สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 การรณรงค์เพื่อประหยัดการใช้น้ำประปา
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4612 Posts

Posted - 16 Nov 2005 :  15:19:30  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote

ปีงบประมาณ 48

การรณรงค์เพื่อประหยัดการใช้น้ำประปา
บัญญัติ สุขศรีงาม

        ในช่วงฤดูร้อนของทุก ๆ ปี เราจะได้ทราบข่าวเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งหรือปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศอยู่เสมอ แม้ว่าประเทศของเราจะตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีฝนตกค่อนข้างชุก โดยเฉลี่ยมีน้ำฝนตกปีละประมาณ 1,560 มิลลิเมตรและได้น้ำประมาณ 800,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่สามารถกักเก็บน้ำไว้ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ทุกประเภท (เช่น แม่น้ำ ลำคลอง อ่างเก็บน้ำ เขื่อน ฯลฯ) ประมาณ 45,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ ก็มีปัญหาคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีแหล่งน้ำที่มีคุณภาพดีลดลงต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้ปริมาณน้ำใช้เฉลี่ยของคนไทยแต่ละปีมีประมาณ 3,070 ลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นปริมาณที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียน แสดงให้เห็นว่าประเทศของเรามิได้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะยังมีน้ำที่ถูกปล่อยทิ้งไปอีกจำนวนมากมาย แต่ปัญหาที่ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำ ก็คือ การบริหารจัดการเกี่ยวกับการใช้น้ำยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ถ้าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้ปัญหาภัยแล้งหรือปัญหาการขาดแคลนน้ำทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
        ปัญหาการขาดแคลนน้ำมักจะพบกับผู้ที่อาศัยในชนบทที่ห่างไกลมากกว่าผู้ที่อาศัยในเมือง เพราะผู้อาศัยในเมืองส่วนใหญ่จะมีน้ำประปาไว้ใช้และน้ำประปามีราคาลิตรละ 1 สตางค์ ถือว่าถูกมาก เนื่องจากมิได้นำต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมมารวมไว้ด้วย ทำให้ผู้ที่อาศัยในเมืองได้ใช้น้ำประปาอย่างสิ้นเปลืองค่อนข้างมาก ถ้าหากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้มีปัญหาการหาแหล่งน้ำดิบมาใช้ทำน้ำประปา รวมทั้งปัญหามลพิษของน้ำตามมา ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ใช้น้ำประปาต้องใช้น้ำอย่างประหยัดเช่นกัน เพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอ
        เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่สะอาดไว้ใช้อุปโภคบริโภคดังกล่าวแล้ว การประปาส่วนภูมิภาคได้รณรงค์ให้ประชาชนได้ใช้น้ำประปาอย่างประหยัดและได้ให้คำแนะนำการใช้น้ำประปาแบบประหยัดไว้ดังนี้
        1. การอาบน้ำและการล้างหน้า
                - การอาบน้ำด้วยฝักบัวจะช่วยประหยัดน้ำได้มากกว่าการใช้ขันตักอาบ และในขณะถูสบู่ก็ควรปิดก๊อกน้ำด้วย จะช่วยประหยัดน้ำได้มาก โดยทั่วไปแล้วการอาบน้ำด้วยฝักบัวแต่ละครั้งจะใช้น้ำไม่เกิน 20 ลิตร
                - การอาบน้ำในอ่างอาบน้ำแต่ละครั้งจะสิ้นเปลืองน้ำมากถึง 110 – 200 ลิตร
                - การล้างหน้าแต่ละครั้งด้วยการใช้ขันรองน้ำจะใช้น้ำประมาณ 9 ลิตร แต่ถ้าหากล้างหน้าจากก๊อกน้ำโดยตรงและเปิดน้ำทิ้ง ต่อเนื่องจะใช้น้ำมากถึง 18 ลิตร
        2. การแปรงฟัน
                - ควรใช้ขันหรือแก้วน้ำรองน้ำจากก๊อกน้ำ เพื่อการแปรงฟันในแต่ละครั้งจะใช้น้ำประมาณ 1 ลิตร แต่ถ้าหากแปรงฟันจากก๊อกน้ำโดยตรงและปล่อยให้น้ำไหลต่อเนื่องในขณะแปรงฟันจะใช้น้ำนาทีละ 9 ลิตร
        3. การโกนหนวด
                - ในขณะโกนหนวดจะมีการใช้ครีมโกนหนวดร่วมด้วย ภายหลังจากการโกนหนวดแล้วให้ใช้กระดาษทิชชูเช็ดออกก่อนจะล้างน้ำ จะใช้น้ำเพียง 1 – 2 ลิตร แต่ถ้าหากโกนหนวดด้วยการเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ต่อเนื่องจะใช้น้ำมากถึง 18 ลิตร
        4. การใช้ส้วม
                - การใช้ส้วมแบบใช้น้ำตักราดแต่ละครั้งจะใช้น้ำ 2 – 4 ลิตร
                - การใช้ส้วมแบบชักโครกแต่ละครั้งใช้น้ำ 4 – 22 ลิตร ขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของชักโครก
                - ในห้องสุขาควรแยกโถปัสสาวะและอุจจาระออกจากกัน เพราะการปัสสาวะในโถปัสสาวะและใช้น้ำราดแต่ละครั้งจะน้อยมากจึงช่วยประหยัดน้ำได้มาก
        5. การซักผ้า
                - การซักผ้าด้วยมือโดยใช้กะละมังรองน้ำและในระหว่างการซักจะต้องไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลา การซักผ้าด้วยมือแต่ละครั้งจะใช้น้ำประมาณ 50 ลิตร
                - การซักผ้าด้วยเครื่องแต่ละครั้งจะใช้น้ำประมาณ 100 ลิตร การซักผ้าด้วยเครื่องแต่ละครั้งจึงควรรวบรวมเสื้อผ้ามีจำนวนมากพอกับกำลังการทำงานของเครื่องซักผ้า จะช่วยให้จำนวนครั้งที่ซักผ้าลดลง จึงประหยัดน้ำได้มาก
        6. การล้างผักและผลไม้
                - ควรเปิดน้ำใส่ภาชนะเท่าที่จำเป็น นำผักและผลไม้แช่น้ำไว้แล้วเปิดก๊อกน้ำใหม่เมื่อต้องการล้างน้ำอีกครั้งหนึ่ง จะใช้น้ำประมาณ 5 – 10 ส่วน แต่ถ้าหากล้างผักและผลไม้ด้วยการเปิดก๊อกน้ำตลอดเวลานาน 5 นาทีจะใช้น้ำ 45 ลิตร
        7. การล้างภาชนะ
                - การล้างภาชนะต่าง ๆ ควรรองน้ำใส่ภาชนะไว้ก่อนแล้วล้างพร้อมกัน จะใช้น้ำประมาณ 50 ลิตร แต่ถ้าหากล้างภาชนะด้วยการเปิดก๊อกน้ำไว้ตลอดเวลานาน 15 นาทีจะใช้น้ำประมาณ 135 ลิตร
        8. การเช็ดถูพื้นหรือบริเวณต่าง ๆ
                - การเช็ดถูด้วยการใช้น้ำจากภาชนะ เช่น กะละมังหรือถังใส่น้ำ แต่ละครั้งจะใช้น้ำประมาณ 50 ลิตร แต่ถ้าหากใช้น้ำจากสายยางฉีดทำความสะอาดโดยตรง แต่ละครั้งจะใช้น้ำประมาณ 200 ลิตร ในเวลา 5 นาที
        9. การล้างรถยนต์
                - ควรรองน้ำใส่ภาชนะ เช่น กะละมังหรือถังน้ำ แล้วใช้ผ้าหรืออุปกรณ์การล้างรถไปจุ่มน้ำแล้วเช็ดถูทำความสะอาด แต่ละครั้งจะใช้น้ำประมาณ 30 ลิตร แต่ถ้าหากใช้น้ำจากสายยางฉีดทำความสะอาดโดยตรง แต่ละครั้งจะใช้น้ำประมาณ 200 – 300 ลิตร
        10. การรดน้ำต้นไม้
                - การรดน้ำสนามหญ้าหรือบริเวณที่มีพื้นที่กว้าง ๆ ก็ควรใช้สปิงเกอร์เพื่อลดการสูญเสียน้ำ
                - การรดน้ำต้นไม้กระถางก็ควรใช้ฝักบัวหรือบัวรดน้ำจะช่วยประหยัดน้ำได้มาก
                - ควรนำน้ำที่เหลือจากการทำกิจกรรมอื่น ๆ มาใช้รดน้ำต้นไม้ด้วย เช่น น้ำสุดท้ายของการซักผ้าด้วยมือหรือน้ำทิ้งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่น้ำโสโครกหรือน้ำเสีย จะช่วยประหยัดน้ำได้มาก
        อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อมูลที่ผู้ใช้น้ำประปาทุกท่านควรได้ทราบเพิ่มเติม ดังนี้
        1. ก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิทแล้วมีน้ำไหลเป็นสายตลอดเวลาจะสูญเสียน้ำเดือนละไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร
        2. ก๊อกน้ำที่เปิดทิ้งไว้อย่างต่อเนื่องในขณะดำเนินกิจกรรมชำระล้างต่าง ๆ จะสูญเสียน้ำนาทีละประมาณ 9 ลิตร
        3. ก๊อกน้ำที่รั่วจะมีน้ำหยดตลอดเวลาจะสูญเสียน้ำเดือนละไม่น้อยกว่า 1,500 ลิตร
        4. ชักโครกที่ลูกลอยปิดไม่สนิท มีน้ำไหลลงโถส้วมตลอดเวลา จะสูญเสียน้ำเดือนละไม่น้อยกว่า 30,000 ลิตร
        ท่านผู้ฟังที่เคารพ การที่ประเทศของเรามีหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งหรือปัญหาการขาดแคลนน้ำ และในแต่ละปีจะมีพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งเพิ่มขึ้น จึงเป็นสิ่งเตือนให้ทราบว่ากำลังจะมีปัญหาการขาดแคลนน้ำเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน จึงขอให้ทุกท่านที่มีโอกาสได้ใช้น้ำประปาได้กรุณาได้ใช้น้ำประปาอย่างประหยัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด ด้วยการไม่ทิ้งขยะหรือของเสียหรือสิ่งโสโครกลงสู่แหล่งน้ำ ถ้าหากทุกท่านให้ความร่วมมืออย่างจริงจังจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอนครับ

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000