สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดีมีสุข
 การดูแลผู้สูงอายุโรคพาร์กินสัน (ตอนที่ 6)
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4491 Posts

Posted - 25 May 2010 :  17:05:13  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2553

การดูแลผู้สูงอายุโรคพาร์กินสัน (ตอนที่ 6)
นางสาวสมจิตร์ วงศ์บรรเจิดแสง
ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิยาลัยบูรพา

          จากตอนที่ 5 ได้กล่าวถึงการดูแลผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวบกพร่องไปแล้ว ต่อไปเรามาทราบถึงการดูแลผู้ป่วยในปัญหาอื่นๆ กันต่อ ดังต่อไปนี้
          1. ผู้ป่วยมีการสื่อสารบกพร่องเนื่องจากอาการสั่นหรือหดเกร็งของกล้ามเนื้อริมฝีปากหรือลิ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยพูดไม่ชัด ออกเสียงลำบาก พูดเสียงดังอยู่ในลำคอ เสียงโทนเดียวตลอด พูดช้าๆ ซ้ำๆ สั่นๆไม่เป็นคำพูด
          การดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยการสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยประเมินความสามารถในการสื่อสารและความเข้าใจในภาษาพูด ประเมินความสามารถในการเขียน ความเข้าใจในภาษาเขียนหรือรูปภาพและให้การดูแลผู้ป่วย เพื่อปรับปรุงการสื่อสารกับผู้ป่วย ดังนี้
                    1.1 สบตาผู้ป่วยขณะสื่อสาร ตั้งใจฟังและพูดช้าๆชัดเจน หลีกเลี่ยงการตะโกนเสียงดังยกเว้นผู้ป่วยมีอาการหูตึง และให้เวลากับผู้ป่วยขณะพูดคุยไม่ควรเร่งรีบ
                    1.2 ส่งเสริมให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวใบหน้าและลิ้นเพื่อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและกระตุ้นให้ผู้ป่วยอ่านออกเสียงดังเพื่อช่วยในการพูด
                    1.3 ให้อุปกรณ์อื่นๆที่อาจช่วยในการสื่อสารกับผู้ป่วย
                    1.4 ปรึกษานักอรรถบำบัด กรณีที่มีปัญหาในการสื่อสารมากๆ หรือมีปัญหาในการกลืน
          2. ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และสำลักอาหาร เนื่องจากกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการเคี้ยวและการกลืนอ่อนแรง สั่นหรือหดเกร็ง ผู้ดูแลควรประเมินระดับความยากลำบากในการกลื่น ทั้งของเหลว ของแข็งและยา ประเมินภาวะโภชนาการ ชั่งน้ำหนัก 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และสังเกต ปริมาณน้ำเข้าและออกจากร่างกาย
          การดูแลเพื่อป้องกันการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และสำลักอาหาร เมื่อผู้ป่วยมีปัญหาการรับประทานอาหาร ควรดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยให้การรับประทานอาหารได้อย่างสะดวกและอย่างมีประสิทธิภาพ
                    2.1 จัดให้นั่งขณะรับประทานอาหารและน้ำ ส่วนในรายที่นั่งไม่ได้ควรจัดท่าศีรษะสูงกึ่งนั่ง
                    2.2 ให้เวลาผู้ป่วยขณะรับประทานอาหารไม่เร่งรีบ เนื่องจากมักจะเคลื่อนไหวแขนช้าๆ การจับช้อนส้อมไม่ถนัด อาจทำให้การตัดอาหารเข้าปากหกเลอะเทอะได้ และควรให้อาหารที่มีแคลอรี่สูงๆมากกว่าปริมาณมากในระหว่างมื้อเพื่อให้ได้จำนวนแคลอรีเพิ่มขึ้น
                    2.3 ดูแลให้รับประทานอาหารข้นๆ หลีกเลี่ยงให้รับประทานอาหารชิ้นใหญ่ เพราะผู้ป่วยมีปัญหาในการฉีกอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ และหลีกเลี่ยงอาหารเหลวหรือเป็นน้ำ เนื่องจากผู้ป่วยมีปัญหาในการกลืนอาจมีการไอเกิดการสำลักได้ง่าย

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000