สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงไปออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ โทร 038-102292
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 ผงซักฟอก
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4640 Posts

Posted - 12 Feb 2009 :  10:18:14  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2552

ผงซักฟอก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา

          ผงซักฟอกหรือที่เราเรียกติดปากว่า “แฟ๊บ” เป็นสินค้าอุปโภคที่จำเป็นอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน มีคุณสมบัติในการชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและภาชนะต่างๆ ปัจจุบันในท้องตลาดมีการผลิตผงซักฟอกออกมามากมายหลายยี่ห้อ หลายรูปแบบ หลายสูตร ท่านทราบหรือไม่คะว่า ผงซักฟอกมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เริ่มมีการใช้ผงซักฟอกครั้งแรกเมื่อไร ผงซักฟอกมีองค์ประกอบเป็นอย่างไร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันค่ะ
          ผงซักฟอกถูกผลิตขึ้นใช้ป็นครั้งแรกในประเทศเยอรมันในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งนี้ เนื่องจากในขณะนั้นไขวัวและน้ำมันพืชซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสบู่เกิดการขาดแคลน นักวิทยาศาสตร์จึงได้คิดค้นสารสังเคราะห์ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้แทนสบู่ หลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงได้มีการค้นคว้าพัฒนาสูตรผงซักฟอกมากมายพร้อมกับการเกิดความนิยมในการใช้ผงซักฟอกอย่างรวดเร็ว สำหรับในประเทศไทยนั้น บริษัทหลุยส์ทีเลียวโนเวนส์ จำกัด ได้นำเข้าผงซักฟอกยี่ห้อ “แฟ้บ“ จากต่างประเทศมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้แทนสบู่ในการซักเสื้อผ้าและชำระล้างสิ่งสกปรกอื่นๆ ปรากฏว่าเป็นที่นิยมของประชาชนโดยทั่วไป เพราะสามารถชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดีกว่าสบู่และสะดวกในการใช้มากกว่า และในปี พ.ศ. 2500 บริษัท คอลเกตปาล์มโอลีฟ จำกัด จึงได้ตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายผงซักฟอกยี่ห้อ “แฟ้บ” ในประเทศไทยขึ้น และต่อมาได้มีผู้ผลิตผงซักฟอกเกิดขึ้นอีกหลายบริษัท มีการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันผงซักฟอกได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง ผู้ผลิตจึงต้องปรับปรุงคุณภาพและรูปลักษณ์อยู่เสมอๆ จึงทำให้ในปัจจุบันได้มีผงซักฟอกสูตรต่างๆ วางขายกันตามท้องตลาดมากมาย
          ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คำว่า “ผงซักฟอก” หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารลดแรงตึงผิวชนิดสังเคราะห์และ/หรือชนิดธรรมชาติเป็นส่วนประกอบหลัก เป็นเกลือของกรดซัลโฟนิก มีสมบัติชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งหลายได้เช่นเดียวกับสบู่ สำหรับใช้ซักผ้า ครอบคลุมถึง ผงซักฟอกที่มีลักษณะเป็นผง เม็ดเล็กๆ หรือเกล็ด อัดขึ้นรูป กึ่งแข็งกึ่งเหลว แท่ง หรือลักษณะอื่น แต่ไม่ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดเหลว ผงซักฟอกแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ ชนิดซักฟอกด้วยมือ ชนิดซักฟอกด้วยเครื่องซักผ้า และชนิดซักฟอกด้วยมือหรือเครื่องซักผ้า ผงซักฟอกมีส่วนประกอบใหญ่ๆ 2 ชนิด คือ ส่วนประกอบหลัก ที่จำเป็นต้องมีอยู่ในส่วนผสม และส่วนประกอบรองที่อาจมีหรือไม่มีอยู่ในส่วนผสมก็ได้
          สารประกอบหลักของผงซักฟอกมี 5 ชนิด คือ
          1. สารลดแรงตึงผิว หมายถึง สารซึ่งเมื่อละลายในน้ำแล้วจะช่วยลดแรงตึงผิวของน้ำ ทำให้คราบสกปรกที่ติดอยู่กับเนื้อผ้าหลุดออกได้ง่าย อาจเป็นชนิดสังเคราะห์และ/หรือชนิดธรรมชาติ เป็นสารเคมีประเภท แอนไอออนิก (anionic) แคทไอออนิก (cationic) หรือนอนไอออนิก (nonionic) ประเภท ใดประเภทหนึ่งหรือผสมกัน ปัจจุบันสารที่ผู้ผลิตนิยมใช้คือ สารลิเนียอัลคีลเบนซีนซัลโฟเนท (Linear Alkylbenzensulfonate หรือ LAS)
          2. สารลดความกระด้างของน้ำ หมายถึง สารที่ลดความกระด้างของน้ำ สารนี้ไม่ได้ช่วยให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากเนื้อผ้าโดยตรง แต่จะช่วยให้สารลดแรงตึงผิวมีประสิทธิภาพดีขึ้น สารที่ผู้ผลิตนิยมใช้กันมาก คือ โซเดียมไทรโพลิฟอสเฟต (Sodium Tripolyphosphate : STPP) ซึ่งในในปัจจุบันเกิดข้อกล่าวหาว่าฟอสเฟตที่เคยใช้เป็นสารลดความกระด้างนี้เป็นตัวการทำลายแหล่งน้ำ จึงได้เริ่มมีการลดการใช้ฟอสเฟตลงและใช้สารซีโอไลท์แทนในผงซักฟอกบางยี่ห้อ
          3. สารรักษาระดับความเป็นด่าง หมายถึง สารที่รักษาระดับความเป็นด่างให้คงที่ตลอดช่วงการใช้งาน ป้องกันการกัดกร่อนของภาชนะที่ทำด้วยโลหะที่ใช้ในการซักและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารลดแรงตึงผิว ได้แก่ โซเดียมซิลิเกต และโซเดียมคาร์บอเนต
          4. สารกันคราบคืน หมายถึง สารที่ช่วยไม่ให้คราบหรือสิ่งสกปรกที่หลุดออกไปแล้ว กลับมาจับผ้าอีกขณะซัก เช่น โซเดียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (Sodium Carboxymethylcellulose)
          5. สารเพิ่มความสดใส หมายถึง สารที่สามารถดูดแสงอัลตราไวโอเลต แล้วให้แสงที่ทำให้ผ้าดูสดใสยิ่งขึ้นเช่น ไทโนพัล ดีเอ็มเอส (Tinopal DMS)
          ส่วนประกอบรองหรือส่วนประกอบที่อาจมีได้ที่ผู้ผลิตได้ใส่ลงไปในผงซักฟอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผงซักฟอกและดึงดูดใจลูกค้า สารเหล่านี้มีอยู่ในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ได้แก่ สารเพิ่มฟองหรือสารลดฟอง สารฟอกและสารฟอกต้นตอรวมทั้งสารคงสภาพสำหรับสารฟอกต้นตอ สารช่วยการละลาย สารกันหมอง แอนติออกซิแดนต์ เอนไซม์ น้ำหอม สี สารกันการจับตัวเป็นก้อน สารช่วยขับสิ่งสกปรก สารต้านจุลินทรีย์ สารละมุน สารคงสภาพการเก็บรักษา สารช่วยให้ผ้านุ่ม สารกันไฟฟ้าสถิตย์ สารกันการกัดกร่อนและสารอื่นๆ
          แม้ผงซักฟอกจะเป็นสินค้าอุปโภคที่ช่วยทำให้ชีวิตประจำวันของมนุษย์มีความสะดวกสบายขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนประกอบที่มีอยู่ในผงซักฟอกนั้นก็จัดเป็นสารเคมี หากมีการสะสมอยู่ในแหล่งน้ำมากๆ อาจเกิดผลเสียหรือมลภาวะของสิ่งแวดล้อม เช่น สารพวกฟอสเฟตเที่มีอยู่ในผงซักฟอก เมื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ อาจกลายเป็นปุ๋ยทำให้พืชน้ำเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งขัดขวางการคมนาคมทางน้ำ ทำลายทัศนียภาพของแหล่งน้ำ และเมื่อพืชน้ำตายลง ทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำเกิดการขาดออกซิเจนและตายลงได้ น้ำซักล้างต่างๆ ที่เกิดจากกิจกรรมการใช้ผงซักฟอกทั้งภายในบ้านเรือนหรือภายนอก โดยเฉพาะจากร้านค้าหรือสถานบริการที่รับซักรีดเสื้อผ้าที่ปัจจุบันพบเห็นอยู่เป็นจำนวนมาก สถานที่เหล่านี้จัดเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำซักล้างที่เกิดจากการใช้ผงซักฟอกมากที่สุด ดังนั้นจึงควรที่จะมีมาตรการในการควบคุมและบังคับให้มีการบำบัดน้ำทิ้งประเภทนี้เสียก่อนที่จะระบายลงสู่แม่น้ำลำคลอง เพื่อช่วยลดมลภาวะน้ำเสียที่เกิดจากการใช้ผงซักฟอกต่อไป

บรรณานุกรม

อารัมภ์รัตน์ รัชดานุรักษ์ 2548 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม “ผงซักฟอก” มอก.78-2549 หน้า 1-7
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม “ผงซักฟอก” มอก. 2549 หน้า 1-7
Pithayanukul, P. 1984 Surfactant Technology, part 1; Classification, Structure and General Properties of Surfactant. J. Pharm Sci. 11(2) : 46-49.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000