สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 อันตรายจากไขมันทรานส์

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 30 Apr 2018 : 15:49:05
ปีงบประมาณ 2561


อันตรายจากไขมันทรานส์
สุดสายชล หอมทอง


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีครับท่านผู้ฟังวันนี้มาฟังเรื่องอันตรายใกล้ตัวที่เกี่ยวกับการกินที่ท่านอาจไม่ทราบอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายท่านคงอาจได้ยินคำว่า “ไขมันทรานส์” หรือ ทรานส์แฟ็ต (Trans Fat) แต่สำหรับประเทศเราไขมันทรานส์ยังไม่เป็นที่รู้จักและมีการให้ความรู้และให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักเมื่อเทียบกับในต่างประเทศ ปัจจุบันประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ออกกฎให้ระบุปริมาณของกรดไขมันทรานส์บนฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้อาหารทุกประเภทที่จำหน่ายในประเทศต้องมีปริมาณกรดไขมันชนิดนี้น้อยกว่า 0.5 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค รวมทั้งหน่วยงานด้านสุขภาพของนครนิวยอร์ก ได้ประกาศให้เมืองนี้เป็นเขตปลอดกรดไขมันทรานส์ โดยห้ามใช้ไขมันพืชที่มีกรดไขมันทรานส์ในภัตตาคารและเบเกอรี่ทั่วทั้งนิวยอร์ก นอกจากนี้ในปัจจุบันบริษัทอาหารจานด่วนยักษ์ใหญ่อย่างแมคโดนัลด์และดังกิ้นโดนัทก็ได้เริ่มทำการเปลี่ยนสูตรอาหารไร้ไขมันทรานส์กันแล้ว สำหรับประเทศไทยเราล่ะให้ความสนใจและความรู้กันมากขนาดไหน ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้ไขมันทรานส์อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด และเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากเกินกว่าที่เราจะมองข้ามมันไปได้
ก่อนอื่นไปทำความรู้จักกับไขมันทรานส์กันก่อนนะครับ ไขมันทรานส์ คือ กรดไขมันที่เกิดจากกระบวนการแปรรูปกรดไขมันไม่อิ่มตัวให้กลายเป็นกรดไขมันอิ่มตัวสูง โดยการเติมอะตอมไฮโดรเจนลงในกรดไขมันไม่อิ่มตัว เพื่อทำให้น้ำมันที่อยู่ในสภาพของเหลวเปลี่ยนเป็นไขมันที่มีสภาพแข็งขึ้น หรือเป็นของกึ่งเหลว โดยไขมันที่ผ่านกระบวนการเปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์แล้วจะทนความร้อนได้สูงขึ้น ไม่เป็นไข เก็บรักษาไว้ได้นานขึ้นโดยไม่เหม็นหืน และมีรสชาติที่ใกล้เคียงกับไขมันที่มาจากสัตว์ ไม่เละ และมีความนุ่มนวลมากขึ้น แต่มีราคาที่ถูกกว่า ดังนั้นผู้ประกอบกิจการอาหารต่างๆ จึงนิยมนำไขมันทรานส์มาใช้ประกอบอาหารหลายอย่าง เช่น ใช้เป็นน้ำมันสำหรับทอดอาหารฟาสต์ฟู๊ดส์ ใช้ในอาหารประเภทเบเกอรี่ รวมทั้งขนมคบเคี้ยวต่างๆ ครีมเทียม และวิปปิ้งครีม เป็นต้น
         ไขมันทรานส์นี้สามารถพบได้เล็กน้อยในเนื้อสัตว์สีแดง คือ ในเนื้อสัตว์เคี้ยวเอื้อง ซึ่งไขมันชนิดนี้จะแทรกตัวอยู่ภายในเนื้อ และยังพบในผลิตภัณฑ์นม แต่ส่วนใหญ่แล้วไขมันชนิดนี้เป็นสิ่งที่คนเราทำขึ้นและนำเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา โดยอาหารที่มีไขมันทรานส์อยู่มาก เช่น ขนมปังกรอบ คุกกี้ เค้ก ขนมโดนัท เฟรนช์ฟราย มันทอด ไก่ย่าง กล้วยแขก ปาท่องโก๋ อาหารที่ทอดในน้ำมันซ้ำๆ ก็จะยิ่งมีไขมันทรานส์มากตามไปด้วย นอกจากนี้ยังพบได้ในเนยขาว เนยเทียม หรือมาร์การีน เนยถั่วสำเร็จรูปบรรจุขวด ไขมันผสมที่ใช้สำหรับแต่งหน้าเค้ก ครีมเทียมสำหรับกาแฟ เป็นต้น ท่านผู้ฟังสามารถสังเกต และตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารได้ว่ามีส่วนประกอบของไขมันทรานส์หรือไม่ โดยดูจากคำว่าทรานส์แฟ็ต (trans fat) บนฉลาก ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถดูได้จากคำสำคัญบนฉลากดังต่อไปนี้ พาร์เซียลรี่ แอนด์/ออร์ ฟลูลี่ ไฮโดรจีเนทเท็ด ออย (partially and/or fully hydrogenated oil) โมดิฟายด์ เวจจิเทเบิล ออย (modified vegetable oil) ไขมันพืชดัดแปร ไขมันผสมผ่านกรรมวิธี
         ท่านผู้ฟังก็คงสงสัยว่าแล้วไขมันทรานส์นี้มันอันตรายต่อสุขภาพของเราอย่างไร ความอันตรายของมันก็เนื่องมาจากเมื่อเรากินอาหารที่มีไขมันทรานส์เข้าไปในร่างกายแล้วร่างกายของเราไม่สามารถกำจัดไขมันทรานส์ออกไปได้หมด จึงทำให้ไขมันทรานส์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายของเราอย่างมาก โดยไขมันทรานส์เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด กระตุ้นการอักเสบของเซลล์ และภาวะระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง สำหรับความร้ายกาจของมันนั้นมีรายงานจากกรมควบคุมและป้องกันโรคประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ประเมินว่า ในแต่ละปีไขมันทรานส์มีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 20,000 ราย และมีการตายที่เกี่ยวเนื่องกับโรคหัวใจ 7,000 ราย จากสถิติที่สูงแน่ชัดอย่างนี้ทำให้องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาต้องออกมาประกาศว่าไขมันทรานส์ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีกต่อไป นอกจากนี้ยังมีรายงานทางการแพทย์พบว่าไขมันทรานส์เมื่อกินเข้าไปแล้วจะไปเพิ่มคอเลสเตอรอลตัวร้าย หรือแอลดีแอลคอเลสเตอรอล (LDL cholesterol) และลดระดับคอเลสเตอรอลตัวดีคือ เอชดีแอล คอเลสเตอรอล (HDL cholesterol) ดังนั้นยิ่งกินไขมันทรานส์เข้าไปมากเท่าไรก็เท่ากับการเพิ่มไขมันร้ายมากขึ้นไปเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของเราไม่มีเอนไซม์หรือระบบย่อยไขมันทรานส์อย่างจำเพาะเจาะจงเป็นเหตุให้การย่อยสลายไขมันทราน์เกิดขึ้นได้ยากกว่าไขมันชนิดอื่นทำให้ตับต้องสลายไขมันทรานส์ด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากการย่อยสลายไขมันตัวอื่น จึงอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ผิดปกติกับร่างกายเป็นอย่างมาก รวมทั้งตัวไขมันทรานส์เองยังมีการปล่อยอนุมูลอิสระออกจากตัวมันเองอีกด้วยทำให้เซลล์ต่างๆ ที่ได้รับอนุมูลอิสระจากไขมันทรานส์เกิดอันตรายขึ้นได้
         เมื่อท่านผู้ฟังฟังมาถึงตรงนี้แล้วจะเห็นได้ว่าไขมันทรานส์อันตรายต่อสุขภาพของเราอย่างมากๆ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อตัวท่านเอง ท่านควรจะหันมาใส่ใจกับเจ้าไขมันทรานส์ให้มากขึ้น โดยท่านควรจำกัดปริมาณการบริโภคไขมันทรานส์ให้น้อยที่สุด อ่านฉลากโภชนาการอย่างละเอียดก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหาร เลือกบริโภคเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน งดอาหารประเภททอดแบบน้ำมันท่วม และทอดซ้ำ รวมทั้งขนมอบต่างๆ ใช้น้ำมันพืชหลายๆ ชนิดในการปรุงอาหาร เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย เลือกใช้เนยเทียมชนิดที่ไม่แข็งมากหรือชนิดเหลวแทนเนยเทียมชนิดแข็ง เพราะยิ่งแข็งมากก็ยิ่งมีไขมันทรานส์มาก สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่อยากจะฝากท่านไว้คือ ท่านควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดโทษน้อยที่สุด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และสุดท้ายมีจิตใจที่เบิกบานแจ่มใสไม่เครียด เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจอยู่กับลูกหลานที่ท่านรักได้ไปอีกนานแสนนาน

เอกสารอ้างอิง
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. ๒๕๕๗. ไขมันร้าย ไขมันทรานส์. วันที่ค้นข้อมูล ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๘.
เข้าถึงได้จาก http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/610978
นริศ เจนวิริยะ. ๒๕๕๘. ไขมันทรานส์ สารอาหารตัวร้าย. วันที่ค้นข้อมูล ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๘.
เข้าถึงได้จาก http://www.healthtoday.net/thailand/scoop/scoop_153.html
อรทัย สวัสดิชัยกุล. ๒๕๕๗. Trans Fat…ไขมันปีศาจ!. อาหาร, ๔๔(๔) ๒๔-๒๗

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000