สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4491 Posts

Posted - 15 Sep 2006 :  13:48:54  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 49

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฉลวย มงคล
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งบรมธรรมิกมหาราช พระอัจฉริยภาพ พระปรีชาญาณ และพระเกียรติคุณ เป็นที่ประจักษ์แซ่ซ้องสรรเสริญขจรขจายไปทั่วทุกแหล่งหล้าสารทิศ ทรงเพียบพร้อมด้วยพระคุณลักษณะแห่งพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ผู้ทรงปกครองผืนแผ่นดินและปวงประชาราษฎร
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบฉบับโบราณราชประเพณีโดยเคร่งครัดครบถ้วนทุกประการ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง ในครั้งนั้น พระครูวามเทพมุนีพราหมณ์น้อมเกล้าฯ ถวายพระสุพรรณบัฏเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งใช้ในโอกาสเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นขัตติยราชประเพณีสืบมาแต่สมัยโบราณ
        เครื่องหมายแห่งความเป็นพระมหากษัตริย์ประกอบด้วย ฉัตร และเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์
        ฉัตร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ให้ความหมายไว้ว่า เครื่องสูงชนิดหนึ่งมีรูปคล้ายร่มที่ซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ ชั้นบนมีขนาดเล็กกว่าชั้นล่างลดหลั่นกันไปโดยลำดับ สำหรับแขวน ปัก ตั้ง หรือเชิญเข้ากระบวนแห่เป็นเกียรติยศ
        ชั้นของฉัตรต้องเป็นชั้นคี่ คือ ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๗ ชั้น และ ๙ ชั้น ฉัตรชั้นสูงสุดสำหรับพระมหากษัตริย์คือ ฉัตร ๙ ชั้น เรียกว่า “นพปฎลมหาเศวตฉัตร” หรือ “พระมหาเศวตฉัตร” ทำด้วยผ้าขาวขลิบทองเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ มี ๕ อย่าง ดังนี้
        ๑. พระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นเครื่องหมายแสดงว่า พระมหากษัตริย์เป็นยอดแห่งความเคารพอย่างสูงเป็นเครื่องประดับพระเศียร ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ ลงยาประดับเพชร สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ส่วนเพชรยอดมงกุฎประดับในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเพชรที่ได้มาจากอินเดีย พระราชทานนามว่า “พระวิเชียรมณี”
        ๒. พระแสงขรรค์ชัยศรี เป็นเครื่องหมายแสดงว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ ทรงปราบบรรดาแว่นแคว้นและอริราชไพรีให้ราบคาบอยู่ในพระราชอำนาจของพระองค์ พระขรรค์นี้เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (แบน) นำมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีประวัติว่า เดิมพระขรรค์องค์นี้จมอยู่ในทะเลสาบประเทศกัมพูชา และสันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุพอๆ กับสมัยนครวัด ชาวประมงทอดแหได้พระขรรค์องค์นี้เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๒๗
        ๓. ธารพระกร คือ ไม้เท้า เป็นเครื่องหมายแสดงถึงพระราชอำนาจ หรือความเที่ยงธรรม สารานุกรมไทย อธิบายว่า ธารพระกรของเดิมทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ปิดทอง หัวเป็นแฉกและเส้นเหล็กคร่ำลายทอง มีลักษณะเหมือนไม้เท้าที่พระภิกษุใช้ เรียกว่า ธารพระกรชัยพฤกษ์ ถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงสร้างธารพระกรด้วยทองคำองค์หนึ่ง เรียกว่า ธารพระกรเทวรูป ให้ใช้แทนธารพระกรชัยพฤกษ์ ภายในมีพระแสงเสนายอดมีรูปเทวดา มีลักษณะเป็นพระแสงดาบมากกว่าที่จะเป็นธารพระกร ดังนั้น ในสมัยรัชกาลที่ ๖ จึงโปรดให้ยกเลิกธารพระกรเทวรูป ให้กลับไปใช้ธารพระกรชัยพฤกษ์ตามเดิม และใช้สืบมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน
        ๔. พัดวาลวิชนีและพระแส้ เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงนำความร่มเย็น และขจัดปัดเป่าภยันตรายหรือสิ่งที่ไม่ดีงามให้หมดสิ้นไป ปวงชนจึงมีความสุขสวัสดี ประกอบด้วยพัดและแส้ มีด้ามเป็นแก้วใส กล่าวกันว่า คงสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ของเดิมเป็นพัดใบตาลปิดทอง ด้ามเป็นทองลงยา งอนอ่อนช้อย ต่อมา เมื่อกรมศิลปากรขุดกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว พบว่า มีพัดและแส้จำลองขนาดเล็ก จึงเป็นหลักฐานยืนยันว่า เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์สมัยอยุธยามีทั้งพัดและแส้ ส่วนภาพแกะสลักไม้แสดงเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์สมัยสุโขทัยมีแส้อย่างเดียว ไม่มีพัด และในจดหมายเหตุเรื่องพระบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๕ ก็มีแต่แส้จามรี ไม่มีพัดเช่นกัน ในจดหมายเหตุพระบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๒ กล่าวถึงวาลวิชนี แต่ไม่มีรายละเอียดว่า มีทั้งพัดและแส้ หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ จดหมายเหตุเรื่อง พระบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๗ มีทั้งพัดและแส้ เหมือนกับสมัยปัจจุบัน
        ๕. ฉลองพระบาท เป็นรูปรองเท้าแตะหัวแหลมงอนขึ้น ไม่ปิดส้น ทำด้วยทองคำลงยา ประดิษฐ์ลวดลายสวยงาม เรียกว่า ฉลองพระบาทเชิงงอน รองเท้าลักษณะนี้ มีใช้ในอินเดียและเปอร์เซีย แต่ไทยจะได้รับอิทธิพลมา หรือเป็นแบบอย่างของไทยมาแต่เดิม ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด
        เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ซึ่งพระครูวามเทพมุนีน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีบรมราชภิเษก เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงดำรงสิริราชสมบัติ ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการปกครอง อำนวยความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฎร์สืบไป
        พระบรมเดชานุภาพเลิศล้น ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เทอญ

(ข้อมูล : วารสารหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ กาญจนบุรี ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑, มกราคม – มีนาคม ๒๕๔๙)

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000