สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 อายุและวัยของมนุษย์

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 19 Jun 2019 : 12:33:04
ปีงบประมาณ 2562


อายุและวัยของมนุษย์
อาจารย์ ขันทอง วิชาเดช


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังทั้งหลาย ท่านเคยทราบมาบ้างหรือไม่ว่า คนเรามีอายุประมาณเท่าไหร่ วันนี้ก็จะนำเรื่องราวเกี่ยวกับอายุของคนมาเล่าให้ฟัง
         พระพุทธศาสนา กำหนดอายุของมนุษย์ในปัจจุบันเอาไว้ประมาณ 100 ปี บางคนก็มีชีวิตถึง 100 ปี บางคนก็อยู่ไม่ถึง ในอายุ 100 ปี ท่านแบ่งออกเป็น 10 ช่วง ๆ ละ 10 ปี ดังนี้
         ช่วงที่ 1        อายุระหว่าง 1-10 ปี ช่วงนี้เป็นเด็กอ่อน เด็กเล็ก เล่นซุกซน เล่นได้ทั้งวันไม่เบื่อ
         ช่วงที่ 2       อายุระหว่าง 20 ปี เป็นเด็กโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น วัยเรียนจากมัธยมสู่มหาวิทยาลัย ก็ยังอยู่ในวัยแห่งการเล่น เล่นกีฬา ดนตรี ท่องเที่ยว เล่นซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ข้ามวันข้ามคืนก็ได้
         ช่วงที่ 3       อายุระหว่าง 30 ปี เป็นช่วงที่มีผิวพรรณผ่องใสสวยงาม ไม่ต้องแต่งหน้าทาตัวด้วยเครื่องสำอางมากมาย เพราะผิวพรรณสมบูรณ์งดงามตามธรรมชาติ ตามวัย
         ช่วงที่ 4       อายุระหว่าง 40 ปี เป็นช่วงที่มีพละกำลังเต็มเปี่ยม เรี่ยวแรงแกร่งกล้า จะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนน้อยมาก พูดง่าย ๆ ก็คือ จะไม่ค่อยป่วยไข้นั่นเอง หรือเป็นแล้วก็หายไวเพราะแข็งแรงเต็มที่
         ช่วงที่ 5       อายุระหว่าง 50 ปี เป็นช่วงความสุกงอมทางปัญญา กล่าวคือ มีความเห็นหนักแน่นมั่นคงเด็ดเดี่ยว สามารถมองเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่แตกแขนงออกไปได้หลายมุมมอง มีความสุขุม รอบคอบ
         ช่วงที่ 6        อายุระหว่าง 60 ปี เข้าสู่ช่วงความเสื่อม โดยเฉพาะทางกาย เช่น ตา หู แขน ขา เริ่มเสื่อม จะไม่มีความยินดีในการเล่น ผิวพรรณ กำลัง และปัญญาเริ่มจะเสื่อมถอย
         ช่วงที่ 7       อายุระหว่าง 70 ปี เข้าสู่ช่วงความค้อม ร่างกายย่อมค้อมไปข้างหน้า เหมือนกับว่า แรงโน้มถ่วงดึงดูดให้ร่างกายเตี้ยต่ำลง ไม่สูงสง่างามเหมือนก่อนแล้ว
         ช่วงที่ 8       อายุระหว่าง 80 ปี ตอนนี้ร่างกายย่อมค่อมลงดุจหางไถ ฉะนั้น
         ช่วงที่ 9       อายุระหว่าง 90 ปี อยู่ในช่วงแห่งความลืม คนมีอายุมากถึง 90 ปีแล้วมักจะหลงลืม และลืมการกระทำที่แล้วมา ลืมลูกหลาน ทานข้าวแล้วก็บอกว่า ยังไม่ได้ทาน ลืมหมด
         ช่วงที่ 10       อายุ 100 ปี เป็นช่วงแห่งการนอน ด้วยว่าคนมีอายุถึง 100 ปี ย่อมชราคร่ำคร่าเต็มทีแล้ว จึงมากไปด้วยการนอน
         อายุ 100 ปีเป็นประมาณอายุของมนุษย์ยุคปัจจุบัน คนที่มีอายุครบหรือเกิน 100 ปีมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์จะมีอายุต่ำกว่า 100 ปี สำหรับประเทศไทย ประชาชนชาวไทยปัจจุบันมีอายุเฉลี่ย ผู้หญิงประมาณ 71 ปี ผู้ชายประมาณ 72 ไม่เป็นที่ระบุชัดว่า เหตุใด ผู้หญิงจึงมีอายุมากกว่าผู้ชาย อาจจะเป็นเพราะว่า ผู้ชายทำงานนอกบ้านมีโอกาสประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตได้
         อย่างไรก็ตาม อายุ 100 ปีของมนุษย์เมื่อแบ่งตามวัยแล้วก็มีอยู่เพียง 3 วัย เท่านั้น ได้แก่ ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย มนุษย์มิได้ตายไปตามลำดับก่อนหลัง เช่น ผู้ที่เกิดก่อนย่อมตายก่อน หรือเกิดทีหลังตายทีหลัง การตายนั้นล้วนปรากฏทั้งปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย
         ความตายมิได้เป็นข้อยกเว้นให้แก่ใคร ย่อมเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกวัย ดังข้อความเตือนสติให้ตระหนักถึงความตายในบทอภิณหปัจจเวกขณะว่า “เราเกิดแล้วก็ตาย หลบหนีความตายไม่พ้น” ดังนั้น อย่าประมาทในการใช้ชีวิตนะครับ

แหล่งอ้างอิง
ขันทอง วิชาเดช. (2551). เอกสารประกอบการสอนวิชาพุทธศาสน์. ได้รับทุนสนับสนุนจากงบประมาณเงินรายได้การพัฒนาผลงานทางวิชาการ จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000