สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงไปออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ โทร 038-102292
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 โรครองช้ำ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4640 Posts

Posted - 19 Jan 2011 :  14:59:23  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2554

โรครองช้ำ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นงนุช ตั้งเกริกโอฬาร
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยบูรพา

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังที่เคารพทุกท่านโดยเฉพาะท่านผู้ฟังที่เป็นผู้สูงอายุ ท่านเคยมีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่ เวลาตื่นนอน ก้าวเท้าลงจากเตียง เหยียบลงพื้น จะรู้สึกเจ็บบริเวณ ส้นเท้า แป๊บๆ ต้องเดินเขย่งเท้าไปสักพักหนึ่ง ถึงจะรู้สึกค่อยๆ ดีขึ้น หรือเวลานั่งทำอะไรนานๆ แล้ว พอลุกขึ้นยืนหรือเดินจะรู้สึกเจ็บ แต่พอเดินไปสักพักหนึ่งก็จะหายเป็นปกติ หากท่านผู้ฟังมีอาการดังกล่าว แสดงว่าท่านกำลังเกิดอาการเบื้องต้นของโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคนี้จำนวนมากขึ้น โรคดังกล่าวนี้ ในทางการแพทย์เรียกว่าโรคเส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ หรือมีชื่อเรียกกันในภาษาชาวบ้านว่า “โรครองช้ำ” นั่นเอง
          โรครองช้ำหรือโรคเส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยโรคหนึ่ง สาเหตุที่สำคัญคือมีการอักเสบหรือฉีกขาดของพังผืดใต้ฝ่าเท้า บริเวณจุดเกาะที่กระดูกส้นเท้า ที่สัมพันธ์กับการเดินลงน้ำหนักที่เท้าโดยการบาดเจ็บนี้เป็นการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สะสมมานาน ทำให้ มีจุดปวดบนเท้าหรือส้นเท้าเวลาเดินลงน้ำหนัก อาการของโรครองช้ำที่พบบ่อยมักเกิดขึ้นในช่วงเช้าหลังตื่นนอน โดยเฉพาะก้าวแรกที่ลงจากเตียง บางรายตื่นนอนแล้วก้าวลงจากเตียงทันที อาจล้มลงเพราะรับน้ำหนักไม่ไหวจากอาการเจ็บปวดส้นเท้า นอกจากนี้อาการมักเกิดขึ้นหลังจากเวลานั่งหรืองดใช้เท้าเป็นระยะเวลานานๆ พอเริ่มขยับเท้าและยืนลงน้ำหนักจะมีอาการเจ็บปวด แต่พอลุกขึ้นเดินไประยะหนึ่ง อาการเจ็บจะน้อยลงและมีอาการดีขึ้นจนเหมือนเป็นปกติ ในรายที่มีอาการมากขึ้น จะมีอาการปวดและมีจุดกดเจ็บใต้ส้นเท้าหรือส่วนโค้งใกล้ส้นเท้าโดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าทางด้านใน โดยเจ็บคล้าย ๆ กับมีของแหลมมาทิ่ม และกล้ามเนื้อน่องอาจมีอาการเกร็ง และบางครั้งอาจมีอาการปวดทั้งวัน หากยืนนาน ๆ หรือเดินนาน ๆ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรครองช้ำ ได้แก่ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกิน หรือเป็นโรคอ้วน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน นักกีฬาที่ต้องใช้เท้ามาก ๆ เช่น นักวิ่ง ผู้ที่มีฝ่าเท้าแบน หรือมีส่วนโค้งของเท้ามาก ผู้ที่ใส่รองเท้าไม่พอดีกับรองเท้า ผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 40 – 70 ปี โดยเฉพาะเพศหญิง ผู้หญิงที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ
          โรครองช้ำหรืออาการเจ็บส้นเท้า อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของกระดูก หรือเอ็นบริเวณฝ่าเท้า เกิดการอักเสบขึ้น ความผิดปกติของกระดูก อาจเกิดจากกระดูกร้าวหรือแตก ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่จะต้องมีประวัติได้รับอุบัติเหตุรุนแรง เช่น ตกจากที่สูง เท้าถูกกระแทกจากของหนักๆ นอกจากนี้ การที่มีกระดูกงอกที่ส้นเท้า อาจจะเป็นสาเหตุของอาการปวดเช่นกัน แต่แพทย์ส่วนใหญ่เชื่อกันว่า สาเหตุหลักของโรคเกิดจากการอักเสบของเอ็นหรือเยื่อพังผืดฝ่าเท้าบริเวณตำแหน่งที่ไปเกาะตรงกระดูกส้นเท้า พบได้บ่อยบริเวณส้นเท้าทางด้านในมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเยื่อพังผืดที่เสื่อมลงตามการใช้งาน การเดินมากหรือได้รับแรงกดบริเวณส้นเท้ามากเกินไป มีการฉีกขาดของเยื่อพังผืดที่เกาะบริเวณกระดูกส้นเท้า และอาจจะมีกระดูกงอกบริเวณส้นเท้า
          การบำบัดรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรครองช้ำนั้น หากมีอาการไม่มากก็สามารถดูแลรักษาด้วยตัวเอง แต่ในรายที่มีอาการมากขึ้นจำเป็นต้องดูแลรักษาโดยแพทย์ สำหรับการดูแลรักษาตนเองในเบื้องต้น ได้แก่ การหยุดหรือลดกิจกรรมที่ทำให้ปวดหรือกิจกรรมที่ต้องลงน้ำหนักหรือต้องใช้เท้านาน ๆ เช่น การยืนหรือ เดินนาน ๆ เป็นต้น หากเป็นการเล่นกีฬา ออกกำลังกาย ควรเลือกกีฬาที่ไม่ต้องลงน้ำหนักที่เท้ามากนัก เช่น การว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ เป็นต้น หลีกเลี่ยงการเดินด้วยเท้าเปล่า และควรหลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาบนพื้นแข็ง ใส่รองเท้าที่เหมาะสม ขนาดพอดีไม่หลวมเกินไป ควรสวมรองเท้าที่มีพื้นรองเท้าที่นุ่ม และมีแผ่นรองรับส้นเท้าให้นูนขึ้น โดยอาจใช้แผ่นยางรองเสริมส้นเท้า เพื่อลดแรงกระแทกที่ฝ่าเท้าที่กระทำกับพื้นรองเท้า และช่วยกระจายน้ำหนักขณะเดิน ไม่ควรใส่รองเท้าที่แบนราบเสมอกัน ควรใส่รองเท้าที่มีพื้นนุ่มส้นสูงกว่าส่วนหน้าเล็กน้อย แต่อย่าเกิน 1.5 นิ้ว ควรออกกำลังกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อน่อง และยืดเส้นเอ็นฝ่าเท้า บ่อย ๆ ควรควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้มากเกินไป เพราะหากน้ำหนักมาก เส้นเอ็นฝ่าเท้าก็ต้องรับน้ำหนักมาก ทำให้รักษาหายช้า ควรประคบด้วยความร้อน หรือความเย็น เพื่อรักษาการอักเสบของเอ็น อาจใช้ครีมนวด นวดฝ่าเท้า แต่ต้องระวังอย่านวดแรงเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อฟกช้ำมากขึ้น หากวิธีบำบัดเท้าข้างต้นไม่ได้ผล จำเป็นต้องดูแลรักษาโดยแพทย์ โดยแพทย์อาจจะให้รับประทานยา เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ทำกายภาพบำบัด 2 - 3 ครั้งต่ออาทิตย์ อย่างน้อย 6 อาทิตย์ เพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ ได้แก่ การวางแผ่นร้อน การทำอัลตราซาวน์ เป็นต้น การใส่เฝือกชั่วคราวให้ข้อเท้ากระดกขึ้น ในตอนกลางคืน หรือถ้าเป็นมาก อาจต้องใส่เฝือกตลอดทั้งวัน การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ บริเวณส้นเท้าจุดที่ปวด ซึ่งจะลดการอักเสบได้ดี แต่ไม่ควรฉีดเกิน 2 ครั้งใน 1 เดือน เพราะอาจทำให้เส้นเอ็นฝ่าเท้าเปื่อยและเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดของเส้นเอ็น และหากฉีดยาหลายๆ ครั้งไม่ดีขึ้น แพทย์บางท่านอาจใช้วิธีรักษาโดยการผ่าตัดเลาะพังผืด ซึ่งจะทำต่อเมื่อรักษาวิธีอื่นไม่ได้ผลคือ อาการปวดไม่หายหลังรับการรักษาอย่างน้อย 6 - 9 เดือน หรือ สาเหตุการปวดมาจากการที่มีเส้นประสาทบริเวณฝ่าเท้าถูกกดทับ แต่แพทย์ไม่ค่อยแนะนำวิธีนี้ เพราะมีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้
          โรครองช้ำ ไม่ได้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต สามารถให้หายขาดได้ แต่อาจต้องใช้เวลานาน หลายเดือน ถ้าเป็นมานานหรือมีอาการมาก ก็จะยิ่งรักษาหายช้า ซึ่งผลการรักษาจะดีหรือไม่นั้น ก็ต้องอาศัยความร่วมมือของผู้ป่วยที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ด้วย ถ้าผู้ป่วยให้ความร่วมมือดี การรักษาก็จะได้ผลดีด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โรครองช้ำ สามารถเป็น ๆ หาย ๆ ได้อยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยง ถ้าหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้ ก็สามารถหายขาดจากโรครองช้ำ ได้

บรรณานุกรม
สุรวุฒิ ปรีชานนท์ (2549) เจ็บส้นเท้า นิตยสารหมอชาวบ้าน, 327: 37-38
เส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ (รองช้ำ) วันที่ 3/9/2009 ที่มา: http://www.healthcorners.com/2007/article/showArticle.php?catagory=runforhealth&id=2645 สืบค้นวันที่ 2/9/2553

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000