สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงไปออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ โทร 038-102292
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิถีสุขภาพ
 กินทุเรียนเป็นยา
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4612 Posts

Posted - 27 Apr 2009 :  16:00:42  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2552

กินทุเรียนเป็นยา
พลากร บุญชู

          สวัสดีครับแฟน ๆ รายการวิถีสุขภาพ ในวันนี้ รายการวิถีสุขภาพ จะขอนำเสนอเรื่องราวของราชาแห่งผลไม้เมืองร้อน เมื่อพูดถึงราชาแห่งผลไม้เมืองร้อนทุกคนก็ต้องคิดถึง ทุเรียน หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทุเรียน กินเป็นยาได้ด้วยเหรอ แล้วส่วนใดบ้างของทุเรียนที่ใช้เป็นยาได้ วันนี้แหล่ะครับรายการวิถีสุขภาพจะมานำเสนอให้แฟน ๆ รายการรับทราบกันนะครับ แต่ก่อนอื่นเรามารู้จักกับทุเรียนกันก่อนดีกว่าครับ
          ทุเรียนนั้น เป็นผลไม้เมืองร้อนที่เก่าแก่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตอนใต้ ซึ่งเชื่อกันว่าถิ่นกำเนิดจริง ๆ ของทุเรียน อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย แล้วแพร่ขยายออกไปที่อื่น ๆ ในภูมิภาค ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีรูปร่างแปลก รวมทั้งสีสัน และรดชาติ ผลของทุเรียนนั้นจะเต็มไปด้วยหนาม มีเนื้อสีขาวเหลือง หรือสีจำปา มีกลิ่นหอม รสหวานมัน บริเวณที่ปลูกกันมากก็คือภาคใต้ และจังหวัดจันทบุรี โดยทุเรียน สามารถรับประทานได้ทั้งสด ๆ หรือนำมาแปลรูป เช่น ทุเรียนทอด ทุเรียกวน ข้าวตอกน้ำกะทิทุเรียน หรือแม้ในปัจจุบันยังมีการนำทุเรียนมาทำเป็นทอฟฟี้ หรือเป็นส่วนผสมในการผลิตไส้ของขนมไหว้พระจันทร์ หรือบางคนอาจจะนำเมล็ดทุเรียนมาเผาหรือต้มกินกันก็มีนะครับ
          นอกจากจะกินทุเรียนเพื่อความอร่อยแล้ว เรายังสามารถกินทุเรียนให้เป็นยาได้อีกด้วย เนื่องจากในเนื้อทุเรียนนั้นมีกำมะถันสูงมาก กำมะถันตัวนี้จะทำให้เรารู้สึกร้อนในเวลาที่กินทุเรียนเข้าไปมาก ๆ แต่จะทำให้ผิวพรรณดีขึ้นด้วย นอกจากจะทำให้ผิวพรรณดีแล้ว รสหวานร้อนของทุเรียน ยังสามารถแก้โรคผิวหนัง ทำให้ผี หนอง แห้ง และยังเป็นยาถ่ายพยาธิได้อีกด้วย เนื่องจากความร้อนในสารกำมะถัน และกากใย จากพูทุเรียน จะออกฤทธิ์ชำระล้างขยะในลำไส้ออกได้อย่างเกลี้ยงเกลา อีกทั้งยังเป็นยาถ่ายในผู้ป่วยน้ำเหลืองเสียซึ่งมักเกิดแผลจากแมลงกัดอยู่เสมอ นอกจากนี้เปลือกหนามของทุเรียนซึ่งมีรสเฝื่อนยังสามารถนำมาสับ แล้วนำไปใช่ในน้ำปูนใส ใช้ชำระล้างแผลที่เกิดจากน้ำเหลืองเสีย แผลผุพอง หรืออาจจะนำมาเผาทำถ่าน บดจนเป็นผง คลุกในน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันงา เพื่อลดความบวมพองจากคางทูม และเผาเอาควันไล่ยุงและแมลงใบทุเรียน รสเย็นและเฝื่อนของเปลือกทุเรียนนั้นยังสามารถนำมาใช้ต้มน้ำอาบแก้ไข้ แก้ดีซ่านได้ นอกจากนี้ รากจากต้นทุเรียนยังสามารถนำมาตัดเป็นท่อน ๆ ต้มให้เดือด ดื่มบรรเทาอาการไข้และรักษาอาการท้องร่วงได้เป็นอย่างดี
          เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับประโยชน์ของทุเรียน นอกจากเราจะรับประทานเพื่อความอร่อยกันแล้วยังสามารถนำมารับประทานเป็นยาได้อีกด้วย แต่อย่าลืมนะครับว่า ในทุเรียนนั้นก็มีปริมาณน้ำตาลมากเช่นเดียวกัน จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานนะครับ อาจจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงก็ได้ และก็รับประทานแค่พอดีนะครับ อาจจะรับประทานในตอนเช้า ประมาณครึ่งลูกย่อม ๆ ก็พอแล้วนะครับ มากว่านี้อาจจะอ้วนกันได้ สำหรับวันนี้รายการวิถีสุขภาพก็ขอลาเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

http://www.ku.ac.th/e-magazine/august47/know/turean.html
http://kullastree.com/site/index.php?option=com_content&task=view&id=147&Itemid=47
http://heyhaparty.blogspot.com/2007/11/blog-post_8014.html

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000