สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงไปออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ โทร 038-102292
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 โรคไอ พี ดี (IPD) คืออะไร
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4612 Posts

Posted - 21 Apr 2008 :  11:43:56  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2551

โรคไอ พี ดี (IPD) คืออะไร
มารุต ตั้งวัฒนาชุลีพร
ภาควิชา วิทยาศาสตร์การแพทย์

         สวัสดีท่านผู้ฟังทุกท่าน ก่อนอื่นผู้เขียนขอบอกถึงที่มาและแรงจูงใจที่ก่อให้เกิดบทความเรื่องโรคไอ พี ดี (IPD) คืออะไร ผู้เขียนได้เห็นโฆษณาที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ที่กล่าวถึงเรื่องโรคไอ พี ดี ว่าอาจคร่าชีวิตหรือทำให้เกิดความพิการแก่ลูกน้อยหรือเด็กน้อยในครอบครัวได้ จากโฆษณานี้ผู้เขียนเชื่อว่าท่านผู้ฟังส่วนมากคงมีคำถามอยู่ในใจว่า โรคไอ พี ดี คือโรคอะไร สาเหตุของโรคเกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร วิธีการรักษาและวิธีป้องกันต้องทำอย่างไร คำถามเหล่านี้ท่านผู้ฟังจะได้รับการไขข้อข้องใจจากบทความนี้
          โรคไอ พี ดี คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแบบรุนแรงและเชื้อสามารถบุกรุกไปยังอวัยวะสำคัญของร่างกายได้ คำว่า ไอ พี ดี (IPD) เป็นคำย่อของ อินเวซิบ นิวโมคอคคัล ดิซิส (invasive pneumococcal disease) สาเหตุของโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนิวโมคอคคัส (Pneumococcus) เชื้อนี้เป็นแบคทีเรียชนิดแกรมบวก มีรูปร่างกลม เมื่อส่องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์มักพบเรียงตัวกันเป็นคู่ ๆ หรือเป็นสายยาวคล้ายโซ่ นอกจากเจ้าเชื้อนิวโมคอคคัสนี้จะก่อให้เกิดโรคไอ พี ดี แล้ว ยังก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ ปอดบวม แบคทีเรียชนิดนี้มีเกือบหนึ่งร้อยสายพันธุ์ แต่มีเพียงบางสายพันธุ์เท่านั้นที่ก่อให้เกิดโรคไอ พี ดี เชื้อนี้พบได้ในคนปกติไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยพบมากที่บริเวณโพรงจมูกและคอหอย บุคคลส่วนใหญ่ที่มีเชื้อนี้อยู่ในร่างกายมักไม่แสดงอาการของโรค จึงเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า “พาหะของโรคไอ พี ดี“ บุคคลที่เป็นพาหะนี้สามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้โดยการ ไอ จาม สัมผัสเสมหะหรือน้ำมูก หากบุคคลที่เป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อไปสู่เด็กทารกหรือเด็กเล็กแล้วก็อาจทำให้เด็กพวกนี้เกิดโรคไอ พี ดี ได้ เนื่องจากเด็กในวัยนี้ยังมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำอยู่ ดังนั้นหากเด็กเล็กได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านเยื่อบุของทางเดินหายใจ เชื้ออาจจะบุกรุกเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตได้ ก่อให้เกิดการบุกรุกของเชื้อแบบต่อเนื่องไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ เช่น กระดูก ข้อ และที่สำคัญคือแพร่กระจายสู่เยื่อหุ้มสมองส่งผลให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบตามมา
         อาการของเด็กที่ป่วยเป็นโรคไอ พี ดี ในระยะแรกจะมีอาการไข้ เซื่องซึม ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่แตกต่างจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียอื่นมากนัก แต่หลังจากนี้เด็กจะมีอาการของโรคได้หลากหลาย ทั้งนี้ขึ้นกับว่าเชื้อนิวโมคอคคัสได้บุกรุกไปยังส่วนใดของร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น หากมีการติดเชื้อที่กระแสเลือด เด็กจะมีไข้สูง ร้องไห้ไม่หยุด เซื่องซึม ไม่อยากนม บางครั้งอาจเกิดอาการช็อคได้ หากมีการบุกรุกของเชื้อไปที่เยื่อหุ้มสมอง ก็จะทำให้เยื่อหุ้มสมองมีการอักเสบ เด็กจะมีไข้สูง ปวดหัวอย่างรุนแรง คอแข็ง ร้องไห้ไม่หยุด เซื่องซึม ไม่อยากนม บางครั้งอาจเกิดอาการชักได้ หากไปยังปอดจะทำให้เกิดปอดบวม เด็กจะมีไข้ ไอ หอบ หายใจเร็ว ดังนั้นหากพบความผิดปกติดังที่กล่าวมาแล้ว ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาโรคต่อไป หากชะล่าใจปล่อยทิ้งไว้เพื่อรอดูอาการสักสองถึงสามวัน ท่านอาจจะต้องเสียใจไปทั้งชีวิตเนื่องจากโรคไอ พี ดี อาจคร่าชีวิตบุคคลอันเป็นที่รักของท่านไปแล้ว
         การรักษาโรคไอ พี ดี ไม่แตกต่างจากการรักษาโรคที่ติดเชื้อแบคทีเรียอื่นมากนัก แพทย์จะให้การรักษาตามอาการพร้อมทั้งให้ยาปฏิชีวนะเพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในร่างกาย ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาโรคนี้มักเป็นยากลุ่มเพนนิซิลลิน (Penicillin) หรือยากลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporin) หากมาพบแพทย์ได้ทันถ่วงทีการรักษาโรคไอ พี ดี มักได้ผลการรักษาที่ดี แต่ในปัจจุบันพบว่าเชื้อนิวโมคอคคัสดื้อต่อยาเพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นปัญหาต่อการรักษาของแพทย์ แพทย์อาจต้องใช้ยาในปริมาณที่สูงมากขึ้น หรือปรับแผนการให้ยาใหม่โดยดูผลความไวต่อยาของเชื้อในห้องปฏิบัติการมาประกอบการรักษา
         เมื่อเด็กป่วยเป็นโรคไอ พี ดี แล้ว หากพาเด็กมาพบแพทย์ไม่ทันอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ดังนั้นวิธีการที่ดีกว่าการรักษาก็คือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้แก่บุตรหลานของท่าน สามารถทำได้สองวิธี คือ 1.) การป้องกันโรคนี้จากการแพร่เชื้อของผู้ที่เป็นพาหะ เช่น หลีกเลี่ยงการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากทุก ๆ คน เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าบุคคลใดเป็นหรือไม่เป็นพาหะของโรค แต่วิธีนี้ทำได้ค่อนข้างยากเพราะบางครั้งป้องกันดีที่สุดแล้วแต่เชื้ออาจปลิวมาจากอากาศอีกที่หนึ่งได้ วิธีที่สองก็คือพาเด็กไปรับวัคซีน วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพสูงในการทำให้เด็กมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อนิวโมคอคคัส แต่ข้อเสียของวัคซีนนี้ก็คือไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เพราะว่าเชื้อนิวโมคอคคัสนี้มีหลายสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไอ พี ดี แต่วัคซีนสามารถคุ้มโรคได้ในบางสายพันธุ์เท่านั้น อย่างไรก็ตามการได้รับวัคซีนย่อมดีกว่าการที่ไม่ได้รับวัคซีน เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเกิดโรคไอ พี ดี น้อยลงอย่างมาก ๆ
         ผู้เขียนเชื่อว่าหากเด็กได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ประกอบกับการดูแลที่ดีของผู้ที่เป็นบิดา มารดาและบุคคลในครอบครัวช่วยกันรักษาสุขอนามัย เช่น การล้างมือก่อนสัมผัสเด็ก เมื่อรู้ว่าเจ็บป่วยเป็นไข้ก็หลีกห่างจากเด็ก ไม่นำเด็กไปอยู่ในที่แออัด ไม่ไอ จาม รดเด็ก และการให้ทารกดูดนมจากมารดาน่าจะปลอดภัยจากโรคไอ พี ดี ได้

เอกสารอ้างอิง
1. www.pidst.net/2005/peaple.php, ไอ พี ดี (Invasive Pneumococcal Disease), สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. เข้าถึงเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550.
2. www.bangkokhealth.com/children_htdoc/children_health_detail.asp?number=976, มารู้จัก โรคไอ พี ดี กันเถอะ, ศูนย์ลูกน้อยห่างไกลโรค ไอ พี ดี, มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ. เข้าถึงเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550.
3. ศศิธร ลิขิตนุกูล, 2544, โรคติดเชื้อ Pneumococcus ที่ดื้อต่อยา, โรคติดเชื้อที่ปรากฏขึ้นใหม่และโรคติดเชื้อที่ปรากฏขึ้นอีก 2, 240-261.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000