สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 วิธีควบคุมความโกรธ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6599 Posts

Posted - 20 Nov 2008 :  15:17:31  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2552

วิธีควบคุมความโกรธ
อาจารย์ ขันทอง วิชาเดช
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

          ถ้าการกำจัดความโกรธหลากหลายวิธีดังกล่าวยังใช้ไม่ได้ผล ลองใช้วิธีของท่านติช นัท ฮันห์ ภิกษุชาวเวียดนาม ซึ่งแสดงอุบายให้เราละวางความโกรธเอาไว้ 7 วิธี ดังนี้
          1. ความโกรธทำให้เราดูน่าเกลียด ฉะนั้นเมื่อรู้สึกโกรธ จงส่องกระจกดูหน้าตัวเอง แล้วทำบางอย่างเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น ถ้อยคำสั้น ๆ นี้สามารถช่วยให้เราฝึกฝนได้ :
                    เมื่อฉันรู้ว่าความโกรธทำให้ตัวเองแลดูน่าเกลียด
                    ฉันก็จะยิ้มแย้มแทน
                    ฉันจะหันกลับมาดูตัวเอง
                    แล้วกระทำเมตตาภาวนา
          2. ความโกรธทำให้เราเป็นทุกข์ เจ็บปวดจนตัวงอ “เหมือนกุ้งที่กำลังถูกย่าง”
          3. เราจะไม่พบกับความเจริญก้าวหน้า
          4. เราจะไม่ประสบความสำเร็จในทางวัตถุ หรือจิตวิญญาณ เราจะสูญเสียความมั่งคั่ง หรือความสุขที่มี
          5. เราจะเป็นที่โจษจันในเรื่องของความโกรธเกรี้ยว
          6. เราจะสูญเสียมิตรสหาย เพราะพวกเขากลัวเราระเบิดอารมณ์ใส่
          7. เราจะกลายเป็นเปรตที่หิวโหย ไม่อาจเข้าร่วมกับหมู่คณะที่เบิกบานแช่มชื่น
          เวลาที่เรารู้สึกโกรธสีหน้าของเราจะเหมือนกับลูกระเบิดที่ใกล้จุดชนวน เพราะฉะนั้น จงปิดตาและปิดหูของเราเสีย แล้วหันกลับมาพิจารณาตัวเองเพื่อกำราบอารมณ์พลุ่งพล่านให้สงบลง พยายามยิ้มเอาไว้ การยิ้มช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเอง
          หรือถ้ายังไม่สามารถเอาชนะความโกรธได้อีก กุศโลบายของขงจื้อก็จะช่วยสลายความโกรธได้ผลดี ขงจื้อ เป็นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของจีน เกิดเมื่อ 8 ปีก่อน พ.ศ. (551 ปีก่อน ค.ศ.) ในแคว้นหลู่ ปัจจุบันอยู่ในมณฑลชานตุง (ซันตุง หรือซัวตุง) ก็ได้เสนอแนะวิธีการกำจัดความโกรธโดยเปรียบเทียบเรื่องลิง 3 ตัวเป็นปรัชญาว่าด้วยการวางตัวของคนว่า ควรคำนึงถึงลิง 3 ตัวต่อไปนี้ ตัวที่ 1 จะนั่งปิดหู ตัวที่ 2 จะนั่งปิดตา ตัวที่ 3 จะนั่งปิดปาก
          1. ปิดหู หมายถึง หลีกเลี่ยงหรือการทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่ไม่ควรจะได้ยิน เช่น ใครเขานินทาว่าร้าย ถึงแม้จะนินทาว่าเราก็ตาม หากใส่ใจทุก ๆ เรื่องจากปากคน ย่อมจะนำมาซึ่งความทุกข์ใจ ขุ่นเคืองใจได้โดยง่าย แต่ตรงกันข้ามการเก็บความรู้สึกและนึกว่าเป็นธรรมดาของคนที่ชอบบ่นชอบพูด ความรู้สึกหรืออารมณ์ขุ่นเคืองก็จะหายไปเอง
          2. ปิดตา หมายถึง หลีกเลี่ยงหรือการไม่สอดส่ายสายตาไปดูนั่นดูนี่ อันจะนำมาซึ่งความรู้สึกไม่พอใจเมื่อพบกับสิ่งที่ไม่ต้องการจะดูจะรู้ การสอดรู้สอดเห็นไปทุกเรื่องนอกจากจะก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทแล้ว บางครั้งอาจทำให้เสียชีวิตได้
          3. ปิดปาก หมายถึง หลีกเลี่ยงหรือการไม่พูดจาพร่ำเพรื่อ เลอะเทอะ ขาดสติสัมปชัญญะ แต่พูดในสิ่งที่ควรพูดเท่านั้น การปิดปากเสียบ้าง ย่อมทำให้เป็นคนสงบเสงี่ยมน่าเคารพ ศรัทธา บุคลิกภาพก็ดีขึ้น

          สรุปว่า ความโกรธแสดงตัวออกมาในลักษณะของการระบายอารมณ์ความขุ่นเคือง หงุดหงิด ถาโถมเข้าใส่สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเป็นลำดับแรก เช่น ทำร้ายสามี ภรรยา ลูกหลาน หรือคนใกล้ชิดก็ได้ ทำลายข้าวของต่าง ๆ ก็มี บางรายทุบรถยนต์ที่ใช้อยู่เป็นประจำ ทุบทีวีที่ดูอยู่ทุกวัน ทุบตู้เย็นจนเสียหายพังยับเยิน ความทะเลาะวิวาทกันที่เกิดขึ้นในสังคม เราอาจกล่าวได้ว่าสาเหตุล้วนเกิดจากความโกรธถึง 100% เลยทีเดียว เพราะความโกรธอย่างเดียวก็ทำให้เสียบ้านเสียเมืองได้ เช่น ในสามก๊ก เตียวหุยโบยตีทหารด้วยความโกรธ ทำให้ทหารคนนั้นผูกอาฆาตแล้วย้อนกลับมาทำร้าย ในที่สุดเตียวหุยก็ถูกฆ่าตายและเสียเมืองให้แก่ข้าศึก เมื่อเรารู้จักฤทธิ์เดชของความโกรธเป็นอย่างดีแล้ว ก็ขอเชิญชวนท่านผู้ฟังมาทำลายความโกรธกันเถอะ

แหล่งที่มา

ติช นัท ฮันห์. เมตตาภาวนา : คำสอนว่าด้วยรัก. แปลโดย ธารา รินศานต์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2543.
หลุย จำปาเทศ, ดร. จิตวิทยาสัมพันธ์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2533.

แก้ไข 23 เม.ย.51

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.04 seconds. Snitz Forums 2000