สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 โรคนิ้วล็อค

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 05 Feb 2010 : 11:09:59
ปีงบประมาณ 2553

โรคนิ้วล็อค
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา

          ท่านผู้ฟังที่เคารพคะ มือเป็นอวัยวะสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ มากมาย ในแต่ละวันมนุษย์เราใช้มือประกอบกิจกรรมมากมาย ความแตกต่างของอาชีพ เพศ และวัย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กิจกรรมการใช้มือนั้นแตกต่างกันออกไป ท่านผู้ฟังทราบไหมคะว่า ผู้ที่ใช้มือประกอบกิจกรรมที่ซ้ำๆ และรุนแรงบ่อยๆ อาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บภายในของมือ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดความผิดปกติของมือ อาการบาดเจ็บหรือผิดปกติของมือที่เกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน คือ อาการปวดนิ้วหรืออาการนิ้วล็อค ซึ่งจัดเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่รู้จักกันทั่วไปว่า “โรคนิ้วล็อก” นั่นเอง
          “โรคนิ้วล็อค” เป็นโรคที่ผู้ป่วยสามารถกำมืองอนิ้วได้ แต่เวลาเหยียดนิ้วออก นิ้วใดนิ้วหนึ่งเกิดเหยียดไม่ออกเหมือนโดนล็อคไว้ ถ้าเรียกกันให้ถูกต้องแล้ว โรคนี้ต้องเรียกว่า โรคนิ้วเหนี่ยวไกปืน (Trigger Finger) โรคนิ้วล็อก หรือโรคนิ้วเหนี่ยวไกปืน เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการใช้งานของมือ สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องใช้มือและนิ้วทำงานหนัก ต้องใช้มือจับสิ่งของ หรืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องบ่อยๆ หรือพวกที่มีพฤติกรรมการใช้มือที่รุนแรง ไม่นิยมใช้เครื่องทุ่นแรง ทำงานฝีมือ งานช่าง ด้วยมือเปล่า ไม่ใส่ถุงมือ ในผู้ชายมักพบในอาชีพที่ต้องใช้มือทำงานหนักๆ ซ้ำๆ เช่น คนส่งแก๊ส คนส่งน้ำ คนทำสวนใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ใช้จอบเสียม มีดฟันต้นไม้ ช่างที่ต้องใช้ไขควง สว่าน ส่วนในผู้หญิงมักพบมากในผู้หญิงสูงอายุ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 80 จะเกิดในผู้หญิงกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่บ้านที่ทำงานบ้านเอง ใช้มือทำงานหนัก เช่น หิ้วจ่ายตลาด ใช้นิ้วมือเกี่ยวถุงพลาสติกด้วยนิ้วเพียง 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว หิ้วเดินเป็นระยะทางไกลๆ นานๆ หิ้วยกของหนักเป็นประจำ หิ้วถังน้ำและบิดผ้า เป็นต้น
          นิ้วล็อก เป็นโรคที่ เกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่ใช้ในการงอข้อนิ้วมือ ซึ่งโดยปรกติแล้วเส้นเอ็นที่ใช้งอข้อนิ้วมือจะทอดผ่านบริเวณนิ้วมือโดยลอดผ่านปลอกหุ้มเส้นเอ็นซึ่งทำหน้าที่ยึดเส้นเอ็นให้แนบติดกับกระดูก ทำให้เส้นเอ็นไม่โก่งตัวออกเมื่องอนิ้ว ในขณะที่นิ้วเคลื่อนไหว เส้นเอ็นที่นิ้วมือก็จะถูกดึงเสียดสีไปมากับปลอกหุ้มเส้นเอ็น การให้มือทำงานหนักๆ อยู่ซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานทำให้เกิดการเสียดสี จนทำให้เส้นเอ็นหนาแข็งตัวเสียความยืดหยุ่น ทำให้เอ็นไม่สามารถลอดผ่านปลอกหุ้มเอ็นได้ บางรายพบว่ามีการหนาตัวขึ้นของปลอกหุ้มเส้นเอ็น ซึ่งอยู่ตรงบริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่งโคนนิ้ว เกิดเป็นพังผืด หดรั้งและขวางการเคลื่อนตัวของเส้นเอ็น เมื่อเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นมีการอักเสบ จะบวมและหนาตัวขึ้นทำให้มีอาการเจ็บบริเวณเส้นเอ็น และเมื่อขยับเส้นเอ็น เส้นเอ็นที่บวมจะลอดผ่านปลอกหุ้มเส้นเอ็นได้ลำบากทำให้เกิดอาการนิ้วล็อก
          อาการของโรคนิ้วล็อก แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะแรก มีอาการปวดเป็นอาการหลัก โดยจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ และจะมีอาการปวดมากขึ้น ถ้าเอานิ้วกดบริเวณฐานนิ้วมือด้านหน้า แต่ยังไม่มีอาการติดสะดุด ระยะที่สอง มีอาการสะดุด (triggering) เป็นอาการหลัก และอาการปวดก็มักจะเพิ่มมากขึ้นด้วย เวลาขยับนิ้ว งอ และเหยียดนิ้ว จะมีการสะดุดจนรู้สึกได้ ระยะที่สาม มีอาการติดล็อคเป็นอาการหลัก โดยเมื่องอนิ้วลงไปแล้ว จะติดล็อคจนไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ ต้องเอามืออีกข้างมาช่วยแกะ หรืออาจมีอาการมากขึ้นจนไม่สามารถงอนิ้วลงได้เอง ระยะที่สี่ มีการอักเสบบวมมาก จนนิ้วบวมติดอยู่ในท่างอเล็กน้อย ไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้ ถ้าใช้มือมาช่วยเหยียดจะปวดมาก นิ้วล็อคมักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน นิ้วที่เป็นบ่อยได้แก่ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วกลาง และนิ้วนาง อาจเป็นเพียงนิ้วเดียว หรือเป็นพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้ และอาจเป็นที่มือข้างเดียวหรือทั้ง ๒ ข้างก็ได้ อาการมักจะเป็นมากตอนเช้า เมื่อใช้มือไประยะหนึ่งถึงกำมือได้มากขึ้น
          วิธีการรักษาโรคนิ้วล็อค มีหลายวิธีแล้วแต่ระยะเวลาหรืออาการ ที่เป็น ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์และมีอาการยังไม่มาก แพทย์จะใช้วิธีการรักษาโดยไม่ผ่าตัดเช่น ถ้ามีอาการปวดเวลางอหรือเหยียดนิ้วหรือกำมือไม่คล่องก็ใช้วิธีกินยาแก้การอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบ ลดบวม และลดอาการปวด ร่วมกับพักการใช้มือ การทำกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวดและบวมของเส้นเอ็น ได้แก่ การใช้เครื่องดามนิ้วมือ การนวดเบาๆ การใช้ความร้อนประคบ การออกกำลังกายเหยียดนิ้ว การแช่พาราฟิน โดยการรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด อาจใช้ร่วมกันได้ และมักใช้ได้ผลดีเมื่อมีอาการของโรคในระยะแรก และระยะที่สอง การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าในเยื่อหุ้มเส้นเอ็นบริเวณตำแหน่งที่เป็น เพื่อลดการอักเสบ ลดปวดและลดบวม เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างมาก ส่วนมากมักจะหายเจ็บ บางรายอาการติดสะดุดจะดีขึ้น แต่การฉีดยามักถือว่าเป็นการรักษาแบบชั่วคราว และข้อจำกัดก็คือ ไม่ควรฉีดยาเกิด 2 หรือ 3 ครั้ง ต่อ 1 นิ้วที่เป็นโรค เพราะอาจทำให้เส้นเอ็นขาดได้ การรักษาโดยการฉีดยานี้สามารถใช้ได้กับอาการของโรคตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะท้าย ถ้ามีอาการยึดติดที่รุนแรง หรือนิ้วติดล็อก กินยาและฉีดยาไม่ได้ผล การรักษาโดยการผ่าตัด ถือว่าเป็นการรักษาที่ดีที่สุดในแง่ที่จะไม่ทำให้กลับมาเป็นโรคอีก แพทย์จะทำการผ่าตัดโดยการตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาอยู่ให้เปิดกว้างออก เพื่อให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านได้โดยสะดวก ไม่ติดขัดหรือสะดุดอีก ทั้งนี้ การผ่าตัดแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ การผ่าตัดแบบเปิด เป็นวิธีมาตรฐาน ที่ควรทำในห้องผ่าตัด โดยฉีดยาชาเฉพาะที่ผ่าตัดเสร็จก็กลับบ้านได้ หลังผ่าตัดหลีกเลี่ยงการใช้งานหนัก และการสัมผัสนิ้ว ประมาณ 2 สัปดาห์ อีกวิธีเป็นการผ่าตัดแบบปิด โดยการใช้เข็มเขี่ยหรือสะกิดปลอกหุ้มเอ็นออก โดยแทบไม่มีแผลให้เห็น โดยวิธีนี้อาจมีผลแทรกซ้อนได้ถ้าไปเขี่ยหรือสะกิดถูกเส้นประสาท ดังนั้น จึงไม่แนะนำสำหรับนิ้วที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทสูง คือ นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ และการผ่าตัดแบบปิดนี้ใช้ได้สำหรับคนไข้ที่มีอาการของโรคตั้งแต่ระยะที่สองขึ้นไป
          ท่านผู้ฟังที่เคารพคะ นิ้วล็อก เป็นภัยเงียบ มีสาเหตุ ป้องกัน และรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้น ท่านผู้ฟังควรตระหนัก และพยายามลดความเสี่ยงของการใช้มือผิดๆ ซื่งสามารถป้องกันได้ โรคนิ้วล็อกนั้น หากมีอาการแล้ว จะรู้สึกเจ็บปวดทรมานมาก เสียนิ้วมือ หนึ่งนิ้ว เสมือนเสียมือ หนึ่งข้าง เป็นอุปสรรค ในการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ฉะนั้น "กันไว้ย่อมดีกว่าแก้" นะคะ

บรรณานุกรม
อดิศร ภัทราดูลย์ (2549) คอลัมน์ “ พบแพทย์ จุฬาฯ ” หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2549
สุรเกียรติ อาชานานุภาพ (2549) นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 344 เดือนธันวาคม 2549
ชานิดา แสงสุริย์ (2549) นิตยสารชีวจิต ปีที่ 8 ฉบับ 16 มิถุนายน 2549


สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000