สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
 ไข้หวัดหมู โรคติดเชื้อจากการทานเนื้อหมูปรุงไม่สุก
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 14 Aug 2007 :  14:22:53  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 50

ไข้หวัดหมู : โรคติดเชื้อจากการรับประทานเนื้อหมูปรุงไม่สุก
รองศาสตราจารย์บัญญัติ สุขศรีงาม
ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา

        เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนว่ามีผู้รับประทานเนื้อหมูแล้วมีอาการของโรคผิดปกติ ได้แก่ มีการทรงตัวผิดปกติหรือลักษณะการเดินเหมือนคนเมาเหล้า ทำให้เป็นที่หวาดวิตกของประชาชนโดยทั่วไป
        ตามปกติแล้ว หมูเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่นิยมรับประทานกันโดยทั่วไป ทำให้มีร้านจำหน่ายเนื้อหมูแพร่หลายทั่วประเทศ เนื้อหมูที่ได้จากหมูที่เลี้ยงในระดับครัวเรือนจะมีโอกาสปนเปื้อนโรคติดเชื้อได้ง่าย ถ้าหากนำเนื้อหมูที่ไม่สุกมารับประทานก็มีโอกาสได้รับเชื้อโรคเช่นเดียวกัน
        โรคติดเชื้อชนิดหนึ่งที่พบแพร่ระบาดโดยมีหมูเป็นพาหะ ได้แก่ โรคไข้หวัดหมู ที่เกิดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า สเตรพโตคอคคัส ซูอิส (Streptococcus suis) แบคทีเรียนี้จะพบอยู่ในช่องปากและโพรงจมูก จึงทำให้เชื้อแพร่ระบาดในหมูด้วยกันได้ง่าย หมูที่ติดเชื้อมักจะไม่แสดงอาการของโรคเนื่องจากมีความต้านทานโรคนี้ได้ แต่ในภาวะที่หมูมีความต้านทานโรคลดลง เช่น หมูที่มีความเครียดเนื่องจากการเลี้ยงอย่างแออัดหรือได้รับอาหารไม่เพียงพอหรือการเลี้ยงหมูด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อร์ตเพื่อให้หมูมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาจะได้ให้เนื้อแดงมากและไขมันน้อย สภาพเช่นนี้จะทำให้หมูอ่อนแอ เป็นผลให้มีโอกาสเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ง่ายด้วยแบคทีเรียสเตรพโตคอคคัสซูอิส ถ้าหากนำเนื้อหมูที่ป่วยเป็นโรคไปรับประทานจึงมีโอกาสติดเชื้อโรคนี้ได้ง่ายเช่นกัน
        องค์การอนามัยโลกได้เคยให้ข้อมูลว่าในอดีตไม่เคยพบโรคไข้หวัดหมูที่เกิดจากแบคทีเรียสตรพโตคอคคัสซูอิส ได้แพร่ระบาดจากหมูมาสู่มนุษย์ แต่การที่มีพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคไข้หวัดหมูได้นี้ แสดงว่าแบคทีเรียดังกล่าวสามารถปรับตัวให้สามารถเจริญได้ในมนุษย์ ทำให้เกรงว่าโรคไข้หวัดหมูจะกลายเป็นโรคระบาดรุนแรงได้ในอนาคต
        ในประเทศไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคไข้หวัดหมูเฉลี่ยแล้วปีละประมาณ 40 คน มีโอกาสเสียชีวิตร้อยละ 10 สำหรับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูจะเริ่มต้นจากเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู คนฆ่าหมูหรือชำแหละเนื้อหมู คนขายเนื้อหมู รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหมู บุคคลเหล่านี้จะเป็นกลุ่มแรกที่มีโอกาสสัมผัสกับหมูที่เป็นโรคจึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดหมูอย่างมาก ส่วนผู้บริโภคก็อาจติดเชื้อได้จากการรับประทานเนื้อหมูที่เป็นโรคและไม่ปรุงสุก เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะพักตัวประมาณ 1-3 วันจึงปรากฏอาการ อาการที่พบระยะแรกจะมีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดตามข้อ ต่อมาเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสโลหิตจึงทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีการทรงตัวผิดปกติ เดินเอนไปเอนมาเหมือนคนเมาสุรา นอกจากนี้อาจสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกได้ อย่างไรก็ตาม โรคนี้รักษาได้ง่ายด้วยยาปฏิชีวนะ ถ้าหากสามารถนำผู้ป่วยส่งสถานพยาบาลได้ทันท่วงทีจะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตได้ง่าย
        ท่านผู้ฟังที่เคารพ การรับประทานเนื้อหมูที่ปลอดภัยจากโรคต่าง ๆ ก็คือ การรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกอยู่เสมอ ในกรณีของการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูจะต้องรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกเช่นกัน โดยใช้ความร้อนในการปรุงอาหารจากเนื้อหมูที่อุณหภูมิไม่น้อยกว่า 75 องศาเซลเซียส หรือถ้าจะให้ดีก็ให้ใช้อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสหรืออุณหภูมิของน้ำเดือดนานอย่างน้อย 2 นาที ความร้อนดังกล่าวนี้จะสามารถทำลายแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดหมูได้ จึงช่วยให้มีความปลอดภัยจากโรคนี้ได้ครับ

*********************


เอกสารอ้างอิง

1. มติชน 18 สิงหาคม 2548
2. มติชน 29 กรกฎาคม 2549
3. มติชน 15 กันยายน 2549

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.14 seconds. Snitz Forums 2000