สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงไปออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ โทร 038-102292
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการก้าวไกลในโลกกว้าง
 โคเดอีน : สารเสพติดชนิดใหม่
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4640 Posts

Posted - 18 Sep 2007 :  13:16:23  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 50

โคเดอีน : สารเสพติดชนิดใหม่
รองศาสตราจารย์บัญญัติ สุขศรีงาม
ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา

        ในปัจจุบันรัฐบาลกำลังรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดอย่างเร่งด่วน จนสามารถลดปริมาณการจำหน่ายยาเสพติดไปได้อย่างมาก แต่กลุ่มวัยรุ่นบางกลุ่มก็พยายามหาสารชนิดใหม่มาเป็นสารเสพติดทดแทน ที่นิยมกันเป็นจำนวนค่อนข้างมากในกลุ่มวัยรุ่น ได้แก่ ยาแก้ไอที่มีโคเดอีน (codeine) เป็นส่วนผสม
        โคเดอีนมีชื่อทางเคมีว่า เมธิลมอร์ฟีน (methylmorphine) เป็นสารประกอบอัลคาลอยด์ที่มีอยู่ในพืช จำพวกฝิ่น เมื่อนำอัลคาลอยด์นี้มาสกัดให้ได้โคเดอีนบริสุทธิ์จะเป็นผลึกหรือผงสีขาว ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางที่ก้านสมองซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการไอ จึงใช้เป็นส่วนผสมของยาแก้ปวดและยาแก้อาการไอ (antitussive) ถ้าหากได้รับโคเดอีนในปริมาณมากอาจเป็นพิษต่อร่างกาย เช่น ทำให้เกิดเคลิบเคลิ้ม มึนงง เพ้อคลั่ง ชีพจรเต้นช้า หัวใจเต้นเร็ว ไม่รู้สึกตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ระบบการหมุนเวียนโลหิตผิดปกติ ระบบการหายใจเป็นอัมพาต ถ้ารุนแรงมากก็อาจทำให้หยุดหายใจและเสียชีวิตในที่สุด
        เนื่องจากโคเดอีนมีอันตรายดังกล่าวแล้วจึงได้จัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 การสั่งโคเดอีนเข้ามาภายในประเทศจะต้องดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำเข้าเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ต้องการใช้โคเดอีนเพื่อการผลิตยาหรือการรักษาจะต้องได้รับอนุญาตครอบครองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถ้าหากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษโดยผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้าหรือส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องได้ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปีและปรับตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้มีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
        ในปัจจุบันได้มีการนำโคเดอีนไปเป็นส่วนผสมของยาแก้ไอ ยาแก้ไอชนิดนี้ถ้ารับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดการดื้อยา ต้องใช้ขนาดของยาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และจะทำให้เกิดภาวะการติดยาได้ ในขณะนี้กลุ่มวัยรุ่นได้นำยาแก้ไอที่มีโคเดอีนไปใช้ในทางที่ผิด โดยนำยาแก้ไอชนิดนี้ไปผสมกับน้ำอัดลมแล้วดื่มเพื่อความสนุกสนานเช่นเดียวกับการดื่มสุราหรือเบียร์ ถ้าหากรับประทานยาแก้ไอที่มีโคเดอีนเข้าไปมาก ๆ จะทำให้มีอาการเคลิบเคลิ้มและมีอันตรายต่อร่างกายดังกล่าวมาแล้ว
        การนำยาแก้ไอที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสมไปใช้ในลักษณะสารเสพติดได้มีพบมากในกลุ่มวัยรุ่นบริเวณชายแดนของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้และมีแนวโน้มจะแพร่กระจายไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) จึงต้องเร่งดำเนินการควบคุมการจำหน่ายยาแก้ไอชนิดนี้ให้มีความรัดกุมมากขึ้นเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการรักษาอาการเจ็บป่วยจากการไอเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการใช้เป็นสารเสพติด นอกจากนี้พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะต้องชี้แจงให้ลูกหลานได้เข้าใจและเห็นพิษภัยของสารเสพติดเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงจากยาเสพติดทั้งหลาย ความร่วมมือของทุก ๆ ฝ่ายจะช่วยลดปัญหาการมีผู้เสพยาเสพติดได้อย่างแน่นอนครับ

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000