สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 ทำไมปูเสฉวนจึงต้องมีเกราะกำบังตัว
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6599 Posts

Posted - 21 Apr 2008 :  11:12:20  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2551

ทำไมปูเสฉวนจึงต้องมีเกราะกำบังตัว
ผศ. ดร.นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

         ปูเสฉวน (hermit crab) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีสีสรรสวยงาม มีชื่อเรียกหลายชื่อตามท้องถิ่นต่างๆ ว่า หอยเสฉวน หอยฝากตัว หอยข่วน และหอยอุหมัง แต่ความจริงปูเสฉวนไม่ใช่หอย ทางวิทยาศาสตร์จัดเป็นสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับกุ้งและปู โดยมีลักษณะที่ก้ำกึ่งระหว่างกุ้งและปู มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากปูทั่วไปคือ ส่วนท้องมีลักษณะไม่สมมาตร อ่อนนุ่มและเจริญดี ไม่มีการลดรูปพับเข้าไปอยู่ใต้กระดองเหมือนกับส่วนท้องของปูทั่วๆ ไป ปูเสฉวนที่พบในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 50 ชนิด พบอาศัยอยู่ตามป่าชายเลน ชายฝั่งทะเลที่เป็นทราย ทรายปนโคลน หิน และตามแนวปะการัง ลงไปจนถึงท้องทะเลระดับลึก บางชนิดอาจพบอาศัยอยู่บนบกใกล้ๆ ชายฝั่งทะเล โดยอาศัยอยู่ตามใต้ใบไม้แห้ง หรือตามรากของพืชที่ขึ้นบนหาดทราย
         การที่ปูเสฉวนต้องมีเกราะกำบังตัวนั้น สาเหตุใหญ่คือ เพื่อใช้เป็นสิ่งกำบังตัวหรือที่หลบภัยจากศัตรูและอันตรายต่างๆ เนื่องจากปูเสฉวนเป็นปูที่มีลำตัวบริเวณส่วนท้องอ่อนนุ่ม เมื่อมีบาดแผลหรือถูกกระทบกระเทือนจะทำให้ปูเสฉวนตายได้ทันที ดังนั้น เปลือกหอยหรือวัตถุกลวงใดๆ จะทำหน้าที่ เป็นเกราะกำบังตัวอย่างดีสำหรับปูเสฉวน มิฉะนั้นมันอาจตกเป็นเหยื่อของปลาหรือสัตว์อื่นๆ ได้ง่าย ถ้าเราลองเอามือไปจับหรือเพียงไปสัมผัสถูกเปลือกหอยที่มีปูเสฉวนกำลังเดินหรือโผล่ส่วนหัวและลำตัวที่มีก้ามหนีบออกมา จะพบว่าปูเสฉวนจะหดตัวเข้าไปในเปลือกหอยทันที แต่สักพักปูเสฉวนก็จะค่อยๆ ยื่นก้ามที่มีลักษณะค่อนข้างแบนและใหญ่ออกมาหนีบเราเพื่อที่จะให้รอดพ้นจากศัตรูและอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่
         นอกจากเกราะกำบังตัวจะช่วยในการหลบหลีกจากศัตรูและการถูกจับกินเป็นอาหารแล้ว พบว่า ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมบางอย่าง ได้แก่ อุณหภูมิ ความเค็ม และแรงกระทบกระแทกจากคลื่นลม ตลอดจนแรงขัดสีจากกรวดทราย ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปูเสฉวนต้องอาศัยอยู่ในเกราะกำบังตัว ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากตัวและอันตรายที่เกิดขึ้นกับผิวลำตัวของปู ทั้งนี้ได้มีนักชีววิทยาทำการทดลองเกี่ยวกับสภาวะการสูญเสียน้ำภายในตัวของปูเสฉวน พบว่า การสูญเสียน้ำในปูเสฉวนที่อาศัยอยู่ภายในเปลือกหอยและในพวกที่ไม่มีเปลือกหอยห่อหุ้มตัวจะแตกต่างกันมาก โดยอัตราการสูญเสียน้ำได้เพิ่มมากขึ้นเป็นสามเท่าเมื่อเอาเปลือกหอยที่หุ้มตัวปูเสฉวนออก นอกจากนี้ยังพบว่า เกราะกำบังตัวยังทำหน้าที่เป็นแอ่งเก็บน้ำซึ่งปูเสฉวนใช้แช่ตัวเองเพื่อป้องกันลำตัวแห้งอีกด้วย
         การมีเกราะกำบังตัวของปูเสฉวนนั้น เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเป็นสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดตามสายวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลาช้านาน เนื่องจากปูเสฉวนเป็นสัตว์ที่มีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบเช่นเดียวกับกุ้งและปูทั่วไป ดังนั้นทุกครั้งที่ปูเสฉวนลอกคราบมันต้องหาเกราะกำบังตัวอันใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาแทนที่เกราะกำบังตัวอันเก่า ซึ่งเกราะกำบังตัวอันใหม่ที่ปูเสฉวนใช้นั้นจะต้องมีขนาดและลักษณะที่เหมาะสมกับลำตัว สำหรับเกราะกำบังตัวที่ปูเสฉวนส่วนใหญ่เลือกอาศัยอยู่ก็ คือ เปลือกของหอยฝาเดียว เช่น เปลือกหอยเจดีย์ หอยสังข์ หอยอูด หอยนมสาว หอยหนาม หอยมวนพลู หอยเงาะ เป็นต้น นักชีววิทยาหลายท่านได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมในการเลือกเปลือกหอยเพื่อเป็นเกราะกำบังตัวของปูเสฉวน พบว่า ปูเสฉวนจะเลือกเปลือกหอยโดยพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่างได้แก่ รูปทรง ขนาด น้ำหนัก ปริมาตรภายใน และสภาพของเปลือกหอย เป็นต้น
         เกราะกำบังตัวหรือเปลือกหอยที่มีขนาดเล็กเกินไปอาจส่งผลเสียต่อปูเสฉวนหลายประการเช่น ทำให้การเจริญเติบโตช้าลง เนื่องจากต้องอยู่ในสภาพที่อึดอัด มีผลทำให้เมตาบอลิซึมเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไป ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารมีประสิทธิภาพลดลง ร่างกายสูญเสียความร้อนเพิ่มขึ้น จึงต้องขับน้ำออกมาเพื่อระบายความร้อน ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำออกจากลำตัว และการสูญเสียน้ำออกจากตัวมาก ๆ อาจส่งผลให้ปูเสฉวนตายได้ นอกจากนี้การที่ปูเสฉวนอาศัยอยู่ในเปลือกหอยที่มีขนาดเล็กเกินไป อาจทำให้ได้รับอันตรายจากผู้ล่าเนื่องจากเปลือกหอยมีขนาดเล็กทำให้ลำตัวของปูเสฉวนไม่สามารถหลบเข้าไปในเปลือกหอยได้หมด ปูเสฉวนจึงต้องกลายเป็นอาหารให้แก่ผู้ล่าได้อย่างง่ายดาย สำหรับเกราะกำบังตัวหรือเปลือกหอยที่มีขนาดใหญ่เกินไป ก็มีผลเสียต่อปูเสฉวนเช่นกัน คือ ปูเสฉวนต้องสิ้นเปลืองพลังงานมากในการแบกเปลือกหอยขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากเกินความจำเป็น นอกจากนี้อาจทำให้ได้รับอันตรายจากผู้ล่าได้ เนื่องจากผู้ล่าสามารถยื่นอวัยวะเข้าไปทำร้ายปูเสฉวนในเปลือกหอยได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อปูเสฉวนหาเปลือกหอยอันใหม่ที่มีขนาดเหมาะสมกับลำตัวไม่ได้ปูเสฉวนก็จะยอมทนอาศัยอยู่ในเปลือกหอยอันเก่าที่มีขนาดเล็ก แต่จะไม่ไปอาศัยอยู่ในเปลือกหอยที่มีรูจากการโดนเจาะ เนื่องจากเปลือกหอยที่ถูกเจาะหรือเป็นรู ก็อาจส่งผลกระทบต่อปูเสฉวนเช่นกัน คือทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากผู้ล่าสูง เนื่องจากเปลือกหอยที่มีรูทำให้ผู้ล่าทำร้ายปูเสฉวนได้ง่ายขึ้น พวกสัตว์ที่มีขนาดเล็กๆ ที่กินเนื้อก็สามารถเข้าไปทำอันตรายปูเสฉวนได้โดยเข้าไปทางรูที่ถูกเจาะนี้ นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดการสูญเสียน้ำออกจากลำตัวได้ง่ายขึ้น เนื่องจากน้ำมีการระเหยออกทางรูที่ถูกเจาะนี้
         ท่านผู้ฟังก็ได้ทราบแล้วนะคะว่า เกราะกำบังหรือเปลือกหอยมีความสำคัญต่อปูเสฉวนอย่างไร แต่ในปัจจุบัน ปริมาณเปลือกหอยลดลงไปจากธรรมชาติอย่างน่าใจหาย เนื่องจาก การเก็บเปลือกหอยของมนุษย์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การนำมาเปลือกหอยมาดัดแปลงหรือประดิษฐ์เพื่อทำเป็นของประดับรูปแบบ ต่างๆ รวมถึงเพื่อเป็นของฝาก ของที่ระลึก โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าเปลือกหอยดังกล่าวนั้น เป็นเสมือนบ้านที่อยู่อาศัยของปูเสฉวน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของปูเสฉวนเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์สภาพความขาดแคลนบ้าน (เปลือกหอยฝาเดียว) ทำให้ปูเสฉวนต้องหันไปพึ่งพิงเศษวัสดุต่างๆ ที่พอจะอาศัยเป็นเกราะกำบังตัวหรือบ้านชั่วคราวเพื่อความอยู่รอด ได้แก่ เศษกระป๋อง ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กล่องใส่ฟิล์ม เป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรหันมาช่วยกันอนุรักษ์ปูเสฉวน โดยการไม่เก็บหรือทำลายเปลือกหอยที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เป็นการคืนบ้านหรือเกราะกำบังตัวให้แก่ปูเสฉวน

เอกสารอ้างอิง
ชินวัฒน์ พิทักษ์สาลี (2523) อนุกรมวิธานของปูเสฉวนในประเทศไทย วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 276 หน้า
Hazlett, B.A. (1981). The Behavioral ecology of the hermit crabs. Rev. Ecol. Syst. 12, 1-22.
Jan A. Pechenik, Jennifer Hsieh, Shannon Owara, Peter Wrong, Durwood Marshall, Steven Untersee and Wei Li. (2001). Factor selecting for avoidance of drilled shells by the hermit crabs Pagurus longicarpus. Journal of Experimental Marine Biology and Ecology, 262, 75-89.
Jan A. Pechenik and Sara Lewis. (2000). Avoidance of drilled gastropod shells by hermit crabs Pagurus longicarpus at Nahant, Massachusetts. Journal of Experimental Marine Biology and Ecology, 253, 17-32.
Jennifer E. Angel. (2000). Effect of shell fit on biology of the hermit crabs Pagurus longicarpus (Say). Journal of Experimental Marine Biology and Ecology, 243, 169-184.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000