สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 น้ำคลอโรฟิลล์
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4491 Posts

Posted - 12 Oct 2007 :  10:49:55  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 50

น้ำคลอโรฟิลล์
วรานุรินทร์ ยิสารคุณ
ภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์

        สวัสดีค่ะ ยุคสมัยนี้ใครๆ ก็อยากมีสุขภาพแข็งแรงด้วยกันทั้งนั้น เพราะจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ ซึ่งปลายปีที่ผ่านมาก็มีข่าวที่เรียกว่าดึงดูดความสนใจประชาชนอย่างเราได้มากทีเดียว นั่นก็คือข่าวของดาราสาวทั้งหลายที่ดื่มเครื่องดื่มสุขภาพนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อที่รู้จักกันทั่วไปภายหลังว่า “น้ำคลอโรฟิลล์” และสาเหตุที่ทำให้ทุกคนหันมาสนใจน้ำดื่มชนิดนี้ก็เนื่องจากว่าดาราเหล่านี้มีผลงานเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนอยู่แล้ว ยิ่งดาราที่พวกเราชื่นชอบสวยหล่อขึ้นผิดหูผิดตาจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสินค้าตัวนี้จึงเพิ่มยอดการจำหน่ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ลึกลงไปแล้วจะมีสักกี่คนที่รู้ถึงประโยชน์หรือสรรพคุณของน้ำดื่มชนิดนี้จริงๆ ดังนั้นในวันนี้จึงอยากนำเสนอข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้กับท่านผู้ฟังได้ทราบกัน
        “คลอโรฟิลล์” ชื่อนี้ที่ใครหลายๆ คนคุ้นหูกับลักษณะของสารสีเขียวที่เป็นส่วนประกอบของพืชผักใบเขียวทุกชนิด รวมถึง “อัลฟัลฟ่า (Alfalfa)” พืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีคลอโรฟิลล์เป็นองค์ประกอบและผู้ผลิตนิยมนำมาสกัดจนได้เป็นคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในรูปผงพร้อมชงดื่ม ต้นอัลฟัลฟ่าจัดเป็นพืชตระกูลถั่ว เติบโตได้ในแทบทุกสภาพอากาศทั่วโลก มีระบบรากที่สามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงทำให้หลายคนคิดว่าต้องมีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่าพืชชนิดอื่น แต่ความเป็นจริงคนกับพืชก็มีชีวิตความเป็นอยู่ต่างกันโดยสิ้นเชิง และยังจัดเป็นสิ่งมีชีวิตคนละกลุ่มกันด้วย ดังนั้นจะพูดว่าคนสามารถนำธาตุอาหารจากพืชไปใช้ได้ทั้งหมดคงไม่จริง เพราะแร่ธาตุบางอย่างพืชจำเป็นต้องใช้แต่กลับไม่จำเป็นสำหรับคน และสำหรับเหตุผลที่ผู้ขายใช้อ้างความจำเป็นที่เราควรบริโภคเครื่องดื่มชนิดนี้ก็คือ “การบริโภคผัก-ผลไม้สดโดยตรงอาจไม่สะดวก และที่เลวร้ายกว่านั้นคือผักผลไม้สดทั่วไปมักปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นพิษ” จากคำพูดนี้เองทำให้เราหลายๆ คนรู้สึกคล้อยตามและอยากซื้อหามาบริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เราจะได้ยินการโฆษณาสินค้าว่า การดื่มน้ำคลอโรฟิลล์ที่ผ่านกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน สามารถทดแทนการรับประทานพืชผักสดปริมาณมากๆได้ โดยมีประโยชน์หลักคือ คุณสมบัติในการชำระล้างขจัดสารพิษ และสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย รวมทั้งรักษาสมดุลและบำรุงรักษา คือช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนและเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกาย นอกจากนี้ยังระบุว่าสามารถลดความดันโลหิต รักษาแผลต่างๆตั้งแต่แผลขนาดเล็กไปจนถึงแผลเรื้อรัง โรคภูมิแพ้ ช่วยป้องกันการขาดแคลเซียม หรือแม้กระทั่งการดับกลิ่นปาก ซึ่งข้อมูลที่กล่าวมานี้เป็นเพียงกลยุทธ์ที่ใช้สำหรับการขายสินค้าเท่านั้น เนื่องจากคุณสมบัติดังกล่าวยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยมารองรับทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการออกฤทธิ์ ดังนั้นจึงมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งพยายามชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ว่า
        1. สารสกัดคลอโรฟิลล์ไม่สามารถนำไปใช้ในสร้างเม็ดเลือดแดงได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เนื่องจากมีองค์ประกอบของโครงสร้างและหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ช่วยขนส่งออกซิเจนรวมทั้งสารอาหารบางอย่างให้กับร่างกาย แต่คลอโรฟิลล์มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสงของพืชเท่านั้น เราลองคิดง่ายๆ ว่าถ้าร่างกายมนุษย์สามารถดูดซึมคลอโรฟิลล์ไปใช้ได้จริงก็คงทำให้เราสังเคราะห์แสงได้และมีสีเขียวเหมือนพืชนั่นเอง
        2. คลอโรฟิลล์ที่อยู่ในรูปผงไม่ใช่สารธรรมชาติ 100% เพราะแท้จริงแล้วต้องมีการผ่านกระบวนการผลิตที่นำพืชมาสกัดและทำปฏิกริยาเคมีกับสารอื่นๆ เช่น อะซีโตน (acetone) หรือ เฮกเซน (hexane) จนได้สารใหม่ที่ไม่ใช่คลอโรฟิลล์ตามธรรมชาติ เนื่องจากคลอโรฟิลล์จะเสียคุณสมบัติเดิมไปเมื่อถูกสกัดด้วยตัวทำละลาย
        3. คลอโรฟิลล์สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้จริง แต่ประสิทธิภาพนั้นน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับยาฆ่าเชื้อที่อ่อนที่สุด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่น้ำคลอโรฟิลล์สามารถรักษาบาดแผลเรื้อรังได้
        4. น้ำคลอโรฟิลล์ไม่สามารถช่วยเพิ่มการทำงานของระบบขับถ่ายได้ หรือที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าช่วยล้างสารพิษ (detox) นั้น เพราะความจริงคลอโรฟิลล์ไม่ได้มีลักษณะเป็นเส้นใยหรือไฟเบอร์ (fiber) ดังนั้นจึงไม่สามารถช่วยทำให้เกิดการถ่ายอุจจาระได้มากขึ้นแต่อย่างใด
        จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดน่าจะทำให้ท่านผู้ฟังได้หยุดคิดและพิจารณาถึงประโยชน์ที่ได้รับจากน้ำคลอโรฟิลล์ว่าจำเป็นกับตัวเรามากหรือน้อยเพียงใด กับการที่เราต้องซื้อหามาบริโภคในราคาที่แพงเมื่อเทียบกับการบริโภคพืชผักที่มีอยู่ตามฤดูกาลและมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า และถ้ายังกลัวเรื่องสารเคมีตกค้าง ก็มีทางออกง่ายๆ ด้วยการเลือกบริโภคจากผลผลิตที่ระบุว่าเป็นพืชผักปลอดสารพิษได้ ซึ่งน่าจะทำให้เราได้รับสารอาหารที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายด้วย นอกจากนี้ยังมีคำเตือนจากองค์การอาหารและยาหรือ อย. เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่า ผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่าสามารถรักษาโรคได้ เช่น อัมพฤกษ์ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น โดยเฉพาะกรณีผลิตภัณฑ์เดียวอวดอ้างสรรพคุณมากมาย ตามที่ผู้โฆษณาพยายามโฆษณาชักจูงเพื่อจะได้จำหน่ายในราคาสูง เนื่องจากยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยหรือทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์และได้มาตรฐานที่จะพิสูจน์ได้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีประโยชน์ในทางบำบัด บรรเทา รักษาหรือป้องกัน โรคได้ และ อย. ไม่เคยอนุญาตหรือรับรองสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่าสามารถรักษาโรคหรือมีคุณประโยชน์ในทางยาด้วย ดังนั้นถ้าเราต้องการสุขภาพที่ดีโดยไม่ต้องมากังวลภายหลังว่าสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปจะมีผลไม่ดีในภายหลังรึเปล่านั้น ก็ขอแนะนำท่านผู้ฟังว่าควรเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ แป้งหรือข้าว เนื้อสัตว์ ไขมันจากพืช ผักและผลไม้ ซึ่งควรรับประทานให้พอดีกันระหว่างผักและเนื้อสัตว์ และที่สำคัญควรรับประทานอาหารให้มีความหลากหลาย ไม่รับประทานอาหารชนิดเดียวซ้ำกันหลายวัน เพราะจะทำให้ขาดสารอาหารบางประเภทได้ ถ้าทุกคนสามารถปฏิบัติตัวได้ตามนี้แล้ว โรคภัยไข้เจ็บก็คงจะไม่ถามหา และอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะคะ เพราะจะช่วยให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของเราดีขึ้น ไม่มีไขมันส่วนเกินมาสะสมให้รบกวนใจเราในอนาคต

เอกสารอ้างอิง
- กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค เดือนกุมภาพันธ์ ข่าวแจก/ปีงบประมาณ 2550
- บันเทิงไทยรัฐ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 19 กันยายน 2549
- พิเชษฐ โฆษกิจจาวุฒิ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ 14 มีนาคม 2550

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000