สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 เกลือและการทำนาเกลือ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4491 Posts

Posted - 11 May 2011 :  11:45:33  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2554

เกลือและการทำนาเกลือ
ผศ.ดร.อนุฉันล บูรณประทีปรัตน์
ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

          ท่านผู้ฟังครับ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่รายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชนจะนำเสนอเรื่องราวใกล้ตัวที่เราอาจมองข้ามกันไป นั่นคือเรื่องของเกลือ เกลือในครัวของเรานี่แหละครับ มีสาระทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในหลายแง่มุมที่หลายท่านอาจยังไม่ทราบที่ในวันนี้เราจะมาพูดคุยกันครับ
          เกลือที่เราใช้ปรุงอาหารรับประทานกันคือสารประกอบชนิดหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ตามองค์ประกอบว่าโซเดียมคลอไรด์ เป็นสารเคมีที่มนุษย์รู้จักกันมายาวนานกว่า ๘,๐๐๐ ปีมาแล้ว เดิมบรรพบุรุษของเราใช้เกลือในการถนอมอาหารโดยเฉพาะพวกเนื้อ เพราะเมื่อก่อนนี้ไม่มีตู้เย็นหรือไม่มีเทคโนโลยีการบรรจุกระป๋องที่ทันสมัยอย่างในปัจจุบัน ได้มีการพบหลักฐานการผลิตเเกลือครั้งแรกในประเทศโรมาเนียโดยวิธีการต้มราว ๖,๐๕๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช ในเอเชียเราก็มีประเทศจีนที่รู้จักการทำเกลือโดยการเก็บรวบรวมเกลือที่ตกผลึกที่ผิวทะเลสาปมายาวนานกว่า ๖,๐๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราชเช่นเดียวกัน เกลือที่เราใช้อุปโภคบริโภคกันทุกวันนี้มาจากสองแหล่งด้วยกันคือ จากน้ำทะเลที่นำมาตากแดดจนเกิดเป็นผลึกเกลือเรียกว่าเกลือสมุทร และจากแร่เกลือใต้พื้นดินที่เรียกกันว่าเกลือสินเธาว์ เกลือที่ได้จากการตากน้ำทะเล ไม่ใช่แค่การนำน้ำทะเลมาตากแดดจนแห้งเท่านั้น แต่มีกระบวนการผลิตที่เป็นขั้นเป็นตอนอยู่พอสมควร เนื่องมาจากเกลือที่เราต้องการคือโซเดียมคลอไรด์ แต่ในน้ำทะเลมีเกลืออยู่มากมายหลายชนิด จึงต้องมีขั้นตอนในการแยกเอาเกลือที่ไม่ต้องการออกไป ท่านผู้ฟังจะได้ทราบถึงภูมิปัญญาการผลิตเกลือของชาวไทยเราที่มีความสอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างพอเหมาะพอดี
          ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าในน้ำทะเลโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นอย่างไรและมีอะไรอยู่ในน้ำทะเลบ้าง ท่านผู้ฟังครับ กล่าวกันว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ที่ละลายได้จะพบอยู่ในน้ำทะเลแทบทั้งสิ้น เพราะเป็นที่สุดท้ายสำหรับการรองรับน้ำจากแผ่นดิน ปกติน้ำทะเลโดยทั่วไป ๑ กิโลกรัมจะมีเกลือละลายอยู่ประมาณ ๓๕ กรัม ซึ่งเป็นที่มาของหน่วยวัดความเค็มของน้ำทะเล ในกรณีนี้เรียกว่ามีความเค็มเท่ากับ ๓๕ ส่วนในพันส่วน หรือ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ การวัดความเค็มน้ำทะเลในทางปฏิบัติไม่ได้ทำอย่างนี้ แต่ใช้คุณสมบัติการเปลี่ยนแปลงการหักเหของแสง การนำไฟฟ้า ความหนาแน่น และการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี ที่จะได้กล่าวถึงในรายละเอียดในครั้งต่อๆ ไป น้ำทะเลบริเวณใกล้กับชายฝั่งมักจะมีความเค็มน้อยกว่านี้เนื่องจากอิทธิพลของน้ำจืดจากแผ่นดินที่ไหลลงมาผสมให้เกิดการเจือจางของน้ำทะเล ในน้ำทะเลแม้จะมีองค์ประกอบทางเคมีอยู่มากมายหลายชนิด แต่มีองค์ประกอบหลักอยู่เพียง ๖ ชนิด ไล่เรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ คลอไรด์ โซเดียม ซัลเฟต แมกนีเซียม แคลเซียม และโพแทสเซียม ในจำนวนนี้ปริมาณของโซเดียมและคลอไรด์รวมกันมีมากกว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของเกลือที่ละลายน้ำอยู่ทั้งหมด อีกราว ๑๑ เปอร์เซ็นต์ เป็นของ ซัลเฟตและแมกนีเซียม ที่เหลือประมาณ ๓ – ๔ เปอร์เซ็นต์ เป็นของเกลือชนิดอื่นรวมกันทั้งหมด เนื่องจากมีเกลืออยู่มากมายหลายชนิดในน้ำทะเล การทำนาเกลือเพื่อแยกเอาเกลือโซเดียมคลอไรด์ตามที่เราต้องการจึงต้องมีกรรมวิธีอยู่พอสมควร ในประเทศไทยเราการทำนาเกลือจะทำกันในตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกน้อย ในขั้นตอนการทำนาเกลือจะมีการระบายน้ำทะเลเข้านาต่างๆ เป็นขั้นเป็นตอนแบ่งเป็น นาตาก นาเชื้อ และนาปลง โดยในช่วงเริ่มแรกจะมีการระบายน้ำทะเลเข้ามาเก็บไว้ในวังขังน้ำระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้สิ่งเจือปนที่แขวนลอยอยู่ในน้ำเช่นโคลนหรืออนุภาคของดินมีการตกตะกอน จากนั้นชาวนาก็จะระบายน้ำที่ใสเข้าสู่นาตากเพื่อให้เกิดการระเหยของน้ำส่วนใหญ่ออกจากน้ำทะเลซึ่งจะใช้การวัดความถ่วงจะเพาะเป็นตัวบอกว่าควรจะระบายน้ำไปสู่นาอื่นๆ ได้หรือยัง ปกติน้ำทะเลจะมีความถ่วงจำเพาะอยู่ระหว่าง ๑.๐๒๒ – ๑.๐๓๐ ขึ้นอยู่กับความเค็มของน้ำทะเล การระบายน้ำทะเลจากนาตากเข้าสู่นาเชื้อนั้นจะทำเมื่อน้ำเค็มมีความถ่วงจำเพาะอยู่ที่ ๑.๐๘
          ท่านผู้ฟังครับ ในนาตากจะมีเพียงการระเหยของน้ำ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีใดๆ เกิดขึ้น แต่สำหรับในนาเชื้อนั้นจะเริ่มมีการตกผลึกหรือการแยกตัวของเกลือแคลเซียมซัลเฟต (CaSO4) หรือที่เรารู้จักกันทั่วไปก็คือปูนปาสเตอร์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้ของการทำนาเกลือ การขังน้ำในนาเชื้อจะสิ้นสุดลงเมื่อน้ำเค็มมีความถ่วงจำเพาะประมาณ ๑.๒๐ น้ำเค็มจากนาเชื้อจะถูกระบายสู่นาปลงเพื่อให้เกิดการตกผลึกของเกลือโซเดียมคลอไรด์ที่นี่ ซึ่งจะเกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณวันที่ ๒ ของการขังน้ำในนาปลง การเกิดเกลือในนาปลงก็ต้องระวังไม่ปล่อยให้พื้นนาแห้งเพราะจะทำให้เกลือที่ไม่ต้องการคือ แมกนีเซียมคลอไรด์ (MgCl2) และแมกนีเซียมซัลเฟต (MgSO4) เกิดขึ้นมาปะปนอยู่ในเกลือโซเดียมคลอไรด์ด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ ทางแก้คือต้องมีการระบายน้ำเค็มเข้าสู่นาปลงเรื่อยๆ ไม่ปล่อยให้นาแห้งและทำการเก็บรวบรวมเกลือในขณะที่ยังมีน้ำขังอยู่ในนาปลง ก็จะเป็นการช่วยลดการปนเปื้อนของเกลือทั้งสองได้ ทางแก้อีกทางหนึ่งคือการเติมปูนขาวลงไปในช่วงของนาเชื้อเพื่อให้เกิดการตกตะกอนของของเกลือแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (Mg(OH)2) ก่อนระบายน้ำเข้าสู่นาปลง ก็จะทำให้ผลผลิตเกลือที่ได้มีความบริสุทธิ์มากขึ้น
          จะเห็นได้ว่าเรื่องใกล้ตัวเราเช่นเรื่องเกลือที่นำเสนอในวันนี้ มีแง่มุมของความรู้ที่น่าสนใจอยู่มากมายทีเดียว ท่านผู้ฟังก็สามารถค้นคว้าและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากสิ่งที่อยู่รอบตัวได้เช่นเดียวกัน เริ่มที่การตั้งคำถามและพยายามค้นหาคำตอบจากแหล่งความรู้ต่างๆ จะเกิดความรู้สึกสนุกและได้รับความรู้ไปในตัว รายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน ถือเป็นแหล่งความรู้ที่ช่วยสร้างสังคมอุดมปัญญา แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้ากับเรื่องราวความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ สวัสดีครับ

เอกสารอ้างอิง
๑. วิกิพิเดีย http://en.wikipedia.org/wiki/Salt เข้าถึงเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๔
๒. คลังปัญญาไทย http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/การทำนาเกลือ เข้าถึงเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๔
๓. Thurman, H.V., Trujillo, A.P. 1996. Essential of Oceanography 6th Edition. Prentice Hall, New Jercy, 527 pp.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000