สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงไปออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ โทร 038-102292
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 มนุษย์เกิดได้อย่างไร?
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4640 Posts

Posted - 04 Sep 2012 :  11:02:05  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2555

มนุษย์เกิดได้อย่างไร?
อาจารย์ขันทอง วิชาเดช
ภาควิชาศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยบูรพา

กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง

          สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังทั้งหลาย วันนี้มีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังเช่นเคยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกิดของมนุษย์ อินทกยักษ์เกิดความสงสัยว่า มนุษย์เกิดมาได้อย่างไร จึงเข้าไปถามพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสถึงกระบวนการเกิดขึ้นของชีวิตมนุษย์อย่างละเอียด ดังปรากฏในพระสูตรชื่อมหาตัณหาสังขยสูตรมีข้อความว่า ...ในสัตว์โลกนี้ มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน แต่มารดายังไม่มีระดูและคันธัพพะยังไม่ปรากฏ การถือกำเนิดในครรภ์ก็มีไม่ได้ ในสัตว์โลกนี้ มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน มารดามีระดู แต่คันธัพพะยังไม่ปรากฏ การถือกำเนิดในครรภ์ก็มีไม่ได้ แต่เมื่อใด มารดาบิดาอยู่ร่วมกันมารดามีระดู และคันธัพพะก็ปรากฏเมื่อนั้น เพราะปัจจัย 3 ประการประชุมกันพร้อมอย่างนี้ การถือกำเนิดในครรภ์จึงมีได้
          ชีวิตมนุษย์เกิดจากองค์ประกอบ 3 อย่างได้แก่ มารดาบิดามีความสัมพันธ์ทางเพศ มารดาอยู่ในช่วงไข่สุกพร้อมที่จะตั้งครรภ์ และคันธัพพะหยั่งลงในครรภ์แล้ว ทั้ง 3 ประการนั้นคือเหตุปัจจัยซึ่งก่อให้เกิดชีวิตมนุษย์ขึ้นมา
          คันธัพพะหรือปฏิสนธิวิญญาณที่จะมาเกิดในครรภ์ของมารดานั้น อาจจะเป็นสัตว์นรก เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นเทวดา หรือเป็นพรหมก็ได้ซึ่งตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกรรม คือต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก นั่นหมายถึงว่า กรรมเป็นเครื่องบ่งชี้โดยอัตโนมัติว่า ในขณะนั้น สัตว์ใด ที่สิ้นกรรม สิ้นวิบากแล้ว จะได้รับโอกาสการเกิดมาเป็นมนุษย์ ชีวิตมนุษย์นับตั้งแต่แรกเริ่มคือปฏิสนธิจนกระทั่งคลอดออกมาจากครรภ์มารดา พระพุทธศาสนาอธิบายเอาไว้ 5 ขั้นตอน เรียกว่าเป็นพัฒนาการของชีวิตก็ได้ จุดที่เล็กที่สุดเรียกว่า กลละ
          กลละเป็นหยาดน้ำใส เป็นหยดที่เล็กมากจนสมัยนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าเล็กอย่างไร เพราะไม่มีเครื่องมือวัดความละเอียดถึงขนาดที่ว่าเป็นเศษส่วนเท่าไรของมิลลิเมตร เซนติเมตร หรือของนิ้ว ท่านเลยใช้วิธีอุปมาว่า หยาดน้ำใส กลละนี้มีขนาดเล็กเหลือเกิน เหมือนอย่างขนจามรี จามรีเป็นสัตว์อยู่ทางเขาหิมาลัยซึ่งมีขนที่ละเอียดมาก เอาขนจามรีมาเส้นหนึ่งมาจุ่มน้ำมันงา แล้วก็สลัดเจ็ดครั้ง แม้จะสลัดเจ็ดครั้งแล้วมันก็ยังเหลือติดอยู่นิดหนึ่ง ซึ่งเล็กเหลือเกิน ท่านบอกว่านี้แหละเป็นขนาดของกลละ ชีวิตในช่วงเจ็ดวันแรกจะเป็นกลละก่อน พอถึงวันที่ 8 จะพัฒนาเข้าสู่ขั้นอัพพุทะ
          อัพพุทะ พระอรรถกถาจารย์อธิบายว่า มีลักษณะเป็นโลหิตข้น มีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ อัพพุทะจะค่อย ๆ พัฒนาไป 7 วัน พอถึงวันที่ 8 เข้าสู่ขั้น เปสิ
          เปสิมีลักษณะเป็นชิ้นเนื้อ แต่ยังมีสภาพเหลวอยู่เหมือนก้อนดีบุกเหลว มีสีแดงเรื่อ ขั้นเปสิใช้เวลาพัฒนาอยู่ 7 วัน พอถึงวันที่ 8 เข้าสู่ขั้น ฆนะ
          ฆนะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อ เป็นแท่งทึบและมีสีแดงจัดขนาดเท่าไข่ไก่ และใช้เวลาพัฒนาอยู่ 7 วัน ถึงวันที่ 8 ก็จะเกิดเป็น ปัญจสาขา
          ปัญจสาขา ขั้นนี้เป็นก้อนเนื้อในครรภ์ของมารดา เริ่มปรากฏเป็นปุ่ม 5 ปุ่ม ทั้ง 5 ปุ่มนี้พัฒนาต่อไปอีก ปุ่มหนึ่งจะเป็นศีรษะ 2 ปุ่มต่อมาจะเป็นแขนทั้ง 2 ข้าง และ 2 ปุ่มสุดท้ายจะเป็นขาทั้ง 2 ข้าง
          ถ้านับเวลาเป็นสัปดาห์จากจุดเริ่มต้นที่เรียกว่ากลละจนถึงขั้นเป็นปัญจสาขาในสัปดาห์ที่ 5 สตรีผู้เป็นมารดาได้ตั้งครรภ์มาแล้วเดือนเศษ ต่อจากนั้นร่างกายของทารกในครรภ์ก็จะพัฒนาไปตามลำดับจนกระทั่งมีอวัยวะต่าง ๆ ครบบริบูรณ์ ทารกจะอยู่ในครรภ์ประมาณ 42 สัปดาห์ ซึ่งเท่ากับ 9 เดือน 24 วัน แล้วจึงคลอดออกมาสู่โลกภายนอก
          ปัจจุบันโลกเรามีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในหลาย ๆ ด้าน เรามีกล้องที่สามารถบันทึกตัวอสุจิและไข่ของมารดาบิดาที่ผสมกันแล้วก่อกำเนิดเป็นชีวิตขึ้นมาซึ่งเล็กมาก ๆ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กล้องสามารถขยายได้เป็นหมื่นเป็นแสนเท่า เราจึงเห็นจุดตั้งต้นของชีวิตทางกายภาพ ซึ่งไปสอดคล้องกับคำอธิบายของพระพุทธศาสนาอย่างน่าทึ่ง และที่สำคัญการก่อกำเนิดชีวิตนี้มีทั้งส่วนที่ประสบความสำเร็จและอีกบางส่วนต้องประสบความล้มเหลวไม่สมบูรณ์เจริญผิดรูปร่าง อันนี้แหละเป็นส่วนหนึ่งที่พระพุทธศาสนาบอกว่า การเกิดเป็นมนุษย์นั้นยากเย็นแสนเข็ญ ในเมื่อเรามีโอกาสได้เกิดมาเป็นคนแล้วควรใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่ากับการได้เกิดมาเป็นคน

แหล่งอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.เล่มที่ 15. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). การทำแท้ง : ตัดสินอย่างไร ชีวิตเริ่มต้นเมื่อไร การทำแท้งในทัศนะของพระพุทธศาสนา. พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพฯ : สหธรรมิก, 2538.
สุนทร ณ รังสี. พุทธปรัชญาจากพระไตรปิฎก. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000