สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 กินแล้วสวย แนวทางส่งเสริมการขายแบบใหม่
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 05 Feb 2010 :  11:11:24  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2553

กินแล้วสวย แนวทางส่งเสริมการขายแบบใหม่
สวามินี ธีระวุฒิ
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.บูรพา

          ก่อนหน้านี้คำว่าอาหารเพื่อสุขภาพได้ถูกนำไปใช้โฆษณาเพื่อทำการตลาด เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคที่พิถีพิถันในการเลือกซื้ออาหาร ทำให้อาหารและเครื่องดื่มหลายชนิดขายดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น ชาเขียว และงาดำ แต่มาวันนี้นักการตลาดได้สร้างนิยามของอาหารรูปแบบใหม่ขึ้นมากระตุ้นความต้องการในตลาด เรียกว่า “อาหารเพื่อความงาม” ซึ่งความเคลื่อนไหวของอาหารเพื่อความงามในตลาดโลกกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ค่านิยมของผู้บริโภคในตอนนี้ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารจากเคยให้ความใส่ใจเฉพาะอาหารที่บำรุงสุขภาพ หันมาแสวงหาอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างความงามจากภายในมากขึ้น ผู้บริโภคยุคปัจจุบันยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงอาหารที่บริโภคประจำวันทันที หากมีข้อมูลที่ทำให้ความเชื่อเดิมที่เคยมีเปลี่ยนไป เช่น ทำให้สวยขึ้นทันตาเห็น ผ่านผิวหน้าที่แดงเรื่อ หรือริ้วรอยหมองคล้ำที่ลดลง กลุ่มอาหารที่ถูกกระตุ้นอย่างหนักเพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อและหันมาบริโภคเพื่อความงาม 5 กลุ่มได้แก่
          - กลุ่มที่ 1 อาหารที่นำแครอท น้ำส้ม มะม่วง รวมทั้งผลไม้และผักสีจัดจ้านทั้งหลายมาเป็นส่วนผสม เพราะสีสันที่จัดจ้านนั้นจะมีส่วนผสมต่างๆ รวมทั้งเบต้าแคโรทีนที่มีผลต่อต้านการเ**่ยวย่นและริ้วรอยซึ่งเป็นผลดีต่อผิวพรรณอย่างมาก ในแครอท นอกจากจะมีเบต้าแคโรทีน ที่มีอำนาจต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดีและช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกายแล้ว ยังช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ลดการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนังและเส้นผมให้มีสุขภาพดี มีวิตามินเอสูง ช่วยลดการเสื่อมของตา มีสารต่างๆ ที่เป็นทั้งเกลือแร่และวิตามินอีกมากมาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ บี1 บี2 และซี ในมะม่วงและส้ม มีทั้งวิตามินซีและเบตาแคโรทีนสูง วิตามินซี นอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นกาวช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ไม่เ**่ยวย่น แถมยังทำให้ผิวหนังสะสมโปรตีนที่ชื่อว่าอิลาสตินทำให้ผิวหนังยืดหยุ่นได้ดีขึ้น อีกทั้งวิตามินซียังช่วยสร้างสื่อประสาทที่ชื่อว่า นอร์อะดีนาลีน ซึ่งควบคุมการไหลเวียนของโลหิต และสารซีโรโทนินซึ่งช่วยให้นอนหลับด้วย
          - กลุ่มที่ 2 อาหารที่มีส่วนผสมของถั่วและเมล็ดพืช เช่น วอลนัท อัลมอนต์และถั่วลิสง ที่ล้วนแต่มีโปรตีนและวิตามินบี อี และโอเมก้า-3 ที่มีในปลา ส่วนผสมเหล่านี้มีความสำคัญในการเสริมสร้างเซลล์ที่สึกหรอและเ**่ยวย่น เนื่องจากผนังของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีไขมันที่ไม่อิ่มตัวเป็นโครงสร้างหลัก โครงสร้างที่ว่านี้จะถูกทำลายได้ง่ายหากสัมผัสกับสารอนุมูลอิสระ วิตามินอีเป็นสารต้านการเกิดอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ จึงป้องกันการทำลายเซลล์ หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องการเสื่อมสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ที่บุอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา ตับ หลอดเลือดและเม็ดเลือดแดง ทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคงทนมากขึ้นด้วย ในส่วนของโอเมก้า-3 นั้นสามารถบรรเทาอาการความดันโลหิตสูง รักษาระดับคอเลสเตอรอลให้ต่ำ ช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ช่วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะให้เต้นสม่ำเสมอขึ้น
          - กลุ่มที่ 3 อาหารที่มีส่วนผสมของโยเกิร์ตที่เป็นอาหารที่มีแบคทีเรียที่ช่วยเร่งระบบการย่อยอาหารซึ่งช่วยฟื้นฟูการทำงานของลำไส้ ลดการสะสมของแก๊สในกระเพาะทำให้ท้องไม่อืดและร่างกายดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น นอกจากนั้นแคลเซียมที่มีในโยเกิรต์ยังส่งผลต่อฮอร์โมนที่เกี่ยวกับระบบการเผาผลาญไขมัน อีกทั้งในโยเกิร์ตยังมีธาตุเหล็กที่เป็นประโยชน์ต่อการขจัดรอยหมองล้ำบนใบหน้าได้อย่างดี เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน ซึ่งอยู่ในไมโอโกลบินของเม็ดเลือดแดงที่ส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ ธาตุเหล็กยังเป็นส่วนหนึ่งของเอนไซม์และสารประกอบในภูมิคุ้มกัน และป้องกันการเป็นโรคโลหิตจางได้ด้วย
          - กลุ่มที่ 4 อาหารที่ปรุงจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ที่ถูกนำมาประชาสัมพันธ์ว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อความงามและไม่ก่อให้เกิดไขมันเลว ที่ทำลายสุขภาพและรูปร่าง เพราะผู้บริโภคไม่ต้องเผชิญหน้ากับน้ำมันที่ผ่านการกลั่น ซึ่งยังไม่ดีพอต่อความงาม เทียบกับน้ำมันมะกอกที่ใช้วิธีการบีบเย็นในการผลิต อีกทั้ง ในน้ำมันมะกอกยังประกอบด้วยวิตามินเอ และอี ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยต่างๆ ได้
          - กลุ่มที่ 5 ลงท้ายด้วยเบอรี่ทั้งหลายอย่างสตอเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เป็นกลุ่มที่มีส่วนผสมทางเคมีที่ลงตัว อย่างสตรอเบอร์รีที่อุดมด้วยวิตามินซี และธาตุเหล็ก มีคุณประโยชน์ต่อระบบเลือดและหัวใจ ช่วยลดปริมาณโคเลเตอรอล ช่วยการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และอุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานินที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ส่วนบลูเบอร์รี มีสารไฟโทเคมิคอลฟลาโวนอยต์ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง ต้านการอับเสบและการติดเชื้อจากบาดแผล รวมทั้งยังช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือด ช่วยการไหลเวียนของโลหิตในดวงตา ชะลอการเกิดริ้วรอย และลดอัตราการเกิดของเซลล์มะเร็ง
          จากตัวอย่างกลุ่มอาหารที่นักการตลาดนำมาใช้ในการโปรโมตสินค้านั้น แท้ที่จริงแล้วมาจากพื้นฐานของทฤษฎีที่ว่าความงามที่สะท้อนออกมาภายนอกมาจากผลของการที่ผู้คนกินอาหารเข้าไปมากกว่าการประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางจากภายนอก สำหรับในประเทศไทยเมื่อกระแสนี้เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ในปัจจุบันมีอาหารอีกหลายชนิด เช่น สินค้าในกลุ่มอาหารเสริม นม โยเกิร์ต น้ำผลไม้และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ต่างเริ่มนำแนวคิดสวยจากภายในมาใช้เป็นตัวสร้างจุดขายให้กับสินค้าของตน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเสริมอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนูมูลอิสระแล้ว ยังควรต้องหลบเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่สร้างปัญหาเรื่องอนุมูลอิสระด้วย ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดจ้า ฝุ่นผงหรือมลพิษในอากาศ และออกอำลังกายเป็นประจำหากทำได้อย่างที่แนะนำ ท่านผู้ฟังก็จะสามารถเพิ่มความสวยทั้งผิวพรรณ ผม เล็บ รวมทั้งดวงตาที่แข็งแรงไม่เป็นปัญหาและสุขภาพที่แข็งแรงได้อย่างแน่นอนค่ะ

เอกสารอ้างอิง
กินแล้วสวย จุดขายใหม่ในตลาดผลิตภัณฑ์อาหาร. 2548. ผู้จัดการรายสัปดาห์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 965 วันที่ 30 พฤษภาคม –วันที่ 5 มิถุนายน 2548
ความมหัศจรรย์ของแคลเซียม. 2550. สืบค้นจาก http://gotoknow.org/blog/healthyforyou/21266 (วันที่ค้นข้อมูล 30 มิถุนายน 2552)
บริษัทซีพีเมจิจำกัด. 2008. มิกซ์เบอร์รี สุดยอดผลไม้ตระฉันลเบอร์รี. สืบค้นจากhttp://www.cpmeiji.com/articlemodule/tabid/62/articleType/ArticleView/articleId/9/-.aspx (วันที่ค้นข้อมูล 30 มิถุนายน 2552)
บริษัท แอ็คเซส บิสเนซ กรุ๊ป จำกัด. 2552. สารอาหาร. สืบค้นจาก http://www.nutrilite.com/th-th/Nature/Nutrients/omega-fatty-acids.aspx? (วันที่ค้นข้อมูล 30 มิถุนายน 2552)
เรณู โคตรจรัส. 2552. วิตามินอี. สืบค้นจาก http://www.doctor.or.th/node/5912 (วันที่ค้นข้อมูล 30 มิถุนายน 2552)

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000