สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 คุณรู้จักไข้หวัดใหญ่ดีแค่ไหน??

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 04 Sep 2012 : 17:46:04
ปีงบประมาณ 2555

คุณรู้จักไข้หวัดใหญ่ดีแค่ไหน??
อาจารย์วะนิดา น้อยมนตรี

กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง

          สวัสดีท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” ทุกท่าน ช่วงนี้บ้านเราอากาศเปลี่ยนแปลงฝน
          ตกบ่อยวันนี้จึงขอเสนอสาระดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่อง “คุณรู้จักไข้หวัดใหญ่ดีแค่ไหน??
          ไข้หวัดใหญ่ประจำปี ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล หรือไข้หวัดใหญ่ธรรมดา เป็นคำที่ใช้เรียกสิ่งเดียวกันก็คือไข้หวัดใหญ่ที่มีการระบาดในทุกๆปี โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โรคนี้ติดต่อกันทางละอองฝอยเสมหะ น้ำลายของผู้ป่วย การติดต่อทางอากาศก็อาจเกิดขึ้นได้หากสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย โดยระยะฟักตัวคือระยะตั้งแต่เริ่มได้รับเชื้อจนถึงมีอาการ จะใช้เวลา 1-3 วัน บางราย 7 วัน โดยเริ่มมีอาการอย่างฉับพลันและอย่างรุนแรงทันที คือ เริ่มต้นด้วยอาการตัวร้อน ไข้สูงเกิน 37.8 องศาเซลเซียส อาจสูงถึง 42 องศาเซลเซียส ไข้จะขึ้นสูงสุดใน 1-2 วันรู้สึกหนาว อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คอแห้ง เจ็บปวดตามแขนขาและที่หลัง เบื่ออาหาร อาจมีอาการไอแห้งๆ บางรายมีอาการเวียนศีรษะ อาเจียน เลือดกำเดาไหลและแน่นในหน้าอก หน้ามักแดงและมักมีอาการเยื่อบุตา เยื่อจมูกอักเสบ
          อาการที่พบจะมีไข้ และลดลงเป็นปกติภายใน 3-5 วัน รายที่มีอาการมากอาจมีอาการนาน 7 วันหรือนานกว่านั้น เมื่อไข้ลดลงอาการอื่นๆ จะค่อยๆ ทุเลาลงตามลำดับ ในประชากรกลุ่มเสี่ยงสูงอาจมีอาการป่วยรุนแรงและมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนอาจเป็นต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ หญิงมีครรภ์ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน เป็นต้น สำหรับโรคแทรกซ้อนที่สำคัญเมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ โรคปอดอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุลำดับต้นๆของการเสียชีวิตในผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ ฝีที่ปอดและหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด หูชั้นกลางอักเสบมักพบในเด็กเล็กอาจทำให้แก้วหูทะลุหูตึงได้ สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาการชักจากไข้สูงพบในเด็กเล็กและชักจากสมองได้รับการะคายเคืองจากไวรัส ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจอยู่เดิมมีโอกาสหัวใจทำงานล้มเหลวทำให้หัวใจวายและเสียชีวิตได้
          เมื่อติดเชื้อและเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว เรามีข้อแนะนำในการดูแลรักษาผู้ป่วยมาบอกกันค่ะ ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูงมาก ตัวไม่ร้อนจัด ไม่ซึมหรืออ่อนเพลียมาก และพอรับประทานอาหารได้สามารถดูแลรักษาตัวที่บ้านได้ โดยมีข้อแนะนำดังนี้
          - ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ หากผู้ป่วยมีไข้ให้กินยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล(ห้ามใช้แอสไพริน) และกินยารักษาตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เช่น ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก
          - เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นเล็กน้อยเป็นระยะ ๆ โดยเช็ดแขนขาย้อนเข้าหาลำตัว เน้นเช็ดบริเวณหน้าผาก ซอกรักแร้ ขาหนีบ ข้อพับแขนขาและใช้ผ้าห่มปิดบริเวณลำตัวระหว่างเช็ดแขนขาเพื่อป้องกันการหนาวเย็นจัดจนเสี่ยงต่อการเกิดปอดบวม หากผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่นต้องหยุดเช็ดตัวและห่มผ้าให้อบอุ่น
          - นอนพักผ่อนมากๆ ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก อากาศไม่เย็นจนเกินไป
          - ให้ดื่มน้ำเกลือแร่หรือดื่มน้ำผลไม้ ไม่ควรดื่ม น้ำเปล่ามากเกินไปเพราะอาจจะขาดเกลือแร่ งดดื่มน้ำเย็น พยามยามกินอาหารอ่อน รสไม่จัด กินผักและผลไม้ให้เพียงพอ
          - หากมีอาการป่วยรุนแรงขึ้น เช่น ไข้สูงเกิน 3 วันให้ยาลดไข้แล้วไข้ยังเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หายใจหอบหรือหายใจลำบาก ซึมหรืออ่อนเพลียมาก กินอาหารไม่ได้ ไอมากจนเจ็บหน้าอก ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
          นอกจากนี้ผู้ป่วยยังต้องให้ความสำคัญต่อการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่นด้วย โดยควรปฏิบัติตัว ดังนี้
          - ควรหยุดเรียน หยุดงานและพักอยู่บ้านหรือหอพัก ไม่ออกไปนอกบ้านจนกว่าจะจากหายป่วยแล้ว 1 วันเพื่อให้พ้นระยะแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่น
          - กินอาหารแยกจากผู้อื่น ถ้าอาการทุเลาแล้วอาจกินอาหารร่วมกันได้แต่ต้องใช้ช้อนกลางเสมอ
          - ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำร่วมกับผู้อื่น
          - ปิดปาก จมูกเวลาไอหรือจาม ด้วยกระดาษทิชชูแล้วทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิด และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจลหรือล้างมือด้วยน้ำสบู่นานๆ จนสะอาด
          - ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปยังบุคคลอื่น
          - คนอื่นๆ ควรอยู่ไกลจากผู้ป่วยประมาณ 1-2 เมตรหรืออย่างน้อยหนึ่งช่วงแขน เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์และผู้สูงอายุในบ้านไม่ควรเข้าไปคลุกคลีกับผู้ป่วย
          สำหรับวันนี้เวลาหมดแล้ว ขอกล่าวคำว่า “สวัสดี” พบกับสาระดีๆเกี่ยวกับสุขภาพในรายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” ในครั้งต่อไป สวัสดีค่ะ

บรรณานุกรม
ประเสริฐ ทองเจริญ. (2553). ระบาดบันลือโลก ฉบับพิเศษ 2. (พิมพ์ ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ.โรงพิมพ์อักษรสมัย (๑๙๙๙).
กระทรวงสาธารณสุข.กรมควบคุมโรค. สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่. “โรคไข้หวัด (Cold) และไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Seasonal Influenza).” [ออนไลน์].2551. เข้าถึงได้จาก: http://beid.ddc.moph.go.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=131&Itemid=134. (วันที่ค้นข้อมูล: 22 มิถุนายน 2555).


สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000