สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 เพลงกล่อมเด็ก : หลากอารมณ์หลายความรู้สึก (ตอนที่1)
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 17 May 2010 :  16:49:32  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2553

เพลงกล่อมเด็ก : หลากอารมณ์หลายความรู้สึก (ตอนที่ 1)
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริวรรณ วงษ์ทัต
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง วันนี้จะขอนำเสนอเกี่ยวกับเพลงกล่อมเด็กซึ่งมีในทุกชาติ ทุกภาษา และมีมาแต่โบราณ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของเพลงชนิดนี้ที่มาของเพลงกล่อมเด็กยังไม่อาจสันนิษฐานได้อย่างแน่นอนว่าเกิดจากสาเหตุใด ผู้รู้บางท่านกล่าวว่าเกิดจากการที่แม่ร้องเอื้อนเสียงอยู่ในลำคอ เสียงโอ โอ่ อือ อา อา เป็นทำนองแล้วต่อมาแปรเป็นเนื้อร้องกลายเป็นเพลงกล่อมเด็ก ใช้กล่อมกันเรื่อยมา แต่บางท่านกล่าวว่าเกิดจากการเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอน แต่การเล่านิทานผู้เล่าต้องหาเรื่องมาเปลี่ยนไปหลายเรื่อง เป็นภาระแก่ผู้เล่า จึงมีการคิดแก้ปัญหาโดยเอาทำนองเพลงแทรกเข้าไปด้วยเพื่อความไพเราะ และสร้างบรรยากาศให้เกิดความสงบวังเวง เพื่อช่วยให้เด็กหลับง่ายยิ่งขึ้น เมื่อการใช้ทำนองเพลงนิยมกันจึงเกิดเป็นเพลงกล่อมเด็กขึ้น ซึ่งท่วงทำนองเพลงแตกต่างกันไปในแต่ละชาติ แต่ละภาษา
          เพลงกล่อมเด็กคือ เพลงที่ใช้ร้องเห่กล่อมเพื่อให้เด็กได้รับความเพลิดเพลินและนอนหลับ เป็นเพลงที่มีแบบแผนไม่แน่นอน สืบทอดกันมาด้วยการจดจำ เพลงกล่อมเด็กมีลักษณะที่ทำให้เด็กนอนด้วยกลวิธี 4 วิธีคือ วิธีแรกคือ การปลอบ คือการชักชวนให้นอนด้วยคำอ่อนหวาน อาจมีการสร้างภาพพจน์เปรียบเทียบอย่างเกินสภาวะที่เป็นจริง วิธีที่ 2 การขู่ คือการนำสิ่งที่น่ากลัวมาขู่ให้เกิดความกลัว จะได้หลับโดยเร็ว เช่น นำสัตว์ต่าง ๆ มาขู่ อาทิ ตุ๊กแก จระเข้ แมว หมี เป็นต้น วิธีที่ 3 คือการให้สินบน คือการนำสิ่งที่เด็กสนใจหรือที่ผู้ใหญ่คิดว่ามีความสำคัญต่อเด็กมาล่อ ให้สนใจ หรือนำมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับการนอนหลับ เช่น การพาไปเที่ยว การให้ไปเล่น การให้ขนม เป็นต้น วิธีสุดท้าย คือการขอ คือการกล่าวขอบางอย่างให้แก่เด็ก เช่น เพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการขอสิ่งต่าง ๆ จากพระจันทร์มาให้เด็ก เป็นต้น
          เนื้อหาของเพลงกล่อมเด็ก เราจะเห็นว่าก่อให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึกที่หลากหลายแก่ผู้ร้อง ผู้ฟัง ที่เด่นชัดที่สุดคือ ความรัก ความผูกพัน ความห่วงใย ความอาทรของแม่ที่มีต่อลูก ซึ่งอารมณ์ ความรู้สึกนี้แสดงออกทั้งการกระทำของแม่ที่ปฏิบัติต่อลูก ด้วยการอุ้มลูกแนบอก ร้องเห่กล่อมจนลูกหลับ หรืออุ้มลูกใส่เปล ไกวช้า ๆ พร้อมร้องเห่กล่อมจนกระทั่งลูกหลับ เนื้อร้องของเพลง ถ้อยคำต่าง ๆ ที่ปรากฏในเพลงสื่อให้เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น คำที่แม่ใช้เรียกลูก อาทิ เจ้าทองดี เจ้าเนื้อละมุน เจ้าเนื้ออ่อน เจ้าสายสวาท เจ้าเนื้อละเอียด เจ้าสุดสงวน เจ้าเนื้อเย็น เป็นต้น ดังตัวอย่างเพลงกล่อมเด็กภาคกลาง เพลงเจ้าสุดสงวน
                    เจ้าสุดสงวนเอย เพื่อนเล่นเขามาชวนเจ้าอย่าไป
                    แดดร้อนขวัญอ่อนจะนอนไข้ สายใจแม่คนเดียวเอย
เพลงเจ้าเนื้ออ่อน
                    เจ้าเนื้ออ่อนเอย อ้อนแม่จะกินนม
                    แม่อุ้มเจ้าออกชม กินนมแล้วนอนเปลเอย
          อารมณ์ ความรู้สึกจากเพลงกล่อมเด็ก บางเพลงมิได้เกี่ยวข้องกับผู้ร้อง หรือเด็กเลย เช่น เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักของชายหนุ่ม หญิงสาว เนื้อหาของเพลงให้ความรู้สึกถึงความโศกเศร้า ความรันทด ความทุกข์ ความขมขื่นจากความรักที่ผิดหวัง หรือที่เรียกว่าอกหักนั่นเอง เช่น เพลงกล่อมเด็กภาคใต้ที่มีเนื้อร้องว่า
                    โอละเห่ นาฬิเกต้นดก
                    ปลูกไว้แถมพก หนุ่มน้อยจะมีเมีย
                    แค้นใจด้วยกระรอก มากัดดอกมะพร้าวเสีย
                    เจ้าก็ชวดจะมีเมีย ว่าจะกินยาตาย
                    กินข้าวเหนียวนึ่ง กินน้ำผึ้งกับนมควาย
                    กินเสียให้ตาย แสนเสียดายพ่อนา
          แต่มีบางเพลงที่ให้อารมณ์ ความรู้สึกในห้วงรักหวานฉ่ำ เป็นสุข ร่าเริง สดใส เพลงประเภทนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเกี้ยวพาราสี การชมความงามของหญิงที่หนุ่มหลงรักหมายปอง เช่น เพลงโนเน กล่าวถึงชายหนุ่มพูดจาเกี้ยวสาวที่ตนรัก
                    โนเนเอยโนนาด สีชมพูปูลาด
                    จะพาดไว้ต้นอะไรดี สีชมพูปูลาด
                    พาดไว้ที่ต้นจำปี ผัวไม่รักไม่ใคร่
                    ก็มาเสียกับพี่ โอ้เจ้าโนเนเอย
          เพลงกล่อมเด็กยังให้อารมณ์ ความรู้สึกที่หลากหลายนอกเหนือจากที่กล่าวมา แต่ด้วยความจำกัดของเวลา จึงจะขอกล่าวในตอนต่อไป

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000