สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 เรื่องพิธีทอดผ้าป่า
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6599 Posts

Posted - 20 Nov 2008 :  15:14:35  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2552

เรื่องพิธีทอดผ้าป่า
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริวรรณ วงษ์ทัต
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง ใกล้จะออกพรรษาแล้ว ท่านผู้ฟังคงจะมีการเตรียมสิ่งของทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ในวันออกพรรษาที่เราเรียกกันว่า “ตักบาตรเทโว” แต่วันนี้จะขอนำเสนอเรื่องของการทำบุญหลังการออกพรรษาอีกลักษณะหนึ่งซึ่งเป็นพิธีทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญพิธีหนึ่งคือ พิธีทอดผ้าป่า
          พิธีทอดผ้าป่าเป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่งของพุทธศาสนิกชน คล้ายกับพิธีทอดกฐิน แต่พิธีทอดผ้าป่าไม่มีกำหนดระยะเวลาจำกัด จะทอดเมื่อไรก็ได้ และวัดหนึ่ง ๆ ในแต่ละปีจะจัดให้มีการทอดผ้าป่ากี่ครั้งก็ได้เช่นกัน อีกทั้งยังไม่เจาะจงเกี่ยวกับพระภิกษุที่จะรับผ้าป่าแต่อย่างใด
          ประวัติความเป็นมาของพิธีทอดผ้าป่ากล่าวไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระบรมศาสดายังมิได้ทรงอนุญาตให้พระภิกษุทั้งหลายรับจีวรจากชาวบ้าน พระภิกษุเหล่านั้นจึงต้องเที่ยวเก็บผ้าที่เขาทิ้งแล้ว เช่น ผ้าเปรอะเปื้อนที่ชาวบ้านไม่ต้องการนำมาทิ้งไว้ ผ้าห่อศพ เป็นต้น เมื่อรวบรวมผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยพอแก่ความต้องการแล้ว จึงนำมาซักทำความสะอาด ตัดเย็บ ย้อม เพื่อทำเป็นจีวร สบง หรือสังฆาฏิ ผืนใดผืนหนึ่ง การทำจีวรของพระภิกษุในสมัยพุทธกาลจึงค่อนข้างลำบากยุ่งยากและเป็นงานใหญ่ ภิกษุทั้งหลายต้องร่วมมือร่วมใจช่วยกันอย่างขะมักเขม้น ครั้นชาวบ้านทั้งหลายเห็นความยากลำบากของพระภิกษุสงฆ์ ต้องการจะนำผ้ามาถวาย แต่เมื่อยังไม่มีพุทธานุญาตโดยตรง จึงนำผ้าไปทอดทิ้งไว้ ณ ที่ต่าง ๆ เช่น ในป่า ตามป่าช้า หรือข้างทางเดิน เมื่อพระภิกษุสงฆ์มาพบ เห็นว่าเป็นผ้าที่ผู้เป็นเจ้าของทอดอาลัยแล้วคือไม่ต้องการ ก็นำเอามาทำเป็นสบง จีวร พิธีการทอดผ้าป่าจึงมีขึ้นด้วยสาเหตุนี้
          พิธีการทอดผ้าป่าพุทธศาสนิกชนชาวไทยได้ปฏิบัติกันมาแต่โบราณ ดังปรากฏหลักฐานในวรรณคดีไทยเรื่องนิราศเดือน วรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ว่า
                    บ้างก็แห่ผ้าป่าพฤกษาปัก มีเรือชักเซ็งแซ่แลสลอน
                    ขับประโคมดนตรีมีละคอน อรชรรำร่าอยู่หน้าเรือ
                    บ้างก็ร้องสักวาใส่หน้าทับ ลูกคู่รับพร้อมเพราะเสนาะเหลือ
                    ฟังสำเนียงสตรีไม่มีเครือ เป็นใยเยื่อจับในน้ำใจชาย
          ในอดีตการทอดผ้าป่าคือ การนำผ้าไปทิ้งไว้ดังที่กล่าวแล้ว แต่ในปัจจุบันนิยมทำในรูปแบบต่าง ๆ แตกต่างกันไป จึงมีชื่อเรียกเป็น 3 อย่าง คือ 1. ผ้าป่าหางกฐิน หรือผ้าป่าแถมกฐิน 2. ผ้าป่าโยง และ 3. ผ้าป่าสามัคคี แต่ละชนิดมีรายละเอียดดังนี้คือ
          1. ผ้าป่าหางกฐิน ได้แก่ ผ้าป่าชนิดที่เจ้าภาพจัดให้มีขึ้นต่อจากการทอดกฐิน คือเมื่อทำพิธีทอดกฐินเสร็จแล้ว ก็ให้มีการทอดผ้าป่าด้วยเลย จึงเรียกว่าผ้าป่าหางกฐิน หรือผ้าป่าแถมกฐิน
          2. ผ้าป่าโยง ได้แก่ ผ้าป่าที่จัดทำรวม ๆ กันหลายกอง นำบรรทุกเรือแห่ไปทอดตามวัดต่าง ๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ จึงเรียกว่า ผ้าป่าโยง จะมีเจ้าภาพเดียวหรือหลายเจ้าภาพก็ได้
          3. ผ้าป่าสามัคคี คือ ผ้าป่าที่มีการแจกฎีกาบอกบุญไปตามบุคคล สถานที่ต่าง ๆ ให้ร่วมกันทำบุญแล้วแต่ศรัทธา โดยจัดเป็นกองผ้าป่ามารวมกัน จะเป็นกี่กองก็ได้ เมื่อถึงวันทอดจะมีขบวนแห่ผ้าป่ามารวมกันที่วัดอย่างสนุกสนาน บางทีจุดประสงค์ก็เพื่อร่วมกันหาเงินสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ในปัจจุบันการจัดทำการทอดป่าชนิดนี้จะเห็นว่าเป็นที่นิยมทำกันมากเพื่อรวมเงินสร้างสิ่งก่อสร้าง หรือจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น อาคารที่พักคนป่วยในโรงพยาบาล อาคารเรียน อุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์ทางการแพทย์
          ในการทำพิธีทอดผ้าป่านั้น เริ่มแรกเจ้าภาพต้องไปแจ้งความประสงค์กับเจ้าอาวาสวัดที่ต้องการจะนำผ้าป่ามาทอด เรียกว่า เป็นการจองผ้าป่า เมื่อกำหนดวันเวลาเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ทำการตั้งองค์ผ้าป่า สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือ 1. ผ้า 2. กิ่งไม้สำหรับพาดผ้า และ 3. ให้อุทิศถวายไม่เจาะจงพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง
          ในการตั้งองค์ผ้าป่า เจ้าภาพต้องจัดหาผ้าสำหรับพระภิกษุผืนหนึ่ง อาจเป็นสบง จีวร สังฆาฏิ หรือทั้งสามอย่างแล้วแต่ศรัทธาเพราะไม่มีข้อกำหนด นำกิ่งไม้ไปปักไว้ในภาชนะขนาดพอสมควร เพื่อใช้เป็นที่พาดผ้าป่า และใช้สำหรับนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จะถวายพระ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว ผ้าอาบน้ำฝน รองเท้า ร่ม สมุด ดินสอ ปากกา มีดโกน หลอดไฟ เป็นต้น สำหรับเงินหรือปัจจัยนั้นนิยมเสียบไม้ปักไว้กับต้นกล้วยเล็ก ๆ ในกองผ้าป่านั้น
          ส่วนการนำผ้าป่าไปทอดนั้น ในสมัยโบราณไม่ต้องมีการจองผ้าป่า เมื่อเจ้าภาพนำองค์ผ้าป่าไปถึงวัดแล้ว ก็จุดประทัดหรือส่งสัญญาณด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งให้พระภิกษุรู้ว่ามีผ้าป่า เป็นอันเสร็จพิธี หรือจะอยู่รอให้พระท่านมาชักผ้าป่าด้วยก็ได้ แต่ในปัจจุบันการทอดผ้าป่านับว่าเป็นงานค่อนข้างใหญ่ ต้องมีการจองผ้าป่าเพื่อแจ้งให้ทางวัดทราบกำหนดการ จะได้จัดเตรียมต้อนรับ เมื่อถึงกำหนดก็จะมีการแห่แหนองค์ผ้าป่ามาด้วยขบวนเถิดเทิงกลองยาวหรือแตรวง เป็นที่สนุกสนานครึกครื้น ยิ่งถ้าเป็นผ้าป่าสามัคคีต่างเจ้าภาพต่างแห่มาพบกันที่วัด จนกลายเป็นมหกรรมย่อย ๆ มีการละเล่นพื้นบ้านหรือร้องรำทำเพลง ร่วมรำวงกันเป็นที่สนุกสนาน บางทีก่อนวันทอดก็จะจัดให้มีมหรสพฉลองที่บ้านของเจ้าภาพ
          ในการทำพิธีการทอดผ้าป่า ผู้ทอดนำผ้าป่าไปวางต่อหน้าพระภิกษุสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้าป่า จากนั้นพระสงฆ์รูปหนึ่งผู้ได้รับฉันทานุมัติจากหมู่สงฆ์ก็จะลุกขึ้นเดินถือตาลปัตรมาชักผ้าบังสุกุลที่องค์ผ้าป่าพร้อมทั้งกล่าวคาถา ต่อจากนั้นพระสงฆ์จะสวดอนุโมทนาในผลบุญ เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลก็เป็นอันเสร็จพิธี
          การทอดผ้าป่าเป็นการทำบุญอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยดำรงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป และยังเป็นบุญกุศลอย่างใหญ่หลวงทั้งแก่ผู้ทำและผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หลังออกพรรษาปีนี้อย่าลืมร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่านะคะ

เอกสารอ้างอิง
ธนากิต. ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2539.
นิราศเดือน. กรุงเทพฯ : องค์การค้าคุรุสภา, 2522.

ส่ง 4 มิถุนายน 2551
แก้ไข 1 สิงหาคม 2551

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.06 seconds. Snitz Forums 2000