สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 พระเมรุมาศในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอกรมหลวงนราธิวาสฯ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6599 Posts

Posted - 20 Nov 2008 :  15:01:32  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2552

พระเมรุมาศในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เสาวคนธ์ วงศ์ศุภชัยนิมิต

          พระเมรุมาศถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินของไทยนั้นเริ่มมีขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่มีหลักฐานเป็นจดหมายเหตุและพงศาวดารบันทึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระเมรุมาศในสมัยอยุธยา เช่น พระเมรุมาศสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระเมรุมาศเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศในการทำพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ ที่กล่าวถึงจักรวาลอันมีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางเป็นคติเทวนิยม เมื่อถึงกาลสวรรคตก็จะต้องประกอบพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเพื่อส่งเสด็จคืนเทวพิภพ ณ เขาพระสุเมรุ การจัดทำอาคารถวายพระเพลิงถูกจัดและประดับตกแต่งเปรียบดัง เทวสถาน ต่อมาและสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน การเรียกชื่อเขาพระสุเมรุที่สร้างขึ้นเลื่อนไปจะเรียกว่า พระเมรุ หรือ พระเมรุมาศ
          พระเมรุมาศจะมีขนาดและแบบงดงามวิจิตรแตกต่างตามยุคสมัย และตามแรงบันดาลใจของช่างที่ออกแบบโดยยึดคติโบราณที่สืบทอดกันมาช้านานในการออกแบบพระเมรุมาศและปริมณฑลพิธีสำหรับงานถวายพระเพลิง พระเมรุมาศเป็นสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่สร้างขึ้น มีอาคารสำหรับถวายพระเพลิง และอาคารรายล้อมโดยรอบ อาคารพระเมรุมาศจะมีระเบียงล้อมรอบเรียกว่า “ทับเกษตร” มีความหมายว่า “เขตอันเป็นที่พัก” ตรงส่วนมุมคดของทับเกษตรทั้ง 4 มุม เรียกว่า “ส้างหรือสำส้าง” เป็นที่สำหรับพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม นอกจากอาคารดังกล่าวยังมีบริวารขององค์พระเมรุมาศ คือ ราชวัติ ฉัตร ธง รายล้อม และมีรูปสัตว์หิมพานต์รายรอบอีกชั้น ถัดจากนั้นมีเสาดอกไม้ พุ่ม ดอกไม้ไฟ ด้านตรงข้ามพระเมรุมาศจะสร้างพระที่นั่งชั่วคราวขึ้นเป็นพระที่นั่งโถงสำหรับพระมหากษัตริย์ประทับเมื่อเสด็จไปในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระที่นั่งชั่วคราวนี้ จะได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลก่อนถวายพระเพลิงพระบรมศพ จึงเรียกพระที่นั่งโถงองค์นี้ว่า “พระที่นั่งทรงธรรม”
          พระเมรุมาศเป็นสถาปัตยกรรมแบบกุฎาคาร คือ เป็นอาคารที่มียอดแหลมสูงที่เรียกว่า “เรือนยอด” ทรงมณฑป หรือทรงยอดปรางค์ สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 5 พระเมรุมาศในช่วงนี้ยึดถือการสร้างแบบพระเมรุมาศอย่างใหญ่เป็นพระเมรุมาศทรงปราสาท มีตัวพระเมรุมาศ 2 ชั้น มีพระเมรุมาศทองหรือที่เรียกว่า “พระเมรุมาศ” อยู่ภายในพระเมรุชั้นนอกนี้ทำเป็นพระเมรุยอดปรางค์ หรือยอดรูปดอกข้าวโพด พระเมรุมาศแบบนี้หาดูได้จากรูปถ่ายพระเมรุมาศพระบรมศพรัชกาลที่ 4 ถือได้ว่าเป็นพระเมรุมาศสุดท้ายที่สร้างตามแบบโบราชประเพณี ต่อมาในรัชกาลที่ 6 การสร้างพระเมรุมาศ มีขนาดเล็กลงเป็นพระเมรุมาศทรงบุษบก เพื่อเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงเห็นว่าแบบเดิมเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน และเพื่อปรับให้เหมาะสมกับยุคสมัย เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 6 จึงทรงสนองพระราชประสงค์ทุกประการ และยึดถือเป็นประเพณีปฏิบัติหลวงที่สืบมาถึงปัจจุบัน
          พระเมรุมาศในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นพระเมรุมาศทรงยอดปราสาท มีโครงสร้างหลัก ประกอบด้วย หน้าบันแถลง ประดับตราสัญลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เหนือหน้าบันแถลงขึ้นไปเป็นบันเชิงกร 5 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นบัวกลุ่มรับ 5 ชั้น เหนือขึ้นไปเป็นปรีคั่นด้วยลูกแก้ว เหนือลูกแก้วเป็นเม็ดน้ำค้าง และบนสุดเป็นเศวตฉัตร 7 ชั้นแบบพระเมรุทรงยอดปราสาท มีรูปแบบโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมคล้ายพระเมรุของสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมารศรี พระอัครราชเทวี ลวดลายพระเมรุมาศจะใกล้เคียงกับพระเมรุมาศของสมเด็จย่า สำหรับลวดลวดพระเมรุมาศจะใช้ลวดลายซ้อนไม้แทนลายแกะสลัก มีลักษณะเรียบง่ายแต่สมพระเกียรติ จะใช้กระดาษทองปิดลวดลายแทนทองคำเปลว ลักษณะเหมือนศิลปะประดับกระจกของศาสนาพุทธ โดยโครงสร้างจะใช้ไม้จำนวนน้อยเพราะไม้หายาก และจะใช้ไม้อัดประกอบกับเหล็กเป็นส่วนโครงสร้างเสา นอกจากนี้ยังมีการสลักรูปสัตว์หิมพานต์ประดับบริเวณบันไดทางขึ้นพระเมรุทั้ง 3 ด้าน และประดับรูปปั้นเทวดาบนชั้นฐานชาลาทั้งหมดของพระเมรุ ประมาณ 30 องค์ โดยจัดเทวดานั่งถือบัวแทรกไว้ตามย่อมุมย่อเก็จรอบนอกพระเมรุ ในการก่อสร้างพระเมรุครั้งนี้ด้านวิศวกรรมถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่นำแนวคิดการออกแบบลิฟต์เป็นทางเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปประกอบพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพบนพระเมรุ ซึ่งใช้เป็นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องจากบันไดที่จะเสด็จขึ้นไปยังพระเมรุมีความสูงชันมาก โดยพระเมรุมาศนี้จัดสร้างขึ้น ณ มณฑลพิธี ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร
          การจัดสร้างพระเมรุมาศต้องระดมช่างฝีมือทั้ง 10 หมู่ รวมทั้งสถาปนิกสถาปัตยกรรมไทย สร้างสรรค์ ออกแบบ โดยยึดตามแบบแผนประเพณีโบราณ พระเมรุมาศเป็นสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่แสดงภูมิปัญญาช่างไทยชั้นสูง เป็นศิลปวัฒนธรรมอนุรักษ์สืบทอดจากโบราณราชประเพณี และพัฒนามาเป็นลำดับตามบริบทแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างเหมะสม ปัจจุบันศิลปะวัฒนธรรมพระเมรุมาศนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ได้มีโอกาสสืบทอด อนุรักษ์ และแสดงออกถึงความงดงามของศิลปะสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศนี้

แหล่งอ้างอิง
กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์. (2539). เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศราชยาน ราชรถ และพระเมรุมาศ. กรุงเทพฯ : อัมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.
กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. (2528). งานพระเมรุมาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์.
พระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศ 13 พระองค์. (2551, 17 มกราคม). สยามรัฐ, หน้า 9.
พระเมรุมาศ . (2551). วันที่ค้นข้อมูล 30 เมษายน 2551, เข้าถึงได้จาก http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=News&file=article&sid=2634
พระเมรุปราสาท เศวตฉัตร 7 ชั้น "สมเด็จเจ้าฟ้า" สัตว์หิมพานต์. (2551, 15มกราคม). สยามรัฐ, หน้า 11.
พระเมรุมาศ ยอดปราสาท-ฉัตร 7 ชั้น. (2551, 9 ม.ค.) มติชน, หน้า 13.
ประดับเทวดาพระเมรุมาศพระพี่นางฯ. (2551, 16 ม.ค.) มติชน, หน้า 14.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000