สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 รามายณะ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6539 Posts

Posted - 28 Oct 2003 :  12:28:05  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
รามายณะ
โดย อาจารย์ฉลวย มงคล
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

คนไทยเราจะรู้จักเรื่องรามเกียรติ์กันเป็นอย่างดี เพราะวรรณคดีเรื่องนี้ได้นำมาใช้ในการแสดงโขน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้เรื่องมหากาพย์รามายณะซึ่งเป็นที่มาของรามเกียรติ์ นอกจากผู้ที่ศึกษามาทางด้านนี้โดยตรง รามายณะเป็นหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดในภาษาสันสกฤต ไม่มีข้อความปรากฏว่าได้แต่งขึ้นแต่เมื่อใด แต่นักวรรณคดีสันนิษฐานว่า คงจะได้แต่งขึ้นเมื่อราวต้นพุทธกาล หรือนัยหนึ่งคือได้ประมวลขึ้นเป็นรูปเรื่องที่สมบูรณ์ในระยะเวลาที่กล่าวมานั้น แต่ความจริงแล้ว ได้มีตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาก่อนหน้านั้นช้านานแล้ว และแม้เมื่อได้รจนาเป็นกาพย์ขึ้นแล้วก็ยังคงมีการท่องบ่นขับสวดกันจนขึ้นใจต่อ ๆ กันมาอีกราว 100-200 ปี ภายหลังจึงได้จดบันทึกลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วใช้เป็นคัมภีร์อันสำคัญสืบมา
เรื่องรามายณะที่จริงมีอยู่หลายนิกาย แต่ที่สำคัญมี 2 นิกาย คือ อุตรนิกายและองคนิกาย (ฉบับเบงกอล) อุตรนิกายนั้นเก่าแก่กว่า และมีข้อความปนอยู่น้อยกว่าองคนิกาย
เรื่องรามายณะนี้ เชื่อกันว่ามิใช่คนคนเดียวแต่ง คงมีคนแต่งเรื่องราวของพระรามเป็นเค้าโครงไว้ก่อน แล้วจึงมีผู้แต่งแทรกเพิ่มเติมต่อขึ้นเป็นตอนๆในภายหลัง
ดร.เจ.อาร์.โกยาล ผู้ศึกษารามายณะผู้หนึ่งได้เขียนถึงเรื่องรามายณะไว้ว่า “รามยณะอันศักดิ์สิทธิ์ – เรื่องราวของพระรามคือคัมภีร์อันแท้จริงของมนุษย์ เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดอุดมการณ์อันสูงสุดของสังคมมนุษยชาติ การเมือง และจิตวิญญาณสำหรับทุกกาลสมัย เป็นสัจจะในแต่ละแว่นแคว้น ทุกๆแดนดิน ในแต่ละกาลอากาศและทุกๆภูมิอากาศ เป็นสัจจะสำหรับมนุษย์แต่ละผู้และทุกๆคน ไม่ว่าเขาจะเป็นฮินดู มุสลิม คริสเตียน ซิก พุทธ เชน ยิว หรือ ปาร์ซี รามายณะเป็นมัคคุเทศก์ของมนุษย์ รามายณะอันศักดิ์สิทธิ์เป็นสัญลักษณ์แห่งมรดกของอินเดีย ไม่มีหนังสือศาสนาเล่มใดที่จะยึดจับจิตใจและวิญญาณของอินเดียได้ลึกซึ้งเท่ากับปกรณ์นี้ รามายณะเป็นน้ำทิพย์อมฤตรสแห่งชีวิตของอินเดียที่ชูชุบพลิกฟื้นคืนชีพให้แก่ชาติอินเดียเสมอมา ในยามที่ได้รับความกดดัน ความคับขัน และความพ่ายแพ้ พระรามคือเสาศิลาหลักแห่งพลัง แห่งจรณธรรม ยุติธรรม และมนุษยธรรม…”
เรื่องรามายณะนั้นที่จริงแล้วก็จำลองภาพมาจากการต่อสู้ของชนชาวอารยันที่เข้ามาครองชมพูทวีป จนกระทั่งถึงลังกาทวีปนั่นเอง โดยชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่เรียกว่าพวกมิลักขะนั้นกลายมาเป็นพวกยักษ์หรือรากษส ส่วนชาวพื้นเมืองที่เข้ามาสวามิภักดิ์ก็เป็นพวกวานร พวกหัวหน้าก็ยกย่องให้เป็นพญาวานรซึ่งมีบิดาเป็นทวยเทพทั้งหลาย
“รามายณะ” ตามรูปศัพท์ แปลว่า “การไปของพระราม” หมายถึงการเดินทางที่ทุรกันดารของพระรามเพื่อติดตามหานางสีดา หรือนัยหนึ่งก็คือชีวประวัติหรือเรื่องราวของพระรามนั่นเอง
- 2 -

รามายณะเป็นมหากาพย์ที่มีความยาวรองลงมาจากมหากาพย์มหาภารตะ คือแต่งด้วยคำฉันท์รวม 24,000 โศลก ฉันท์ทั้งหมดนี้จัดเป็นวรรคได้ 500 วรรค แบ่งออกเป็น 6 กัณฑ์ กับมีกัณฑ์ผนวกอีก 1 กัณฑ์ รวมเป็น 7 กัณฑ์
มหากาพย์รามายณะมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมและวรรณคดีของหลายประเทศในแถบเอเซียอาคเนย์ เช่น พม่า อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ลาว เขมร ในเมืองไทย รามายณะได้กลายมาเป็นรามเกียรติ์ อันเป็นสมบัติล้ำค่าทางวรรณกรรมชิ้นหนึ่งของไทย นอกจากนี้เรื่องราวของพระรามยังแพร่กระจายไปตามท้องถิ่นต่างๆของไทยในรูปของนิทานอีกด้วย เช่น เรื่องพระลักพระลาม และเรื่องพระรามชาดกของภาคอีสาน เรื่องพรหมจักร และเรื่องหรมานของภาคเหนือ เรื่องรามเกียรติ์ฉบับบ้านควนเกยของภาคใต้ เป็นต้น
รามายณะเป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่าสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อถือในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์สมมติว่าเป็นเทพเจ้าในลัทธิพราหมณ์ โดยเฉพาะความเคารพในพระวิษณุหรือพระนารายณ์ จนกระทั่งจินตนาการให้เทพเจ้าองค์นี้อวตารลงมาเป็นมนุษย์เพื่อให้มีความรู้สึกว่าเทพเจ้านั้นอยู่ไม่ไกลจากตนเองเลย การที่พระนารายณ์ถือกำเนิดมาเป็นพระรามก็สร้างความอบอุ่นให้แก่มนุษย์ในอันที่จะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขในคราวที่มนุษย์ที่ถือว่าตนเป็นฝ่ายธรรมะถูกฝ่ายอธรรมรังแกเพราะ ฝ่ายศัตรูมักจะเป็นผู้ที่เข้มแข็งกว่า จึงต้องขอแรงพระผู้เป็นเจ้าตามที่ตนนับถือเป็นที่พึ่ง ดังนั้น เราจึงได้มีรามายณะและรามเกียรติ์ไว้ประดับเกียรติแก่วงวรรณกรรมจนทุกวันนี้



***************
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000