สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 ยาดองเหล้า
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4491 Posts

Posted - 21 Apr 2008 :  11:05:22  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2551

ยาดองเหล้า
ผศ. ดร.นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

         ยาดองเหล้า เป็นยาสมุนไพรกลุ่มหนึ่งหรือเป็นวิธีการปรุงยาวิธีหนึ่งที่ใช้กันมาแต่โบราณ โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่าเกิดขึ้นเมื่อใด หรือใครเป็นผู้คิดค้น ยาดองเหล้าที่ขายทั่วไปเตรียมได้จากการนำพืชสมุนไพรชนิดเดียวหรือหลายๆ ชนิดมาแช่ด้วยเหล้า โดยเหล้าสามารถสกัดตัวยาจากสมุนไพรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากตัวยาสมุนไพรจะละลายในน้ำเหล้าที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ได้ดีกว่าละลายในน้ำ สามารถใช้สมุนไพรจำนวนน้อยแต่สกัดตัวยาได้เข้มข้นและเหล้ายังช่วยเก็บรักษายาไม่ให้บูดเสียง่าย โดยสามารถเก็บไว้ได้นาน 1-2 ปี ยาดองเหล้าที่ดีจะต้องมีกลิ่นหอมของยา ไม่มีกลิ่นเหม็นคลุ้งของเหล้า
         ยาดองเหล้าจัดเป็นยาที่มีรสร้อนหรือรสเผ็ดร้อน ความร้อนจากแอลกอฮอล์ในเหล้าช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ยาดองเหล้าเกือบทุกตำรับมีสรรพคุณที่ช่วยแก้ไขโรคและอาการต่างๆ หลายอย่าง ได้แก่ ปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว ปวดท้อง ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ลมในลำไส้ แน่นหน้าอก ริดสีดวงทวาร ช่วยขับลมและย่อยอาหาร บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ เป็นต้น ยาดองเหล้าเป็นที่นิยมสำหรับผู้ใช้แรงงาน เนื่องจากการทำงานหนัก สำหรับผู้หญิง นิยมใช้บำบัดอาการประจำเดือนมาผิดปกติ ช่วยบำรุงเลือด เพื่อให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น ในสตรีหลังคลอดบุตรจะช่วยขับน้ำคาวปลาและทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น แต่ต้องระวังในกรณีที่แม่ให้นมบุตรอาจส่งผลกระทบต่อทารกได้ ซึ่งเคยมีรายงานทางการแพทย์ว่า มีทารกที่มีอาการเลือดออกมาผิดปกติในแม่ที่ดื่มยาดองเหล้า เนื่องจากสมุนไพรบางชนิดที่ใช้ดองนั้นมีสารพวกเฮโมไลติกซึ่งทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ สำหรับผู้ชาย ยาดองเหล้าส่วนมากใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยให้เจริญอาหาร และบำรุงกำลัง ยาดองเหล้าบางตำรับสามารถใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาตและเหน็บชาได้ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าบางตำรับเป็นยาบำรุงเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศที่ได้ผล ยาดองเหล้าบางตำรับสามารถนำมารักษาอาการที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกาย ได้แก่ โรคกลากเกลื้อน แมลงกัดต่อย ถอนพิษงู และผื่นคันจากพืชและสัตว์ โดยสมุนไพรที่ใช้จะนิยมสมุนไพรสด นำมาตำหรือขยี้ผสมกับเหล้าเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ แล้วนำไปทาหรือพอกบริเวณที่ต้องการรักษา
         พืชสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ทำยาดองเหล้ามีมากกว่า 300 ชนิด ตัวอย่างพืชสมุนไพรที่พบทางภาคเหนือที่นำมาทำยาดองเหล้าได้แก่ จะค้านแดง ฝาง ปิดปิวแดง มะเขือแจ้เครือ กำลังเสือโคร่ง ดีปลี รางแดง ฮ่อสะพายควาย ม้าแม่กล่ำ เปล้าใหญ่ เขืองแข่งม้า ลมแล้ง หัสคืน โด่ไม่รู้ล้ม จุ่งจาลิง และสีเสื้อน้อย เป็นต้น สำหรับส่วนต่างๆ ของพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ทำยาดองเหล้า สามารถใช้ได้แทบทุกส่วนคือ ราก หัว เถา ลำต้น เปลือก ใบ และดอก โดยสามารถใช้ได้ทั้งสมุนไพรสดและสมุนไพรแห้ง แต่โดยทั่วไปนิยมใช้สมุนไพรสด โดยมีวิธีการดองดังนี้คือ นำเอาพืชสมุนไพรมาล้างให้สะอาด นำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ให้เพียงพอตามปริมาณที่ระบุไว้ในแต่ละตำรับ เอาไปตากหรืออบจนแห้งดี แล้วนำไปห่อด้วยผ้าขาวบางใส่ในขวดโหล หลังจากนั้นใส่เหล้าลงไปให้ท่วมยาหรือตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้ในสูตรของแต่ละตำรับยา ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไป ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 เดือน โดยคนยาวันละ 1 ครั้ง นอกจากนี้อาจดองแบบร้อนก็ได้ การดองแบบร้อนทำให้ได้ยาดองมาใช้ได้เร็วขึ้น คือประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ก็สามารถใช้ได้แล้ว วิธีการดองแบบร้อนทำได้โดยนำขวดโหลที่ใส่ส่วนผสมของสมุนไพรและเหล้ามาวางลงในหม้อที่ใส่น้ำต้มจนเดือด แล้วเอาขวดโหลที่ใส่ยาดองเหล้าขึ้นมา ปิดฝาให้สนิท ทิ้งเอาไว้สัก 1 - 2 สัปดาห์ก็สามารถนำมารับประทานเป็นยาได้
         การมีเหล้าผสมหรือเป็นตัวสกัดยา ทำให้ยาดองเหล้าเปรียบเสมือนดาบสองคม หากดื่มในปริมาณมากก็จะส่งผลเสียต่อร่างกาย และเป็นบ่อเกิดของโรคภัยต่างๆ ตามมา เช่น โรคตับแข็งหรือพิษสุราเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี ความจำเสื่อม และอื่นๆ อีกมาก ทั้งนี้มีรายงานว่า หนึ่งในสาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายของคนไทยในภาคเหนือนั้นมาจากการดื่มเหล้า โดยเฉพาะยาดองเหล้า ซึ่งคนทั่วไปมักเข้าใจว่าเป็นยาบำรุงสุขภาพ ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะแอลกอฮอล์จะมีผลกดการทำงานของระบบประสาท ทำให้การสั่งงานสูญเสียไป ยิ่งคนที่มีอาการทางจิตและกินยาควบคุมอาการอยู่ด้วย หากกินเหล้าซ้ำเข้าไปอีกจะทำให้ฤทธิ์ยาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ทางจิตได้เต็มที่ ดังนั้นจึงไม่ควรบริโภคยาดองเหล้าในปริมาณที่มากเกินไป ควรดื่มวันละไม่เกิน 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าและเย็น ในแต่ละครั้งควรดื่มประมาณ 1 เป๊กหรือ 1 ถ้วยตะไล (30 ซี.ซี.) สำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับ โรคเบาหวาน สตรีมีครรภ์ เด็ก ผู้ป่วยที่กำลังมีไข้สูงและผู้ที่มีอาการแพ้เหล้าหรือแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มยาดองเหล้าสมุนไพรเหล่านี้
         ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการควบคุมสูตรยาดองที่เป็นมาตรฐานและไม่เป็นอันตราย แต่ใช้สูตรของหมอพื้นบ้านแต่ละท้องถิ่น และดองตามสมุนไพรที่มีในท้องถิ่นนั้นๆ ยาสมุนไพรดองเหล้านั้นไม่มีกฎหมายห้ามปรุงขาย ชาวบ้านสามารถนำสมุนไพรมาดองเหล้าบริโภคเองได้โดยไม่มีความผิด แต่ในทางการค้านั้น หากนำมาดองเป็นเหล้ายาดองจำหน่ายถือว่าผิดกฎหมาย ผิด พ.ร.บ. สุรา มาตรา 22-23 ที่ห้ามมิให้มีการเปลี่ยนแปลงน้ำสุราประเภทต่างๆ ซึ่งจะมีโทษคือปรับไม่เกิน 5,000 บาท ยาดองเหล้าที่เห็นมีขายอยู่ทั่วไปจึงไม่น่าถูกกฎหมาย ดังนั้นหากคิดจะทำเป็นการค้าให้ถูกต้องนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขให้ยาดองเหล้าถูกกฎหมายและมีมาตรฐานโดยต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติทางพิษวิทยาต่อไป

เอกสารอ้างอิง
1. เดลินิวส์ วันที่ 22 เมษายน 2543 ไขปริศนา ยาดองเหล้า เพิ่มพลังอึ๊บจริง กินมั่วซั่วตาย ขายซี้ซั้วติดคุก
2. ยาดองเหล้าหนึ่งในการรักษาโรคด้วยพืชสมุนไพร สถาบันการแพทย์แผนไทย
ที่มา: http//ittm.dtam.moph.go.th/data_all/articles/article14.htm สืบค้นวันที่ 14/9/2550
3. ยาดอง Bangkokhealth วันที่ 1 มิถุนายน 2548
ที่มา: http://www.bangkokhealth.com/consult_htdoc/question.asp?gid=33976 สืบค้นวันที่ 4/10/2550
4. รสริน ตรงพรวิสุทธิ์ ฐานข้อมูลท้องถิ่น-ภูมิปัญญาไทยภูมิปัญยาชาวบ้าน สำนักวิทยบริการ สถาบันราชภัฏ ที่มา: http://www.oc.sru.ac.th/rLocal/stories.php?story=05/09/07/8257575 สืบค้นวันที่ 14/9/2550
5. สธ. เร่งป้องกันการฆ่าตัวตายในภาคเหนือ ชี้ล่าสุดคนไทยฆ่าตัวตายทุก 2 ชั่วโมง มติชนออนไลน์ วันที่ 06 ก.ค. 2550 ที่มา: http://www.matichon.co.th/breaking-news/breaking-news.php?nid=20070705-1 สืบค้นวันที่ 4/10/2550.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000