สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 คอลลาเจน โปรตีนแห่งความงาม
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

5466 Posts

Posted - 21 Apr 2008 :  11:10:53  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2551

คอลลาเจน โปรตีนแห่งความงาม
ชฎาพร นุชจังหรีด
ภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์

         สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง วันนี้ท่านจะได้รับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับโปรตีนแห่งความงามที่มีชื่อเรียกว่า “คอลลาเจน” ท่านผู้ฟังคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อมนุษย์เรา ซึ่งวันนี้ดิฉันจะมานำเสนอให้ท่านทราบถึงเรื่องราวของโปรตีนคอลลาเจนค่ะ นั่นก็คือ เป็น โปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ผิวหนังซึ่งอยู่ในชั้นหนังแท้ เป็นโปรตีนสำคัญของผิวหนังเพราะเป็นส่วนสปริงที่มีหน้าที่ในการสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ ซึ่งท่านสามารถสัมผัสกับความตึงของคอลลาเจนได้โดยลองจับแก้มเด็กตัวเล็กๆ ท่านจะสัมผัสได้ทันทีถึงความสดใสเต่งตึงที่ผิวแก้ม หรือเด็กวัยรุ่นที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มสาว ท่านจะเห็นว่าผิวพรรณสดใส เต่งตึงทีเดียว ในปัจจุบันนี้ได้มีการพูดถึงคอลลาเจนกันอย่างกว้างขวางในวงการเครื่องสำอาง และความงาม
         ต่อไปนี้เรามาทราบถึงความหมายของคอลลาเจนกันก่อนนะคะ “คอลลาเจน” เป็นภาษากรีก แปลว่า กาว ทำหน้าที่เป็นกาวเชื่อมเซลล์แต่ละเซลล์เข้าด้วยกัน ซึ่งมีปริมาณมากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย คอลลาเจนนี้จะทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงของผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียน เต่งตึง ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดการเกิดริ้วรอย และจุดด่างดำต่างๆ จะอยู่คู่กับโปรตีนที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง คือ “อิลาสติน” ในขณะที่คอลลาเจนมีหน้าที่เสมือนโครงสร้างของผิว และทำให้ผิวเต่งตึง ส่วนอิลาสตินจะมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว ซึ่งทำให้ผิวไม่มีริ้วรอยและเรียบเนียน แต่เมื่อภายหลังอายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะลดการสังเคราะห์คอลลาเจน โดยจะลดลงร้อยละ 1 ในทุกๆ ปี และจะหยุดผลิตคอลลาเจนเมื่ออายุ 45 ปี เมื่อคอลลาเจนเสื่อมสภาพลง ร่างกายมีคอลลาเจนไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำให้ชั้นผิวหนังมีการยุบตัวลงซึ่งเป็นต้นเหตุของความเ**่ยวย่นของผิวหนัง ทำให้เกิดเป็นริ้วรอยตามส่วนต่างๆ และความชราของผิวพรรณ ริ้วรอยจะเป็นรอยตีนกา เพราะผิวหนังรอบดวงตามีความบอบบางมาก อีกทั้งกล้ามเนื้อรอบดวงตาก็เป็นกล้ามเนื้อวงกลมไม่มีอะไรยึด ผิวรอบดวงตาจึงเ**่ยวง่ายกว่าที่อื่น การรับประทานคอลลาเจนจะช่วยชะลอความเ**่ยวและช่วยลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้ คอลลาเจนมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อกระชับไม่หย่อนยาน ผิวหนังไม่เ**่ยวย่น อีกทั้งยังบำรุงเล็บและเส้นผมให้มีสุขภาพดีอีกด้วย
         ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสลายตัวของคอลลาเจน คือ อนุมูลอิสระที่เกิดจากการสูบบุหรี่ หรือการได้รับควันบุหรี่ แสงแดด มลพิษต่างๆ สารปนเปื้อนในอาหารที่รับประทานเข้าไป และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลต่อผิวหนังในชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้ที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชนิด คือ คอลลาเจน และอิลาสติน ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึง มีความยืดหยุ่น และควบคุมความชุ่มชื้นเมื่อถูกทำลายให้ลดลง และด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างการผลิตและการสลายตัวของคอลลาเจนตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อย และหยาบกระด้าง ดังนั้นวิธีที่จะทำให้ผิวพรรณกลับคืนสู่ความวัยเยาว์นั้นก็คือการเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวพรรณ ซึ่งจะเป็นกุญแจที่นำไปสู่ความอ่อนเยาว์ตลอดเวลา ท่านผู้ฟังจะสามารถเพิ่มคอลลาเจนได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้
         1. การเพิ่มคอลลาเจนและอิลาสตินที่ขาดหายไปจากเซลล์ผิว โดยการรับประทานอาหารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระปัจจุบันมีการค้นคว้าเพื่อหาแหล่งธรรมชาติที่จะช่วยเสริมคอลลาเจนที่ขาดหายไป เพราะผิวหนังที่มีคอลลาเจนที่แข็งแรงจะเป็นผิวหนังที่เปล่งปลั่ง เนียนใส คอลลาเจนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่คงความยืดหยุ่น และช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ไม่ให้สูญเสียไปกับสภาพแวดล้อม สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากธรรมชาติจะช่วยกำจัดการสร้างอนุมูลอิสระให้หมดไปและไม่ทำลายเซลล์ผิวหนัง ซึ่งได้แก่ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี สารเหล่านี้เป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อคอลลาเจน และอิลาสติน ปัจจุบันจึงมีการนำสารสกัดโปรตีนจากปลาทะเลบางประเภท ซึ่งมีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายกับโครงสร้างของคอลลาเจนของผิวมนุษย์ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งพบว่าหลังจากรับประทานไปได้ระยะหนึ่งและอย่างต่อเนื่องจะสามารถช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ จางหาย และทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้น นุ่มเนียนขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนจากปลาทะเล เป็นโปรตีนคุณภาพสูงและให้กรดอะมิโนครบถ้วน ซึ่งเป็นสารที่จะกลายเป็นโครงสร้างหลักของผิว เส้นผม เล็บ กระดูก และข้อต่อ หรือแม้แต่ผนังหลอดเลือด สำหรับวิธีการที่จะนำสารสกัดโปรตีนคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายทำได้ 2 วิธี คือ การรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และการฉีดเข้าใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้ ซึ่งจะเห็นว่าวิธีรับประทานเป็นวิธีที่สะดวกกว่า นอกจากนี้คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่มาก จึงไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ด้วยการทา อย่างไรก็ตามครีมต่างๆ ที่มีขายตามท้องตลาดที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน จะเป็นการเติมคอลลาเจนให้อยู่บริเวณชั้นผิวหนังกำพร้า เนื่องจากคอลลาเจนมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ประมาณ 30 เท่าของน้ำหนักตัวมันจึงทำให้ผิวหนังกำพร้าชุ่มชื้นขึ้น แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาริ้วรอยได้อย่างแท้จริง เพราะการเสริมสร้างคอลลาเจนนั้นจะต้องเข้าสู่ผิวหนังได้ด้วยการรับประทานและการฉีดเข้าใต้ผิวหนังเท่านั้น
         2. การรักษาความชุ่มชื้นไว้กับเซลล์ผิว และการปกป้องผิวจากแสงแดดการสูญเสียความชุ่มชื้นจากเซลล์ผิวทำให้เกิดความหยาบกร้านและริ้วรอย ควรเลือกใช้ครีมชนิดพิเศษที่ให้ความชุ่มชื้นและมีประสิทธิภาพมากกว่าครีมทั่วไป ซึ่งสังเกตได้จากส่วนผสมที่มีส่วนประกอบประเภท ไฮโดรไลซ์ อิลาสติน เอเอชเอ โปรคอลลาเจน และโซเดียม พีซีเอ เป็นต้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บางสูตรที่นำสารเหล่านี้มารวมกันซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก บางท่านอาจใช้วิธีรับประทานตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เช่น น้ำมันจากดอกอิฟนิ่งพริมโรส หรือวิตามินอีที่ได้จากแหล่งธรรมชาติจากจมูกข้าวสาลี การใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันแสงแดด ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย และควรสังเกตว่ามีส่วนผสมของสารบางชนิดที่ช่วยสะท้อนกลับรังสีได้ดีหรือไม่ และบางผลิตภัณฑ์อาจมีการผสมกับน้ำมันจากดอกอิฟนิ่งพริมโรสก็ช่วยบำรุงให้ผิวขาวสดใสเพิ่มขึ้น
         ท่านผู้ฟังก็คงจะทราบถึงคุณประโยชน์ของคอลลาเจนกันไปบ้างแล้ว และต่อไปนี้จะสรุปถึงประโยชน์ของคอลลาเจนถ้าหากท่านรับประทานอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สุขภาพผิวของท่านแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นดี ช่วยลดริ้วรอยเ**่ยวย่น ทำให้ผิวพรรณกระชับ เนียนใส เปล่งปลั่ง ช่วยเผาผลาญไขมัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ เพิ่มความกระฉับกระเฉง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ บำรุงข้อต่อ และ กระดูก ในผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยเกินไป คอลลาเจนจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น ผู้ที่เป็นโรคปวดข้อ ผู้ที่มีคอเลสเตอรอลสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีสุขภาพดีขึ้น
         ในปัจจุบันคอลลาเจนได้รับความสนใจในการใช้เป็นอาหารเพื่อเสริมสร้างสุขภาพผิวหนัง แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียดถึงภาวะร่วงโรยของผิวหนังที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้งตามกาลเวลาแล้ว ก็พบว่าไม่มีอะไรที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างถาวร แต่อย่างไรก็ตามควรดูแลผิวด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมของผิว โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซีซึ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ควรดื่มน้ำที่สะอาด พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอควบคู่กันไป ละเว้นจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสม ไม่สูบบุรี่ หลีกเลี่ยงสภาวะที่มีฝุ่นและควันพิษต่างๆ รวมทั้งแสงแดดจัดๆ ในช่วงเวลา 9.30-15.00 น. ซึ่งจะทำลายผิวได้มาก และเป็นสาเหตุให้ผิวพรรณแห้งหยาบกร้าน และเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร

เอกสารอ้างอิง
1. คงศักดิ์ ตั้งตระกูลชัย . 2547 . คอลลาเจน . (วันที่ค้นข้อมูล 14 ธ.ค. 50) เข้าถึงได้จาก http://www.herbiothailand.com/collagen.htm
2. พันธุ์ธัช จันทร์เจริญสุข. 2550 . คอลลาเจนคืออะไร . (วันที่ค้นข้อมูล 19 ธ.ค. 50) เข้าถึงได้จาก http://collagenaplus.igetweb.com/index.php?mo=24
3. Gohr CM, Fahey M, Rosenthal AK. 2007. Calcific tendonitis :a model. Connect Tissue Res. 48(6):286-91
4. Negri S, Fila C, Farinato S, Bellomi A, Pagliaro PP. 2007. Tissue engineering: chondrocyte culture on type 1 collagen support. Cytohistological and immunohistochemical study. J Tissue Eng Regen Med. 1(2):158-9.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000