สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
 คุณค่าทางสมุนไพรของกล้วยไม้บางชนิด ตอนที่ 1
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 15 Sep 2010 :  15:50:33  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2553
คุณค่าทางสมุนไพรของกล้วยไม้บางชนิด ตอนที่ 1
ธัญญลักษณ์ เหล็กพิมาย
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

          เดี๋ยวนี้เวลาไปบ้านไหนเราก็มักเห็นดอกกล้วยไม้ชูช่อสวยงามอยู่หน้าบ้านแทบจะทุกบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะกล้วยไม้ถือเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม มีหลากหลายสายพันธุ์ ปลูกเลี้ยงง่าย และยังเป็นไม่ส่งออกที่สำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศปีละมหาศาลอีกด้วย อีกทั้งกล้วยไม้ส่วนใหญ่ไม่เพียงมีประโยชน์ในแง่ของความสวยงามเท่านั้น แต่ก็ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นด้วย เช่น ชาวจีนนิยมนำกล้วยไม้สกุลเอื้องลำต่อ ( Pholidota) มาทำอาหารและรักษาอาการหอบหืด ส่วนชาวอินเดียนำสกุลกะเรกะร่อน (Cymbidium) มาปรุงอาหาร ขณะที่ชาวอีสานของไทยนิยมรับประทานเอื้องแปรงสีฟัน (Dendrobium secumdum Lindl.) และเอื้องครั่งแสด (Dendrobium unicum Scienf.) เป็นผักเคียงน้ำพริก ไม่เพียงเป็นอาหารเท่านั้นกล้วยไม้บางสกุลยังมีสรรพคุณเป็นยาด้วย ดังตัวอย่างที่จะพูดถึงในวันนี้ค่ะ
          ชนิดแรกคือ “ว่านเพชรหึง” หรือที่ชาวปักษ์ใต้รู้จักกันในชื่อ "ว่านหางช้าง" เป็นกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นกล้วยไม้ป่าชนิดหนึ่งที่พบมากในประเทศไทย แต่เดิมมีราคาแพงมาก เพราะขยายพันธุ์ได้ยาก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ชาวบ้านบางติบ อ.คุระบุรี จ.พังงา สามารถค้นพบวิธีเพาะขยายพันธุ์ว่านเพชรหึงได้ผลดี ทำให้มีราคาถูกลงมาก เหลือราวต้นละ 500 บาทแล้วค่ะ สำหรับสรรคุณทางสมุนไพรของกล้วยไม้ชนิดนี้ได้แก่ ใบ โดยนำเอาใบมา 3 ใบ แล้วปรุงเป็นยาต้ม ใช้เป็นยาระบายอุจจาระและรักษาระดูพิการของผู้หญิงได้ดี ส่วนเหง้า ให้ใช้เหง้าแห้งประมาณ 5-10 กรัม นำไปต้มหรือบดเป็นผงกิน หรือใช้สด โดยการตำคั้นเอาแต่น้ำกิน ใช้สำหรับภายนอก โดยการนำไปบดให้เป็นผงเป่าคอ หรือใช้ผสมทา เหง้าจะมีรสขม และเย็นจัด แต่มีพิษ ใช้เป็นยารักษาอาการต่าง ๆ ดังนี้คือ
          1. รักษาโรคคางทูม โดยใช้เหง้าสดประมาณ 10-15 กรัม นำไปต้มกินหลังอาการวันละ 2 เวลา
          2. รักษาอาการท้องมาน โดยใช้เหง้าสด นำมาคั้นเอาแต่น้ำกินบ่อย ๆ
          3. รักษาอาการเจ็บคอ โดยใช้เหง้าสดประมาณ 15 กรัม ผสมกับน้ำส้มสายชู ตำคั้นเอาน้ำ ชุบสำลีอม กลืนแต่น้ำช้าๆ
          4. รักษาฝีที่เต้านมบวมมีหนองในระยะเริ่มแรก ให้ใช้เหง้าแห้ง 1 เหง้า รากดอกไม้จีนแห้งประมาณ 10 กรัม นำมารวมกันบดให้เป็นผง แล้วผสมน้ำผึ้งกิน
          5.รักษาฝีประคำร้อย ให้ใช้เหง้าแห้งเหลี่ยงเคี้ยว แห่โกวเช่าแห้ง อย่างละเท่า ๆ กัน นำไปบดเป็นผง ผสมทำเป็นยาเม็ด กินครั้งละ 6 กรัม หลังอาหาร
          6. รักษาอาการผื่นคันมีน้ำเหลืองที่ขา ใช้เหง้าแห้ง ใส่น้ำแล้วต้มให้เดือดผสมเกลือแกงเล็กน้อย แล้วทาตามบริเวณที่เป็น ทาวันละ 2 เวลาเช้า-เย็น
          นอกจากว่านเพชรหึงที่ให้สรรพคุณทางยามากมายดังกล่าวแล้ว ยังมีกล้วยไม้อีกหลายชนิดด้วยกันที่มีคุณค่าทางสมุนไพร แต่จะขอนำเสนอต่อในคราวหน้านะคะ


แหล่งอ้างอิง
“กะเร่กะร่อน”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.takhli.ac.th/thumpet/herbal_29.html (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“กล้วยไม้ที่เป็นยารักษาโรค”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.muangsiri.com/relax/data/1056.html (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“กล้วยไม้เอื้องสายสี่ดอก”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaiagro.com/index_library_detail.php?show=
803 (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“จากว่านเพชรหึง...เป็นว่านหางช้าง (กล้วยไม้..ที่ใหญ่ที่สุดในโลก)”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.
kroobannok.com/blog/13986 (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“จุหลัน CYMBIDIUM ENSIFO LIUM - กับสรรพคุณทางสมุนไพร”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.
tjorchid.com/ (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“เพชรหึง กล้วยไม้ยักษ์ที่คนไทยเรียกว่าว่าน”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.doctor.or.th/node/7882 (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“ชาวบ้านบางติบ ค้นพบวิธีเพาะ “ว่านหางช้าง” กล้วยไม้หายาก ต้นละ 500 บาท”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=8997159C1F6327BBDE4280D5CC186A08&query=ocXpx8LkwengvqrDy9an (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
““มหัศจรรย์พรรณพฤกษ์ ตอน เสน่ห์กล้วยไม้” คุณค่าจากกล้วยไม้”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.
tkpark.or.th/tk/index.php?option=com_content&view=article&id=428&Itemid=162#9001;=th (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“เอื้องสายสี่ดอก สมุนไพรแก้หืดหอบ”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.tjorchid.com/flower/ (วันที่ค้น
ข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000