สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 น้ำผึ้ง
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4491 Posts

Posted - 04 Sep 2009 :  15:18:21  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2552

น้ำผึ้ง
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปานเสก อาทรธุระสุข
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

          ผึ้ง เป็นสัตว์ปีกเล็กๆที่ทำหน้าที่รักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมโดยการขยายพันธุ์ดอกไม้ให้มีจำนวนมากขึ้นและได้ผลิตน้ำผึ้งซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่พวกเราคุ้นเคยกัน เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ต่างๆจากน้ำผึ้งได้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นตามเทคโนโลยี ที่เจริญก้าวหน้าขึ้น ในปัจจุบัน นอกจากน้ำผึ้งที่บรรจุอยู่ในขวดแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่นำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนประกอบมากมาย ทั้งแบบที่รับประทานได้และรับประทานไม่ได้ ซึ่งเห็นได้ทั่วๆไป เช่น เครื่องดื่มประเภทต่างๆที่ผสมน้ำผึ้ง สบู่ แชมพู ครีมทาผิว ยิ่งไปกว่านั้น การแพทย์แผนโบราณมักจะนำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมในการปรุงยา น้ำผึ้งถูกจัดว่าเป็นตัวยาสมุนไพรสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี สมบูรณ์แข็งแรง อายุยืนยาว เพราะในน้ำผึ้งอุดมไปด้วยสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งภายนอกและภายในนั่นเอง
          น้ำผึ้งเหล่านี้เกิดจากการที่ผึ้งงานเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ไว้ที่กระเพาะของตนเอง แล้วเอนไซม์จากต่อมน้ำลายจะขับออกมาเปลี่ยนให้เป็นน้ำผึ้ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ จะเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนผึ้งบินกลับรัง เมื่อผึ้งกระพือปีกบินจะเกิดพลังงานความร้อนช่วยเร่งการทำงานของเอนไซม์และช่วยเผาผลาญให้ความชื้นในน้ำหวานกลายเป็นน้ำผึ้งเร็วขึ้น เมื่อผึ้งกลับถึงรัง จะคายน้ำหวานนี้ให้กับผึ้งงานที่อยู่ประจำรัง แต่น้ำหวานนี้ยังไม่เป็นน้ำผึ้งที่สมบูรณ์ เพราะยังมีความชื้นหรือน้ำในน้ำหวานอยู่ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ผึ้งงานจะนำน้ำหวานไปเก็บที่หลอดรวงผึ้ง แล้วผึ้งจะช่วยกันกระพือปีก เพื่อให้น้ำหวานระเหยจนมีน้ำเหลือประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ จึงจะได้น้ำผึ้งที่แท้จริง
          จะสังเกตเห็นได้ว่า น้ำผึ้งมีสี กลิ่น รส ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ เนื่องจากความแตกต่างของดอกไม้ที่ผึ้งไปเก็บน้ำหวาน เพราะดอกไม้แต่ละชนิดมีองค์ประกอบโครงสร้างของน้ำตาลที่ไม่เหมือนกัน จึงทำให้ได้น้ำผึ้งที่มีสีเหลืองอ่อนบ้าง สีน้ำตาลอ่อนบ้าง หรือสีน้ำตาลเข้มก็มี ตัวอย่างเช่น น้ำผึ้งที่ได้จากดอกลำไยจะมีสีเข้ม กลิ่นหอม รสหวานกว่าน้ำผึ้งจากดอกลิ้นจี่ ดอกเงาะ สำหรับลักษณะของน้ำผึ้งที่ดีจะมีสีตามธรรมชาติ ตั้งแต่สีเหลืองอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาล ใส ไม่ขุ่นทึบ มีความข้นและหนืดพอสมควร ไม่มีฟอง อีกอย่างหนึ่งน้ำผึ้งที่ดีไม่ควรมีน้ำเกินร้อยละ 21 เพราะถ้ามีน้ำเจือปนมาก จะทำให้จุลินทรีย์เติบโตได้ง่ายและทำลายคุณค่าของน้ำผึ้งได้
          คุณค่าของน้ำผึ้งมีมาก มีน้ำตาลที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด สารแอนติออกซิเดนท์ วิตามินต่างๆ เช่น วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 แร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก เกลือแร่ เป็นต้น กรดอะมิโน กรดกลูโคนิค และสารอื่นๆอีกมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่ง ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง คลายความเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลียจากการทำงานหนักหรือเล่นกีฬา ช่วยปรับสมดุลของร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ชลอความแก่ บรรเทาอาการไอและหวัด ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น ลดกรดในกระเพาะอาหาร บำรุงโลหิต แก้โรคโลหิตจาง แก้ความดันโลหิตสูง ซึ่งสารและแร่ธาตุดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย จากคุณประโยชน์เหล่านี้ ทำให้ผู้คนนิยมนำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนประกอบในการรับประทาน เช่น การผสมน้ำผึ้งในชา กาแฟ นม โยเกิร์ต การใช้น้ำผึ้งทาขนมปัง การผสมน้ำผึ้งในขนมต่างๆ รวมทั้งการใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนผสมในการผลิตยา ในส่วนที่ไม่ใช้รับประทานมักจะเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความสวยงาม เพราะคุณสมบัติตามธรรมชาติของน้ำผึ้ง คือ เป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ช่วยทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ไม่ระคายเคืองผิวหนัง ผู้ผลิตจึงนิยมใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นต่างๆ เช่น ครีมทาหน้า ครีมนวดหน้า ครีมทาผิว แชมพู ครีมนวดผม นอกจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ท่ามกลางอากาศร้อนที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ สารแอนติออกซิเดนท์ในน้ำผึ้งยังช่วยในการปกป้องผิวหนังจากแสงยูวี ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย จึงเหมาะสำหรับเป็นส่วนผสมในสินค้าเพื่อตอบสนองการรักษาผิวพรรณ
          น้ำผึ้งเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งภายนอกและภายในดังกล่าวข้างต้น ปัจจุบันผู้คนคำนึงถึงสุขภาพร่างกายมากขึ้น สินค้าที่ทำจากน้ำผึ้งจึงเป็นที่นิยมมากกว่าสมัยก่อน นอกจากนี้ยังนิยมซื้อเป็นของฝากในเทศกาลต่างๆ ซึ่งสื่อให้เห็นถึงความปรารถนาดีที่ต้องการให้ผู้รับมีสุขภาพที่แข็งแรง ทำให้เกิดความสุขใจทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ

ที่มา
น้ำผึ้ง “อมฤตแห่งน้ำทิพย์”.วันที่ค้นข้อมูล 13 กุมภาพันธ์ 2552, เข้าถึงได้จาก http://www.ku.ac.th/e-magazine/may47/know/bee.html.
เกี่ยวกับน้ำผึ้ง.วันที่ค้นข้อมูล 13 กุมภาพันธ์ 2552,เข้าถึงได้จาก http://www.thailanna.co.th.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000