สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 บรรจุภัณฑ์อาหารในอนาคต
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6379 Posts

Posted - 05 Feb 2010 :  11:07:10  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2553

บรรจุภัณฑ์อาหารในอนาคต
สวามินี ธีระวุฒิ
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.บูรพา

          การเก็บอาหารไว้สำหรับการบริโภคในระยะยาวได้มีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ โดยมนุษย์เริ่มใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบไม้ กะลา หนังสัตว์ และดิน ต่อมาได้วิวัฒนาการมาเป็นภาชนะประเภทเครื่องปั้นดินเผา ถังไม้ เซรามิค แก้ว โลหะ เรื่อยมาจนถึงวัสดุสังเคราะห์หลายหลากชนิด เช่น พลาสติก เนื่องจากกระบวนการผลิตสามารถผลิตได้ครั้งละมากๆ ราคาต้นทุนต่อหน่วยต่ำ และสามารถกันความชื้นได้ แต่อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์มีความหลากหลายมากขึ้น ได้แก่ 1. เป็นภาชนะบรรจุสำหรับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ 2. ถนอมและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อผลิตภัณฑ์ 3. ช่วยให้การนำผลิตภัณฑ์มาใช้ได้อย่างสะดวก 4. เป็นสื่อกลางในการให้ข้อมูลสำคัญแก่ผู้บริโภคและเพื่อการตลาด และ 5. คือบรรจุภัณฑ์ต้องมีรูปแบบและคุณสมบัติเหมาะสมในการผลิตด้วยเครื่องจักร
          ปัจจุบันพัฒนาการของบรรจุภัณฑ์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วสืบเนื่องจากอิทธิพลของความต้องการของมนุษย์ในยุคที่ต้องแข่งขันกับเวลา คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลาที่จะมาปรุงแต่งอาหารหรือพิถีพิถันกับการบริโภค ดังนั้นอาหารจานด่วน อาหารแช่แข็ง จึงเป็นที่นิยมอย่างมาก เพียงนำเข้าเครื่องไมโครเวฟ 1-2 นาที ก็สามารถรับประทานได้ ซึ่งจากค่านิยมดังกล่าวนี้เอง ทำให้อุตสาหกรรมอาหารเติบโตอย่างรวดเร็ว การแข่งขันนอกจากจะขึ้นอยู่กับรสชาติของอาหารแล้วยังขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ด้วย บรรจุภัณฑ์นับว่ามีอิทธิพลอย่างมากในการดึงดูดความสนใจของลูกค้า อย่างไรก็ตามบรรจุภัณฑ์อาหารที่ดีควรสะดวกต่อการใช้งาน ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับผลิตภัณฑ์ มีอายุใช้งานนาน ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์อาหาร ช่วยปรับปรุงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ง่ายต่อการติดฉลาก ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
          จากแนวโน้มดังกล่าวผลักดันให้นักวิทยาศาสตร์พยายามคิดค้นวัสดุใหม่ขึ้นมาทดแทนเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพของบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยมีการพัฒนาฟิล์มห่ออาหารที่เติมสารธรรมชาติที่สามารถป้องกันแบคทีเรีย เช่น ไคโตซาน หรือการพัฒนาฟิล์มห่ออาหารที่สามารถบริโภคได้ เช่น ฟิล์มที่ทำจากโปรตีนไข่ขาวผสมกับไคโตซาน ซึ่งคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันได้ทำการจดลิขสิทธิ์แล้ว เพียงแค่จุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ผัก ผลไม้ลงในสารละลายผสม แล้วปล่อยให้แห้งในอากาศ สารดังกล่าวจะเกิดเป็นฟิล์มบางเคลือบที่ผิวของผลิตภัณฑ์ จากการทดลองพบว่าสารนี้สามารถช่วยป้องกันการสูญเสียของสารอาหารและคงความสดใหม่ของอาหารได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้สารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อปกป้องตัวบรรจุภัณฑ์หรือวัตถุดิบที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์จากจุลินทรีย์ และยังมีส่วนช่วยปกป้องอาหารที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์จากจุลินทรีย์ด้วย สารดังกล่าวส่วนใหญ่สามารถใช้กับอาหารได้ไม่เป็นอันตรายถ้าใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงว่า สารนั้นจะไม่ส่งผลกระทบกับอาหารที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ด้วย ตัวอย่างของการใช้ สารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น การใช้นิซิน ซึ่งเป็นสารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์เป็นองค์ประกอบในโพลิเมอร์ที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารหรือการใช้ในรูปการเคลือบบรรจุภัณฑ์
          การบรรจุแบบวินิจฉัย เป็นรูปแบบหนึ่งของการบรรจุแบบอัจฉริยะที่สามารถพัฒนาต่อไปได้ในเชิงธุรกิจ วัสดุบรรจุแบบวินิจฉัยจะใช้ข้อมูลภายในบรรจุภัณฑ์อาหารซึ่งผู้บริโภคไม่สามารถรับรู้ได้จากภายนอกมาแสดงให้ผู้บริโภครับรู้ถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารภายในโดยผ่านตัวชี้วัด ซึ่งวัสดุบรรจุนี้สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภค เช่น ความสะดวก ความปลอดภัยอาหารและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างของวัสดุบรรจุแบบวินิจฉัย ได้แก่ ตัวชี้วัดเวลาและอุณหภูมิ ตัวชี้วัดก๊าซ ตัวชี้วัดชีวภาพ ตัวชี้วัดความพร้อมในการบริโภค ตัวชี้วัดการสุกของผลไม้ และตัวชี้วัดการเน่าเสียของอาหาร เป็นต้น หลักการทำงาน คือ ตัวชี้วัดจะอาศัยข้อมูลภายในบรรจุภัณฑ์ เช่น สารเมตาบอไลท์ ได้แก่ ก๊าซชนิดต่างๆ (คาร์บอน ไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แอมโมเนีย) กรดอินทรีย์ แอลกอฮอล์ หรือเอมีน เป็นต้น ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในอาหาร ตัวอย่างตัวชี้วัดการเน่าเสียของอาหารทางการค้า เช่น สารประกอบเชิงซ้อนกลุ่มโครโมฟอร์หรือกลุ่มแพลทตินัมเมทัลฟลูออโรฟอร์ ใส่เข้าไปในแถบตัวชี้วัด เมื่อมีก๊าซที่เกิดจากการเน่าเสียของอาหารที่ประกอบด้วยธาตุกำมะถันหรือไนโตรเจน สารประกอบดังกล่าวจะเปลี่ยนสี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ผันกลับ ตัวชี้วัดการเน่าเสียของอาหารสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปขั้นต่ำ อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์สด จำพวกเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ อาหารทะเล ขนมอบ ผักและผลไม้ตัดแต่ง เป็นต้น ซึ่งตัวชี้วัดการเน่าเสียของอาหารนี้เองจะเป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริโภคเพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรจะซื้อบริโภคหรือไม่ และสำหรับผู้ผลิตสามารถใช้ในการควบคุมคุณภาพหลังการผลิต และระหว่างการจำหน่ายได้
          นอกจากการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคแล้ว ยังต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบและมาตรฐาน โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันทุกประเทศต่างให้ความสำคัญ และประกาศเป็นข้อกำหนดสำหรับบรรจุภัณฑ์ด้วย เช่น บรรจุภัณฑ์ต้องประกอบขึ้นจากวัสดุที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย เหมาะแก่การใช้ซ้ำและการรีไซเคิล การเผาคืน พลังงาน หรือการหมักเป็นปุ๋ย และเมื่อบรรจุภัณฑ์ถูกนำมาทิ้ง บรรจุภัณฑ์นั้นควรมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด รวมถึงการกำหนดให้ทำเครื่องหมายระบุชนิดของวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยใน การจัดเก็บ คัดแยก ใช้ซ้ำ และการรีไซเคิลขยะบรรจุภัณฑ์ ใหสะดวกขึ้นด้วย

เอกสารอ้างอิง
โครงการวิจัยการพัฒนาวิธีการวิเคราะห์เพื่อประเมินการปนเปื้อนจากบรรจุภัณฑ์อาหาร. 2552. ความสำคัญและวิวัฒนาการของบรรจุภัณฑ์อาหาร. สืบค้นจาก http://pack.cutip.net/foodcon/gen.php (วันที่ค้นข้อมูล 20 มิถุนายน 2552)
ตัวชี้วัดการเน่าเสียของอาหาร : ประเด็นความปลอดภัยอาหาร. 2006. Food Focus Thailand 1(1): P 24 – 26.
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. 2552. วัตถุเจือปนในบรรจุภัณฑ์อาหาร. สืบค้นจาก http://www.tistr-foodprocess.net/download/article/additive_th.htm (วันที่ค้นข้อมูล 20 มิถุนายน 2552)

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000