สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิถีสุขภาพ
 โรคซีด ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4555 Posts

Posted - 14 Dec 2007 :  18:31:10  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 51

โรคซีด ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง
ผศ.อรพิน รังษีสาคร

        หากท่านมีอาการเหนื่อยง่าย เซื่องซึม ผิวขาวซีด อย่าชะล่าใจไปนะคะ เพราะอาการซีดอาจเป็นสภาวะที่รุนแรงของสุขภาพได้ โดยปัจจุบันมีเด็กไทยต้องเผชิญกับภาวะโรคซีดหลายล้านคน เป็นภัยเงียบที่บั่นทอนสุขภาพของเด็กๆ อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ในจำนวนผู้ที่เป็นโรคซีดนี้ งานวิจัยพบว่าเด็กไทยตกอยู่ในภาวะขาดธาตุเหล็กประมาณร้อยละ 10 ถึง ร้อยละ 20 เกิดจากภาวะขาดสารอาหาร ตั้งแต่แม่ท้องจนเด็กเติบโต โดยมีสาเหตุจากกินอาหารไม่เหมาะสม กล่าวคือ รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ หรือจากการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารที่รับประทานไม่ดี เนื่องจากชนิดและรูปแบบอาหารที่รับประทาน ธาตุเหล็กที่มาจากเนื้อสัตว์จะอยู่ในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่าธาตุเหล็กที่มาจากพืชผัก เมื่อกินวิตามินซี จะกระตุ้นให้มีการดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น แต่เมื่อกินอาหารที่มี “ไฟเตท” ซึ่งพบมากในพืชผักบางชนิด จะยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก นอกจากนี้สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการขาดธาตุเหล็กอีกสาเหตุหนึ่ง คือ การเสียเลือดเรื้อรังภายในร่างกาย เช่น จากโรคกระเพาะอาหาร และ จากหนอนพยาธิ เช่น พยาธิปากขอ
        โรคซีดที่เกิดจากภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก จะทำให้ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอที่จะสร้างเม็ดเลือดแดง ดังนั้นผู้ที่มีการขาดธาตุเหล็กจนมีอาการซีด หรือจนขนาดเม็ดเลือดแดงเล็กลง ก็นับว่าขาดธาตุเหล็กอย่างมากแล้ว ในหญิงมีครรภ์ การขาดธาตุเหล็ก จะเสี่ยงต่อการตกเลือด และทำให้เด็กในครรภ์ตัวเล็ก อาจเสียชีวิตก่อนคลอด คลอดมาแล้วมีความต้านทานต่อการติดเชื้อลดลง การเจริญเติบโตทั้งกายและจิตใจด้อยลง และมีจำนวนธาตุเหล็กสะสมในร่างกายน้อย ในเด็กวัยเรียน ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารสำคัญต่อการพัฒนาตนสมอง และสติปัญญา หากขาดอาจทำให้สมาธิและประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กลดลง ภูมิต้านทานโรคต่ำ และคนทั่วไปจะทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานลดลง เหนื่อยง่าย เฉื่อยชา ขาดสมาธิ ถ้าขาดธาตุเหล็กจนซีดมากๆ อาจทำให้หัวใจวายตายได้
        โรคซีดสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเรา และบุคคลอันเป็นที่รักของเราได้ค่ะ เพียงถ้าดูแลเอาใจใส่ทั้งด้านอาหาร และวางแผนการตั้งครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ หญิงมีครรภ์ควรฝากครรภ์และรับยาเม็ดธาตุเหล็กรับประทานเป็นประจำทุกวัน เด็กต้องได้รับสารอาหารธาตุเหล็กที่เหมาะสมตั้งแต่เป็นทารกในท้องแม่ และแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหลัก เมื่อเด็กโตควรได้รับอาหารมื้อหลัก 3 มื้อที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ กินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เลือด เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบเขียว กินอาหารที่มีวิตามินซีสูง เพื่อช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก เช่น ผลไม้ประเภท ส้ม ฝรั่ง และผักสด เป็นต้น งดอาหารที่ลดการดูดซึมธาตุเหล็ก ได้แก่ ชา กาแฟ ป้องกันและรักษาโรคพยาธิต่างๆ โดยเฉพาะพยาธิปากขอ โดยการสวมรองเท้า ถ่ายอุจจาระลงในส้วม รับประทานอาหารสะอาด ควรรับประทานยาถ่ายพยาธิหากตรวจพบไข่พยาธิ

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000