สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 ความมหัศจรรย์ของเห็ดกระดุมบราซิล

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 06 Jun 2018 : 12:13:11
ปีงบประมาณ 2561


ความมหัศจรรย์ของเห็ดกระดุมบราซิล
สุดสายชล หอมทอง


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีครับท่านผู้ฟังวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่มีเรื่องราวดีๆ มาเล่าให้ท่านฟังกันนะครับ วันนี้เป็นเรื่องราวของเห็ดที่เป็นสุดยอดของเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและยังมีคุณสมบัติพิเศษทางยาป้องกันรักษาโรคร้ายของมนุษย์ได้ เห็ดที่ว่านี้คือเห็ดกระดุมบราซิล ซึ่งหลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่จริงๆ แล้วเริ่มมีการเพาะกันในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2554 เห็ดกระดุมบราซิลมีถิ่นกำเนิดในเมืองไพเดด ใกล้กับเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ชาวบราซิลตั้งชื่อที่มีความหมายว่าเป็นเห็ดของพระเจ้า เป็นเห็ดที่พบทั่วไปในเขตอากาศร้อนชื้นและอบอุ่น โดยมักจะเกิดขึ้นอยู่ตามป่าที่มีการสะสมอินทรีย์วัตถุสูงในประเทศบราซิล และยังพบได้ในประเทศใกล้เคียงที่มีอากาศเช่นเดียวกับประเทศบราซิล เช่น ประเทศปารากัว สุรินัม จากหลักฐานพบว่า ได้มีการค้นพบเห็ดชนิดนี้ แล้วนำมาศึกษาวิเคราะห์วิจัยโดยนักชีววิทยาชาวอเมริกัน ชื่อ ดร.เมอร์ริล (Dr.Murrill) ในปี พ.ศ.2489 และได้จำแนกเห็ดชนิดนี้ว่าอยู่ในวงค์ อะการิคาซิอี (Agaricaceae) ซึ่งอยู่ในวงค์เดียวกับเห็ดกระดุม หรือ เห็ดฝรั่ง และเห็ดฟาง โดยเห็ดกระดุมบราซิลจะอยู่ในตระกูลอะการิคัส (Agaricus) และตั้งชื่อสายพันธุ์ว่า บราซิไอ เมอร์ริล (blazei Murill) เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบคนแรก
         สำหรับประเทศแรกที่นำเห็ดกระดุมบราซิลมาทำการเพาะเลี้ยงได้เป็นผลสำเร็จคือประเทศญี่ปุ่นโดยสถาบันเชื้อราอิไวดา ซึ่งมีศาสตราจารย์ ดร. อิโนซูเกะ อิไวดา เป็นผู้ก่อตั้งซึ่งท่านเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมิอิ (Mie University) และ มหาวิทยาลัยโตเกียว (Tokyo University) นอกจากนี้ทางสถาบันยังได้พัฒนาสายพันธุ์ให้มีส่วนประกอบที่สำคัญทางยาสูง และมีวิธีการเพาะเลี้ยงที่แน่นอน แล้วทำการจดสิทธิบัตรวิธีการเพาะเลี้ยงที่มีผลบังคับไปทั่วโลก ส่วนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติทางยานั้น ได้มีการศึกษาร่วมกันกับหลายสถาบันในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผลการวิจัย ได้ผลอันน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งคือ เห็ดกระดุมบราซิลมีคุณสมบัติป้องกันรักษาโรคร้ายหลายชนิดที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียวได้ โดยมีประสิทธิภาพสูงกว่า เห็ดหอม เห็ดหลินจือ และเห็ดฮุนชิที่นิยมเพาะเลี้ยงเป็นยาในประเทศญี่ปุ่น และสิ่งที่ทำให้เจ้าเห็ดกระดุมบราซิลมีชื่อเสียงมากที่สุดในสรรพคุณทางยาก็คือ ในคราวที่มีการประชุมทางวิชาการครั้งที่ 13 ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2523 ที่ได้เปิดเผยให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าเห็ดกระดุมบราซิลสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ และนี่คือสาเหตุที่สำคัญ ที่ทำให้รัฐบาลประเทศญี่ปุ่นได้ทุ่มเทเกี่ยวกับงานวิจัย และทำการผลิตเห็ดชนิดนี้ ด้วยการส่งคนไปทำการเพาะเห็ดกระดุมบราซิลในหลายประเทศ เพื่อส่งป้อนเข้าไปผลิตเป็นยาที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบัน
         ผลของการศึกษาวิจัยร่วมของสถาบันวิจัยในประเทศญี่ปุ่น พบว่าเห็ดกระดุมบราซิลมีความสามารถในการยับยั้งเซลล์มะเร็งที่ทำให้เกิดการบวมที่ท้อง มะเร็งที่ถูกกระตุ้นด้วยสารก่อมะเร็ง ป้องกันมะเร็งเนื้อร้ายในสัตว์ทดลอง ต่อต้านเซลล์มะเร็งที่เกิดตามธรรมชาติที่เต้านมของหนู สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในมดลูกและช่องคลอดของมนุษย์ได้ การใช้สารสกัดจากเห็ดกระดุมบราซิล ร่วมกับการรักษาด้วยยาหรือสารเคมี และการฉายรังสีจะช่วยเพิ่มหรือเสริมประสิทธิภาพการรักษามะเร็งได้ดียิ่งขึ้น ช่วยทำให้เกิดการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วต่อผลของการรักษาแบบเคมีบำบัด ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยเสริมสร้างซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอและสร้างเซลล์กำเนิดของภูมิต้านทาน นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทาน กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยกระตุ้นการทำงานของผนังเซลล์เพื่อช่วยในการขนย้ายและบรรเทาการเกิดมะเร็งในถุงน้ำดี รวมทั้งยังช่วยสร้างภูมิต้านทานเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจให้ปกติ
         ได้มีการมาทดสอบสารสกัดจากเห็ดกระดุมบราซิลของคณะวิจัยชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้นำมาทดลองกับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเอดส์ขั้นสุดท้ายในประเทศไทย โดยได้ทดลองกับผู้ป่วยขั้นสุดท้าย ที่มีแผลผุพองเกิดขึ้นตามขอบตา ริมฝีปาก และคอ ผลการทดลองพบว่าหลังจากให้ผู้ป่วยรับประทานสารสกัดจากเห็ดกระดุมบราซิลเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งมากกว่าเวลาที่คาดว่าผู้ป่วยจะยังมีชีวิตอยู่นั้น ผู้ป่วยทุกคนที่เป็นเอดส์ขั้นสุดท้าย 50 คน มีระดับภูมิต้านทานสูงขึ้นอย่างชัดเจน แผลผุพองหายไป และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้
         นอกจากเห็ดกระดุมบราซิลยังใช้บำบัดเกี่ยวกับโรคภูมิคุ้มกัน ได้แก่ รูมาตอยด์ เบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และโรคอื่นๆ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก มีวิตามินบี 1 บี 2 และสารตั้งต้นของวิตามินดี มีผลทำให้ลดการเกิดโรคกระดูกพรุน ปรับสมดุลความดันของโลหิต ช่วยกระบวนการย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ชะลอความชรา มีสารประกอบอื่นที่ทำให้บาดแผลหายเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาอาการผื่นคัน ตุ่มบวม ผิวหนังถูกทำลาย และโรคผิวหนังอื่นๆ ที่สำคัญเห็ดกระดุมบราซิลมีคุณค่าทางอาหารสูง
         ผลของการค้นพบคุณสมบัติที่น่ามหัศจรรย์ของเห็ดกระดุมบราซิล ทำให้รัฐบาลของบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ที่เป็นประเทศในกลุ่มแนวหน้าในการเพาะเห็ด และการศึกษาการนำเห็ดไปเป็นยาต่างก็หันไปทำการเพาะเห็ดชนิดนี้เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นยารักษาโรคร้ายที่แทบจะไม่มีโอกาสรักษาได้ด้วยยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว เช่น โรคมะเร็ง เอดส์ เบาหวานและโรคหัวใจ เป็นต้น โดยประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่ครองอันดับหนึ่งในการผลิตเห็ดชนิดนี้ ซึ่งผลิตได้ปีละมากกว่า 30,000 ตัน สำหรับในประเทศไทยก็มีการเพาะเห็ดชนิดนี้บ้างแล้วเช่นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และศูนย์อานนท์ไบโอเทค จ.ปทุมธานี ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าเห็ดกระดุมบราซิลเป็นเห็ดที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าผู้ฟังท่านใดสนใจก็ลองไปปรึกษาวิธีการเพาะเห็ดชนิดนี้กับที่ศูนย์ทั้งสองแห่งได้ครับ หรือถ้าท่านใด สนใจเกี่ยวกับการรักษาโรคก็ลองไปหาซื้อดูได้ครับ

เอกสารอ้างอิง
ธงชัย พุ่มพวง. ๒๕๕๔. เห็ดกระดุมบราซิล'สุดยอดสมุนไพร คุณค่าอาหารสูง-ยับยั้งมะเร็ง-เอชไอวี
วันที่ค้นข้อมูล ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๘, เข้าถึงได้จาก http://www.komchadluek.net
/detail/20111101/113525/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%
94%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0
%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%
B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%
E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%
99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3.html#sthash.28vByydv.dpuf
สมยศ กิตติมั่นคง. ๒๕๕๔. รักษามะเร็งด้วยเห็ด. กรุงเทพมหานคร, สำนักพิมพ์แสงดาว
อานนท์ เอื้อตระกูล. ๒๕๕๓. มหัศจรรย์ “เห็ดกระดุมบราซิล” พิชิตโรคร้าย. วันที่ค้นข้อมูล ๒๑ ตุลาคม
๒๕๕๘, เข้าถึงได้จาก http://www.infoforthai.com/forum/topic/4853
Dan Molter. 2015. Agaricus Blazei Mushroom Health Benefits to Support Immune
System. วันที่ค้นข้อมูล ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๘, เข้าถึงได้จาก http://medicinal-
mushrooms.net/agaricus-blazei-mushroom-health-benefits-to-support-
immune-system/
Greenclinic. ๒๕๕๘. เห็ดกระดุมบราซิล (Agaricus Blazei Murrill) .วันที่ค้นข้อมูล ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๘,
เข้าถึงได้จาก http://www.greenclinic.in.th/agaricus-blazei.html

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.11 seconds. Snitz Forums 2000