สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 วันสารทไทย
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6539 Posts

Posted - 14 Dec 2007 :  15:38:44  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 51

วันสารทไทย
จิตตาภา สารพัดนึก ไชยปัญญา

        ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเทศกาลของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวันวาเลนไทน์ วันตรุษจีน วันฮาโลวีน จนอาจลืมไปว่าประเทศไทยของเรามีวันเทศกาลที่สำคัญอีกมาก วันสารทไทย เป็นวันเทศกาลที่สำคัญอีกวันหนึ่งที่คนไทยไม่ควรลืมคำว่า“สารท” เป็นคำที่มีอยู่ทั้งในภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต ความหมายของคำนี้ในภาษาเดิมหมายถึง ฤดูใบไม้ร่วง “สารท”มีความหมายตามพจนานุกรมว่า เทศกาลทำบุญในวันสิ้นเดือน ๑๐โดยนำพืชพรรณธัญญาหารแรกเก็บเกี่ยวมาปรุงเป็นข้าวทิพย์และข้าวมธุปายาสถวายพระสงฆ์
        วันสารทไทย เป็นเทศกาลทำบุญสิ้นเดือนสิบของไทย ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ของทุกปี ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม ในประเทศไทยการทำบุญวันสารทมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยตามที่ปรากฏหลักฐานในหนังสือนางนพมาศ เนื่องจากศาสนาพราหมณ์แพร่เข้ามาในประเทศไทย คนไทยจึงรับประเพณีวันสารทมาจากศาสนาพราหมณ์ด้วย ดังปรากฏหลักฐานในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือนซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
        การทำบุญวันสารทหรือการทำบุญเดือนสิบนี้มีในหลายภูมิภาคโดยมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันดังนี้ ภาคกลางเรียกว่า “สารทไทย” ภาคเหนือเรียก “งานทานสลากภัต” ภาคอีสานเรียก “ทำบุญข้าวสาร” ภาคใต้เรียก “งานบุญเดือนสิบ”หรือ “ประเพณีชิงเปรต” ถึงแม้ว่าการทำบุญเดือนสิบในแต่ละท้องที่จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันแต่ก็มีจุดประสงค์เดียวกันคือการทำบุญกลางปี เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองที่มีชีวิตผ่านพ้นเวลามาได้ถึงกึ่งปี และเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว
        การทำบุญในวันสารทไทยนี้นอกจากการทำบุญตักบาตรด้วยอาหารคาวหวานตามปกติแล้วขนมที่นิยมใช้ทำบุญในช่วงนี้คือ กระยาสารทและกล้วยไข่ นอกจากนั้นยังมีข้าวยาคู ข้าวมธุปายาสและข้าวทิพย์ ขนมแต่ละชนิดที่ใช้ในการทำบุญนี้มีส่วนประกอบที่แตกต่างกันไปดังนี้
        กระยาสารทเป็นขนมประจำวันสารทในทุกท้องถิ่นของประเทศไทย ขนมกระยาสารทมีส่วนประกอบคือ ข้าวตอก ข้าวเม่า ถั่ว งา และน้ำตาล ข้าวยาคู มีส่วนประกอบคือข้าวสาลีที่กำลังท้องฉีกรวงออกมา แล้วต้มในน้ำนมสด เจือด้วยเนยใส น้ำผึ้งและน้ำตาลกรวด ส่วนประกอบของข้าวมธุปายาส คือ ข้าวที่หุงเจือด้วยน้ำนมและน้ำผึ้ง สำหรับข้าวทิพย์ ซึ่งหมายถึง อาหารอันโอชะ ถ้าปรุงตามแบบโบราณจะมีเครื่องปรุงถึง ๑๐๘ ชนิด แต่เครื่องปรุงหลักๆ มี ๙ ชนิด ได้แก่ น้ำนมข้าว เนย น้ำอ้อย น้ำผึ้ง น้ำตาล นม ถั่ว งา และข้าวเม่า สำหรับการกวนกระยาสารทนั้นต้องใช้เวลาและแรงคนหลายๆ คนจึงจะทำเสร็จได้ ดังนั้นการกวนกระยาสารทจึงต้องอาศัยความสามัคคีกันของคนในครอบครัว เมื่อกวนกระยาสารทเสร็จแล้วชาวบ้านก็จะนำไปทำบุญและแจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน จะเห็นได้ว่าสาระสำคัญของประเพณีวันสารทไทยมิใช่เป็นเพียงเรื่องของขนมที่ใช้ในการทำบุญเท่านั้น หากแต่อยู่ที่กุศโลบายในการสร้างความสามัคคีภายในครอบครัว การแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกันระหว่างเพื่อนบ้านอีกด้วย
        หากท่านใดไม่เคยทำบุญในวันสารทไทยมาก่อนและมีความคิดว่าจะเริ่มทำบุญวันสารทไทยในปีนี้ก็ยังไม่สายเพราะวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ หรือวันสารทไทยในปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๑ ตุลาคม นี้ค่ะ

แหล่งอ้างอิง
http//:www.aksorn.com/document/day_detail.asp?id=216

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000