สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงไปออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ โทร 038-102292
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 ใส่แหวนกันท้อง
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4640 Posts

Posted - 15 Nov 2012 :  14:06:07  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2556

ใส่แหวนกันท้อง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ สุมนวงศ์

กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง

          สวัสดีคะท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดี ชีวีมีสุข” โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา สำหรับวันนี้ขอเสนอเรื่องราวที่มีชื่อเรื่องว่า “ใส่แหวนกันท้อง” อย่าเพิ่งตกใจนะคะแหวนที่ว่าไม่ใช่แหวนที่สวมที่นิ้วมือ แต่เป็นแหวนที่ใส่ช่องคลอดเพื่อคุมกำเนิด การคุมกำเนิดมีความสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะในสังคมปัจจุบัน ซึ่งพบการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่ประชุมองค์การอนามัยโลกปี 2552 ระบุว่า ค่าเฉลี่ยของผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีทั่วโลกมีถึง 65 ต่อ 1,000 คน โดยประเทศไทยมีผู้หญิงตั้งครรภ์ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 70 ต่อ 1,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดของประเทศในทวีปเอเชีย จึงมีความสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ และเลือกใช้การคุมกำเนิด ปัจจุบันมีวิธีคุมกำเนิดหลายวิธี ได้แก่ ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน ยาฉีดคุมกำเนิด ห่วงอนามัยคุมกำเนิด ถุงยางอนามัย ยาคุมกำเนิดชนิดฝังใต้ผิวหนัง และแผ่นยาคุมกำเนิดชนิดแปะผิวหนัง สำหรับวันนี้เรามาทำความรู้จักการคุมกำเนิดอีกวิธีหนึ่งนั่นก็คือ “แหวนคุมกำเนิด”
          แหวนคุมกำเนิดเป็นวงแหวนคุมกำเนิดใช้สอดในช่องคลอด มีลักษณะเป็นวงแหวนที่นุ่ม ยืดหยุ่น และโปร่งแสง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 54 มิลลิเมตร มีความหนาประมาณ 4 มิลลิเมตร วงแหวนแต่ละอันประกอบด้วยตัวยาซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงปริมาณ 2 ชนิดได้แก่ อีโทโนเจสเทรลและเอธินิลเอสตราดิออล ตัววงแหวนจะค่อยๆ ปล่อยฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดออกมาแล้วดูดซึมผ่านผนังช่องคลอดเข้าสู่กระแสเลือด แหวนคุมกำเนิดจัดเป็นยาคุมกำเนิดประเภทฮอร์โมนผสมชนิดปริมาณฮอร์โมนต่ำ เนื่องจากปลดปล่อยฮอร์โมนออกมา 2 ชนิดและฮอร์โมนที่ปล่อยออกมามีปริมาณน้อย การออกฤทธิ์ของแหวนคุมกำเนิดเหมือนกับยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน เพียงแต่ไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน เนื่องจากแหวนคุมกำเนิด 1 วง ออกฤทธิ์นาน 3 สัปดาห์ติดต่อกัน ฮอร์โมนเพศหญิงที่ปล่อยออกมาจากแหวนคุมกำเนิดจะป้องกันการตกไข่จากรังไข่ ทำให้ไม่มีการตั้งครรภ์
          วิธีการใส่แหวนคุมกำเนิดจะง่ายกว่าการใส่ห่วงคุมกำเนิดซึ่งต้องใส่โดยแพทย์ คุณผู้หญิงสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยนำแหวนคุมกำเนิดออกจากซองบรรจุ เลือกท่าที่จะใส่ได้สะดวก เช่นการนั่งยอง หรือการนอนหงายชันขาขึ้นทั้งสองข้าง บีบขอบแหวนคุมกำเนิดทั้งสองด้านเข้าหากัน สอด แหวนคุมกำเนิดเข้าไปในช่องคลอดด้วยมือเดียว หรืออาจใช้มืออีกข้างหนึ่งช่วยเปิดปากช่องคลอด แล้วสอดแหวนคุมกำเนิดเข้าไปในช่องคลอดจนกว่าจะรู้สึกสบายเป็นปกติ ปล่อยให้วงแหวนอยู่ในช่องคลอดนาน 3 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดให้ถอดวงแหวนออกจากช่องคลอดโดยการใช้นิ้วชี้ เกี่ยวขอบของแหวนคุมกำเนิดหรือใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางหนีบ ขอบของวงแหวนแล้วดึงแหวนคุมกำเนิดออกมา หยุดใช้แหวนคุมกำเนิด 1 สัปดาห์ ซึ่งในช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่เลือดประจำเดือนจะมา โดยปกติเลือดประจำเดือนจะมาหลังถอดแหวนคุมกำเนิดออกประมาณ 2-3 วัน
          สำหรับการเริ่มใช้แหวนคุมกำเนิด อาจมีข้อแตกต่างกันบ้างแล้วแต่การเคยใช้วิธีคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นมาก่อน ได้แก่
          1. หากไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดมาเลย ให้เริ่มใส่แหวนคุมกำเนิดครั้งแรกในวันที่ 1 ของวันแรกของการมีเลือดประจำเดือน
          2. ถ้าใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานแบบฮอร์โมนผสมในเดือนที่ผ่านมา ให้เริ่มใช้แหวนคุมเนิดอย่างช้าที่สุดในวันถัดจากวันสุดท้ายในระยะหยุดยา หากแผงยาที่ใช้อยู่เดิมเป็นชนิด 28 เม็ด ก็สามารถเริ่มใช้แหวนคุมกำเนิดอย่างช้าที่สุดในวันถัดจากวันที่รับประทานยาที่ไม่มีสารออกฤทธิ์เม็ดสุดท้าย
          3. ถ้าใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีโปรเจสตาเจนเพียงอย่างเดียว หรือมินิพิลในเดือนที่ผ่านมา สามารถหยุดใช้มินิพิลวันใดก็ได้ และเริ่มใช้แหวนคุมกำเนิดในวันถัดมา ณ เวลาเดียวกันกับที่รับประทานยามินิพิลตามปกติ
          4. หากใช้ยาฉีดคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิดชนิดฝังใต้ผิวหนัง หรือห่วงคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสตาเจนเพียงอย่างเดียว ในเดือนที่ผ่านมา ให้เริ่มใช้แหวนคุมกำเนิดเมื่อถึงกำหนดวันที่ต้องฉีดยาครั้งต่อไป หรือในวันที่ได้รับการผ่าเอายาที่ฝังใต้ผิวหนังออก หรือวันที่ถอดห่วงคุมกำเนิด
          5. หากใช้แผ่นยาคุมกำเนิดชนิดแปะผิวหนังในเดือนที่ผ่านมา ให้ใช้แหวนคุมกำเนิดในวันถัดจากวันที่พักการใช้แผ่นแปะผิวหนัง
          6. หลังการคลอดบุตร ก็สามารถใช้แหวนคุมกำเนิดได้ โดยรอจนกว่าเลือดประจำเดือนมาเป็นปกติครั้งแรกก่อน จึงจะเริ่มใช้แหวนคุมกำเนิด บางครั้งอาจเริ่มใส่วงแหวนได้เร็วกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ โดยเฉพาะช่วงกำลังให้นมบุตรและต้องการใส่แหวนคุมกำเนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ในช่วงหลังแท้งบุตรควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
          เรื่องราวเกี่ยวกับแหวนคุมกำเนิด ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ แต่เวลาของรายการสุขภาพดี ชีวีมีสุขหมดเสียแล้ว ไม่เป็นไรคะเรามาติดตามกันต่อได้ใน “ใส่แหวนกันท้อง ตอนที่ 2” กันคราวหน้านะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีคะ

บรรณานุกรม
นิธินาถ แหวนวิเศษ. (2554). ฉันไม่พร้อมจะป่อง! สารพัดวิธี "คุม" อย่างไรไม่ให้ท้อง. เข้าถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2555 สืบค้นที่ http://mamnitinat.blogspot.com/2011/08/bitchy.html.
อรรณพ ใจสำราญ.(2555). วงแหวนใส่ช่องคลอดคุมกำเนิด. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการครั้งที่ 27
และการประชุมสามัญประจำปี พ.ศ.2555 ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย วันที่ 2-5 ตุลาคม 2555.
อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริ. (2551). วิธีคุมกำเนิดทุกรูปแบบ รู้ไว้ก่อนเลือกใช้. เข้าถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2555 สืบค้นที่ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=327432.
ศูนย์สุขภาพสตรี ร.พ.บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์. (2007). การคุมกำเนิด. เข้าถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2555 สืบค้นที่ http://www.bcaremedicalcenter.com/th%20six5.html.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000