สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
 คุณค่าทางสมุนไพรของกล้วยไม้บางชนิด ตอนที่ 2
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6379 Posts

Posted - 15 Sep 2010 :  15:55:56  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2553

คุณค่าทางสมุนไพรของกล้วยไม้บางชนิด ตอนที่ 2
ธัญญลักษณ์ เหล็กพิมาย
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

          เมื่อคราวที่แล้วได้กล่าวถึงสรรพคุณทางสมุนไพรของว่านเพชรหึงหรือว่านหางช้างไปแล้ว ซึ่งไม่เพียงจะมีดอกที่สวยงามและเป็นไม้มงคลที่หายากเท่านั้น ยังสามารถนำส่วนของใบและเหง้าไปใช้รักษาอาการต่าง ๆ ได้มากมาย และนอกจากว่านเพชรหึงแล้วก็ยังมีกล้วยไม้อีกหลายชนิดที่ไม่เพียงมีดอกที่สวยงามแปลกตาให้เชยชมเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางสมุนไพรด้วยเช่นกัน ได้แก่
          เอื้องสายสี่ดอก เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยชนิดหนึ่งที่มีการเจริญทางด้านข้าง มีสรรพคุณทางสมุนไพร ใช้ลำต้นครั้งละ 1 ต้น ตัดเป็นท่อน สั้นๆ ต้มกับน้ำจนเดือด ดื่มแทนน้ำชาทั้งวัน เป็นยาแก้หืดหอบได้ดี
เอื้องพวงองุ่น กล้วยไม้หายากพันธุ์หนึ่ง เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยจำพวกมีการเจริญทางยอด ถือเป็นหนึ่งในเหล่าสมุนไพรที่มีสรรพคุณใช้รักษาโรคได้ด้วย โดยมีวิธีง่ายๆ คือ ใช้ทั้งต้น ตัดแค่โคนต้นจากเหง้า จำนวน 2-3 ต้น ต้มน้ำเดือด แล้วดื่มขณะยังอุ่นแทนน้ำ จะช่วยบำรุงโลหิต ให้ดีขึ้น และ ถ้าทำกินเป็นประจำหรือกินไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้โลหิตกลับสู่ภาวะปกติได้ แต่หากใครต้มดื่มแล้วไม่ถูกทางยาสามารถหยุดได้ไม่เป็นอันตรายใด ๆ
          จุหลัน เป็นซิมบิเดียมที่สวยงามและเป็นกล้วยไม้ 1 ใน 3 ชนิดแรกที่ถูกนำไปปรับปรุงพันธุ์ และนับย้อนหลังไปประมาณ 2,500 ปีในประเทศจีนนั้นชนชาติจีนเชื่อว่าเป็นไม้มงคล "หญิงใดที่มีลูกยากเมื่อดอมดมดอกจุหลันแล้วจะสมปรารถณา" และเป็นกล้วยไม้สำหรับคนชั้นสูง ในลัทธิขงจื้อได้ก็เปรียบความหอมของจุหลันเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงาม คุณธรรมและจริยธรรมด้วย แต่ปัจจุบันเป็นกล้วยไม้ดินปลูกง่าย หาง่าย มีผู้ขยายพันธุ์ออกวางขายทั้งชนิดที่เป็นเหง้า หัว และเป็นต้น ราคาไม่แพงนัก ซึ่ง “จุหลัน” นอกจากจะมีดอกสวยงาม มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรใช้รักษา “โรคไตพิการ” ได้อีกด้วย โดยในตำรายาพื้นบ้านภาคอีสานระบุว่า ใช้ “ราก” ของ “จุหลัน” จำนวนมากหรือน้อยตามแต่จะหาได้ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำไปต้มกับน้ำจนเดือด ดื่มขณะอุ่นวันละ 3 เวลา ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ยาจืดเมื่อไหร่ เปลี่ยนยาใหม่ ต้มดื่มไปเรื่อย ๆ จะช่วยทำให้ อาการ “โรคไตพิการ” ดีขึ้น
          กะเร่กะร่อน เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยเช่นกัน มีสรรพคุณช่วยแก้อาการแก้หูน้ำหนวกได้ โดยใช้ใบลนไฟให้นิ่ม แล้วบีบเอาน้ำหยอดหู จะช่วยบรรเทาอาการหูน้ำหนวกค่ะ
          เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกล้วยไม้ที่ไม่เพียงจะมีดอกที่สีสันสวยงามแปลกตาให้เราได้เชยชมเท่านั้นแต่ยังมีคุณค่าทางสมุนไพรซึ่งใช้บรรเทาอาการเจ็บไข้บางอย่างได้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากท่านอยากจะลองนำส่วนต่าง ๆ ของกล้วยไม้ไปใช้ประโยชน์ในการรักษาอาการเจ็บป่วยของท่านบ้าง ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งว่ากล้วยไม้แต่ละชนิดที่กล่าวไปนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้าง และต้องแน่ใจว่ากล้วยไม้ที่ท่านมีนั้นเป็นชนิดเดียวกันจริง ๆ เพราะกล้วยไม้หลายชนิดมีการนำไปผสมเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ จึงอาจมีลักษณะคล้ายคลึงกับกล้วยไม้ชนิดที่กล่าวมา ซึ่งจะทำให้ท่านเลือกใช้ผิดชนิดได้ จึงขอให้สอบถามผู้รู้ให้แน่ใจก่อนเป็นดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็อย่าเสี่ยงเลยดีกว่านะคะ เพราะอาจเป็นอันตรายได้ แต่สำหรับเซียนกล้วยไม้ทั้งหลายหรือผู้ที่ชื่นชอบกล้วยไม้แล้ว คงมีน้อยคนที่จะนำไปใช้เป็นสมุนไพร เพราะคงจะเสียดายมากกว่า ปลูกเก็บไว้เชยชมความงามของดอกก็เพียงพอแล้วค่ะ


แหล่งอ้างอิง

“กะเร่กะร่อน”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.takhli.ac.th/thumpet/herbal_29.html (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“กล้วยไม้ที่เป็นยารักษาโรค”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.muangsiri.com/relax/data/1056.html (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“กล้วยไม้เอื้องสายสี่ดอก”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaiagro.com/index_library_detail.php?show=803 (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“จากว่านเพชรหึง...เป็นว่านหางช้าง (กล้วยไม้..ที่ใหญ่ที่สุดในโลก)”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.kroobannok.com/blog/13986 (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“จุหลัน CYMBIDIUM ENSIFO LIUM - กับสรรพคุณทางสมุนไพร”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.tjorchid.com/ (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“เพชรหึง กล้วยไม้ยักษ์ที่คนไทยเรียกว่าว่าน”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.doctor.or.th/node/7882 (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“ชาวบ้านบางติบ ค้นพบวิธีเพาะ “ว่านหางช้าง” กล้วยไม้หายาก ต้นละ 500 บาท”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=8997159C1F6327BBDE4280D5CC186A08&query=ocXpx8LkwengvqrDy9an (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
““มหัศจรรย์พรรณพฤกษ์ ตอน เสน่ห์กล้วยไม้” คุณค่าจากกล้วยไม้”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.tkpark.or.th/tk/index.php?option=com_content&view=article&id=428&Itemid=162#9001;=th (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).
“เอื้องสายสี่ดอก สมุนไพรแก้หืดหอบ”.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.tjorchid.com/flower/ (วันที่ค้นข้อมูล : 5 พฤษภาคม 2553).

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000