สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดีมีสุข
 คีลอยด์
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4491 Posts

Posted - 11 Oct 2007 :  16:02:21  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 50

คีลอยด์
วันทนีย์ สุวรรณช่าง

        คีลอยด์ (แผลปูด) หมายถึง แผลเป็นที่ปูดโปน มีขนาดใหญ่กว่าแผลเป็นธรรมดา เป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะคนบางคนที่เคยเป็นคีลอยด์ เมื่อมีบาดแผลเกิดขึ้น ก็มักจะกลายเป็นคีลอยด์ได้อีก
        สาเหตุ
        เกิดจากการเจริญผิดปกติของเนื้อเยื่อผิวหนังส่วนที่เป็นแผล อาจเกิดกับบาดแผลได้ทุกชนิด เช่น บาดแผลผ่าตัด บาดแผลที่เกิดจากการบาดเจ็บ บาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ถูกแมงกะพรุนไฟ รอยฉีด วัคซีนบีซีจี รอยสิว เป็นต้น เมื่อแผลหายใหม่ ๆ อาจมีลักษณะเป็นปกติธรรมดาแต่ต่อมาอีกหลายสัปดาห์จะค่อย ๆ โตขึ้น จนเป็นแผลปูด บางครั้งคีลอยด์อาจเกิดจากแผลเป็นธรรมดาที่มีอยู่เดิมมานานหลายปี หรือเกิดในบริเวณที่ไม่มีรอยแผลเป็นมาก่อนก็ได้
        อาการ
        มีลักษณะเป็นก้อนเนื้องอก แข็งและหยุ่น ๆ คล้ายยาง เป็นรูปไข่แผ่ออกคล้ายก้ามปู มีสีแดงหรือชมพู ผิวมัน อาจมีอาการคัน และกดเจ็บ ก้อนอาจคงที่ หรือค่อย ๆ โตขึ้นก็ได้ มักไม่หายเอง มักพบเพียงหนึ่งก้อน แต่ก็อาจพบหลายก้อนได้ สามารถพบได้ทุกแห่งของร่างกาย แต่จะพบมากบริเวณหน้าอก หลัง ไหล่ แขนและขา
        การรักษา
        ถ้าขึ้นในบริเวณที่มิดชิด หรือไม่มีลักษณะที่น่าเกลียด ก็ไม่ต้องให้การรักษาแต่อย่างไร นอกจากถ้ามีอาการคัน ให้ทาด้วยครีมสเตอรอยด์ แต่ถ้าก้อนโตน่าเกลียด หรือทำให้ขาดความสวยงาม อาจต้องรักษา ด้วยการฉีดยาสเตอรอยด์เช่น ไตรแอมซิโนโลน อะเซโทไนด์ (Triamcinolone acetonide) เข้าไปในแผลคีลอยด์ อาจช่วยให้แผลเป็นฝ่อเล็กลงได้บ้าง ในรายที่มีขนาดใหญ่ อาจต้องทำการผ่าตัดแล้วฉีดยานี้ เมื่อแผลเริ่มหายภายใน1-2 สัปดาห์ นอกจากนี้อาจรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น ฉายรังสี การผ่าตัด ด้วยความเย็นที่เรียกว่า ไครโอเซอเจอรี (Cryosurgery)
        คีลอยด์เป็นเนื้องอกธรรมดา ไม่ใช่มะเร็งหรือเนื้อร้าย และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างไรก็ตาม จะเกิดขึ้นกับเฉพาะคนบางคนเท่านั้น ซึ่งผิวหนังจะมีธรรมชาติแตกต่างไปจากคนปกติเมื่อมีบาดแผล ก็จะทำให้เกิดเป็นแผลปูด ทั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการกินของแสลง (เช่น เนื้อ ไข่) ดังที่ชาวบ้านเข้าใจกัน ห้ามรักษาคีลอยด์ ด้วยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว หรือไม่ควรฉีดยาสเตอร์รอยด์ตามใน 1-2 สัปดาห์ต่อมา เป็นอันขาด หรือควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะแผลเป็นที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นคีลอยด์ที่ใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิมได้อีก ควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้เกิดแผลเป็น เช่น การบีบ หรือแกะสิว เท่านี้ท่านก็สามารถหลีกเลี่ยงจากคีลอยด์ได้ ง่ายดาย

ที่มา : http://www.thailabonline.com/sec41keloid.htm

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000