สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิถีสุขภาพ
 ดูฉลากโภชนาให้เป็น ลดเค็ม ลดโรค

คำแนะนำ : คุณต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะสามารถโพสได้ครับ

Screensize:
UserName:
Password:
Format Mode:
Format: BoldItalicizedUnderlineStrikethrough Align LeftCenteredAlign Right Horizontal Rule Insert HyperlinkInsert Email Insert CodeInsert QuoteInsert ListInsert MP3 File
   
Message:

* HTML is OFF
* Forum Code is ON
Smilies
Smile [:)] Big Smile [:D] Cool [8D] Blush [:I]
Tongue [:P] Evil [):] Wink [;)] Clown [:o)]
Black Eye [B)] Eight Ball [8] Frown [:(] Shy [8)]
Shocked [:0] Angry [:(!] Dead [xx(] Sleepy [|)]
Kisses [:X] Approve [^] Disapprove [V] Question [?]

  Check here to include your profile signature.
    

T O P I C    R E V I E W
admin Posted - 19 Jun 2019 : 12:41:28
ปีงบประมาณ 2562


ดูฉลากโภชนาให้เป็น ลดเค็ม ลดโรค
ชัยนันท์ เหมือนเพ็ชร์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกท่าน คุณผู้ฟังเคยเห็นซองขนมสีสันสดใส ตั้งเรียงรายบนชั้นวางของภายในร้านสะดวกซื้อ ล่อตาล่อใจทุกเพศทุกวัย ทั้งรสชาติที่แปลกใหม่และรสชาติที่คุ้นเคย ด้วยเหตุผลสั้นๆ ที่ว่าอร่อยดี รู้หรือไม่ครับว่า นอกจากความอร่อยแล้ว ขนมขบเคี้ยวในมือของคุณยังแฝงไปด้วยโซเดียม ซึ่งหากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินไป จะเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน ความดันโลหิตสูง และไตวายในที่สุด
         องค์การอนามัยโลก แนะนำการบริโภคโซเดียมที่เหมาะสม ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือ 5 กรัม หรือ 1 ช้อนชา ในขณะที่ผู้ใหญ่ไทยบริโภคโซเดียมสูงกว่าที่กำหนดถึงสองเท่า สิ่งที่น่าจับตามองคือ เด็กไทยบริโภคโซเดียมเกิน 5 เท่า หนึ่งในพฤติกรรมติดเค็มของเด็ก มาจากการปรุงอาหารของผู้ปกครอง พ่อแม่หากจะเลือกอาหารและขนมให้ลูก พ่อแม่สามารถบอกให้ลูกรู้ถึงคุณประโยชน์ของอาหารแต่ละประเภท เช่น อาหารกึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว สิ่งสำคัญคือ ต้องดูฉลากปริมาณโซเดียมหรือแบ่งบริโภคต่อมื้อให้เป็น ไม่ควรบริโภคจนหมดซองในมื้อเดียว รวมทั้งควรสร้างวินัยในการบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องขนมขบเคี้ยวและอาหารให้พี่เลี้ยง และส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ เป็นต้น
         วิธีสังเกตปริมาณและคำนวณโซเดียม โดยข้อมูลโภชนาการด้านข้างหรือหลังซองอาหาร จะบ่งบอกว่า ภายในบรรจุภัณฑ์นี้ มีปริมาณโซเดียมเท่าไหร่ สิ่งที่ควรสังเกตต่อมาคือ ต้องดูที่จำนวนหน่วยบริโภคต่อซองด้วย เช่น ขนมมันฝรั่งทอดยี่ห้อหนึ่ง ระบุว่า มีโซเดียม 170 มิลลิกรัม ในขณะที่จำนวนหน่วยบริโภคต่อซอง คือ สองหน่วยบริโภค สรุปได้ว่า ขนมถุงนี้ควรที่จะแบ่งบริโภคสองครั้ง แต่ถ้าบริโภคหมดในครั้งเดียว ก็จะได้รับโซเดียม 170 คูณ 2 เท่ากับ 340 มิลลิกรัม นั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีฉลากโภชนาการอีกแบบที่เรียกว่า ฉลาก หวาน มัน เค็ม อยู่หน้าซองขนมโดยจะบอกปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ซึ่งคิดเป็นปริมาณต่อถุงอยู่แล้ว จึงสามารถสังเกตได้และง่ายในการเลือกซื้อ นอกจากนี้ยังมีวิธีลดโซเดียมแบบง่าย ๆ ที่จะทำให้ห่างไกลเค็มและห่างไกลโรคได้ไม่ยาก ได้แก่
         1. หากปรุงอาหารเอง ควรลดปริมาณเครื่องปรุงในอาหาร เช่น น้ำปลา ซอส ซีอิ้ว น้ำมันหอย ผงชูรส และควรตวงก่อนปรุงทุกครั้ง
         2. หากกินข้าวนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการปรุงรสเพิ่ม จากเครื่องปรุงต่าง ๆ และไม่ควรซดน้ำแกงหรือน้ำซุปจนหมด เพราะโซเดียมจากเครื่องปรุงต่างๆ จะละลายอยู่ในน้ำแกงและน้ำซุป
         3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด อาหารหมักดอง แช่อิ่ม อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว หรือเลือกกินอาหารธรรมชาติ แต่ถ้าจำเป็นต้องกิน ควรอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง และเลือกอาหารที่มีโซเดียมน้อยที่สุด
         4. ควรลดการกินขนมหวานที่มีโซเดียม เช่น กล้วยบวชชี ขนมอบทุกชนิดที่ใส่ผงฟู เช่น ขนมปัง เค้ก คุ้กกี้
         ประโยชน์ของฉลากโภชนาการ ไม่ได้ระบุเฉพาะข้อมูลของโซเดียมเท่านั้น แต่ยังระบุข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกบริโภคอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้ว ก่อนจะหยิบซื้ออาหาร ขนมขบเคี้ยวลงตะกร้า ควรตรวจข้อมูลโภชนาการจากฉลากโภชนาการให้เป็นนิสัย เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและคนในครอบครัวตลอดไป สวัสดีครับ

อ้างอิง
ไพโรจน์ เสาน่วม. (2562). โซเดียมปีศาจร้าย ทำลายสุขภาพ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. สืบค้นได้จาก https://www.thaihealth.or.th/ สืบค้นเมื่อ 16 พฤษภาคม 2562.

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000