จึงทำให้มีผู้ดื่มสุราเพิ่มอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเยาวชน การที่เยาวชนดื่มสุรามีสาเหตุ
หลายประการ ได้แก่ ความอยากรู้อยากลอง อยากเข้าสังคม ค่านิยมที่ผิด เพื่อนชักชวน พฤติกรรม
เลียนแบบคนดังหรือมีชื่อเสียง ต้องการให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่ม อยากท้าทายและคึกคะนอง หาซื้อได้ง่าย
ผลจากการโฆษณา ปัญหาส่วนตัว อยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมและตัวอย่างที่ไม่ดี มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับสุราและการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากการศึกษาพฤติกรรมการดื่มสุราของเยาวชนพบว่าเยาวชนชายดื่มสุรา
มากกว่าเยาวชนหญิงหลายเท่า เยาวชนชายอายุ 14 ปีจะดื่มสุราร้อยละ 15 และอายุ 20 - 24 ปีจะดื่มสุราร้อยละ 20 โดยดื่มอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สำหรับเยาวชนที่มีการศึกษาต่ำจะดื่มสุราเนื่องจากถูกเพื่อนชักชวน อยากทดลองและต้องการเข้าสังคม ส่วนผลการกระทบจากการดื่มสุรา ได้แก่ การขาดความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว สุขภาพเสื่อมโทรม สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เกิดปัญหาสังคม เช่น การเรียน
ตกต่ำ ขาดสติและเป็นสาเหตุนำไปสู่การเสพยาเสพติด รวมทั้งกลายเป็นคนที่ขาดคุณภาพและเมื่อ
เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีการดื่มสุราเพิ่มขึ้นด้วย
การดื่มสุราจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายและลดประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก ยิ่งถ้าทำงานที่มีความเสี่ยงก็ยิ่งมีโอกาสได้รับอุบัติเหตุสูงด้วย ด้วยเหตุนี้บริษัทหรืองค์กรในต่างประเทศส่วนมากจะมีข้อบังคับห้ามดื่มสุราในช่วงเวลาปฏิบัติงาน นอกจากนี้กฎบัตรขององค์การอนามัยโลกภาคพื้นยุโรป
ได้มีประกาศว่า ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการปกป้องชีวิตครอบครัว ชีวิตสังคมและชีวิตการงาน
จากอุบัติเหตุ ความรุนแรงและผลเสียอันเนื่องมาจากการดื่มสุรา อย่างไรก็ตามได้เคยมีการประเมิน
ความเสียหายจากการดื่มสุราในช่วงเวลาปฏิบัติงานว่า ทำให้คนงานต้องขาดงานหรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้ในแต่ละปีมากถึง 8 - 14 ล้านวัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละไม่น้อยกว่า 49,000
ล้านบาท ในบางกรณีก็มีความสูญเสียอย่างมหาศาลจนไม่สามารถประเมินได้ เช่น ในพ.ศ.2532 เรือบรรทุกน้ำมันเอกซอน วอลเดซ (Exxon Valdez) ได้ประสบอุบัติเหตุชนหินโสโครกที่มลรัฐอาลัสกา ทำให้น้ำมันจำนวนมากไหลลงสู่ทะเลจนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากมายมหาศาลด้านสิ่งแวดล้อมของอาลัสกา และสาเหตุของอุบัติเหตุมาจากการดื่มสุราในระหว่างปฏิบัติงานของกัปตันเรือนั่นเอง
สำหรับในประเทศไทยก็มีอุบัติเหตุที่เป็นผลมาจากการดื่มสุราของผู้ปฏิบัติงานเช่นกัน
ที่พบกันมาก ได้แก่ อุบัติเหตุจราจร ทั้งนี้เพราะคนไทยวัยทำงานมิได้มีการดื่มสุราภายหลังจากปฏิบัติงานเสร็จแล้วเท่านั้น แต่จะดื่มสุราในช่วงเวลาปฏิบัติงานด้วยและถ้าหากต้องขับขี่ยานพาหนะก็มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้ตนเองและผู้อื่นต้องได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตและก่อให้เกิดความเสียหายด้านทรัพย์สินอย่างมากมาย จึงทำให้ต้องมีการจัดทำโครงการรณรงค์ “เมาไม่ขับ” ขึ้นมา
จากข้อมูลการเฝ้าระวังในโครงการ “เมาไม่ขับ” ของมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ที่ได้จาก
โรงพยาบาล 4 แห่งในกรุงเทพมหานครระหว่างเดือนมีนาคมและพฤษภาคม 2544 ได้แก่ โรงพยาบาล
ภูมิพล โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี โรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลวชิระ พบว่ามีผู้บาดเจ็บจาก
อุบัติเหตุจำนวน 681 คน และร้อยละ 20 ประสบอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ ในจำนวนนี้ร้อยละ 42 พบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือด แสดงให้เห็นว่าได้มีการดื่มสุราในขณะช่วงเวลาปฏิบัติงานนั่นเอง ข้อมูล
ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นสถิติที่สูงมากเมื่อเทียบกับการเกิดอุบัติเหตุจราจรในประเทศพัฒนา เช่น ในสหรัฐ-อเมริกา แต่ละวันจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร จำนวน 3 คน แต่พบว่าร้อยละ 90 ของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในช่วงเวลาปฏิบัติงานจะไม่มีแอลกอฮอล์ในเลือด แสดงให้เห็นว่าการมีกฎหมายห้ามดื่มสุราในขณะขับขี่ยานพาหนะกับการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นมาตรการที่นำมาใช้ป้องกันอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี
ในประเทศไทยก็มีความพยายามในการลดอุบัติเหตุจราจรที่มีสาเหตุมาจากการดื่มสุราเช่นกัน
จึงได้ตั้งโครงการรณรงค์ “เมาไม่ขับขึ้นมา” และมักจะดำเนินอย่างจริงจังและเข้มงวดเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เสียส่วนมาก เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลวันสงกรานต์ ฯลฯ หลังจากนั้นก็มิได้
เข้มงวดมากนัก ทำให้อุบัติเหตุจราจรจากการดื่มสุราไม่ได้ลดลงเท่าที่ควร จึงเป็นผลให้อุบัติเหตุจราจร
เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมากมายในแต่ละปี ดังนั้นรัฐบาล
จึงจำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังและไม่ต้องกลัวว่าจะสิ้นเปลืองงบประมาณในการดำเนินงานเพราะถ้าแก้ไขปัญหาการดื่มสุราได้จะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก จากการวิจัย
ในต่างประเทศพบว่าการที่บริษัทต่างๆ ได้ลงทุนเพื่อใช้แก้ปัญหาการดื่มสุราในขณะปฏิบัติงานจำนวน
1 ดอลลาร์ (44 บาท) จะทำให้เกิดผลกำไรเพิ่มขึ้น 5 - 15 ดอลลาร์ (220 - 660 บาท) ถือเป็นการลงทุน
ที่คุ้มค่าอย่างมาก
ท่านผู้ฟังที่เคารพครับ การดื่มสุราได้ก่อให้เกิดผลเสียอย่างมากมาย ทั้งการทำให้ประสิทธิภาพ
การทำงานหรือเกิดอุบัติเหตุในการทำงานและทำลายสุขภาพตนเองและถ้าหากผู้ดื่มสุราเป็นกลุ่มเยาวชน
ก็จะก่อให้เกิดความสูญเสียในด้านทรัพยากรมนุษย์ของประเทศชาติเป็นอย่างมากและยิ่งในปัจจุบันได้มีการโฆษณาสุราอย่างแพร่หลายในทุกรูปแบบ จึงทำให้กลุ่มวัยรุ่นได้เข้ามาเป็นผู้ดื่มสุรารุ่นใหม่
อยู่ตลอดเวลา แม้จะรณรงค์ต่อต้านการดื่มสุราก็จะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้นรัฐบาลจึงควรจะได้
มีการควบคุมการโฆษณาในลักษณะเดียวกับบุหรี่ รวมทั้งมีกฎหมายห้ามจำหน่ายสุรากับเยาวชน จึงขอฝากเรื่องนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการต่อไปด้วยครับ

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000