สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 ชื่อ เพลงพื้นบ้าน : ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย 2
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4566 Posts

Posted - 14 May 2004 :  10:52:31  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote

ชื่อ เพลงพื้นบ้าน : ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย (ตอนที่2)
โดย ผศ.สิริวรรณ วงษ์ทัต
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์



สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง ในตอนที่แล้วได้นำเสนอเพลงพื้นบ้านภาคกลางให้ท่านผู้ฟังได้รู้จัก วันนี้จะนำเสนอเพลงพื้นบ้านภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ที่แสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเด่นชัดของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ
เพลงพื้นบ้านภาคเหนือส่วนใหญ่มีเครื่องดนตรีประกอบการร้อง ได้แก่ สะล้อ ซึง ปี่ว่า คำ “เพลง” ศัพท์ท้องถิ่นภาคเหนือเรียกว่า “ซอ” เช่น ซอละม้ายเชียงแสน ซอละม้ายจะปุ เป็นต้นและคำ”ซอ” ยังมีความหมายว่า “ขับร้อง” ด้วย ดังนั้นผู้ร้องเพลงทั้งหญิงและชายจึงเรียกว่า ช่างซอ เพลงพื้นบ้านภาคเหนือร้องในโอกาสต่างๆ ได้แก่ การพบปะกัน เทศกาลต่างๆ เช่น สงกรานต์
งานต่างๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน การประกวดแข่งขันช่างซอ เพลงซอมีทำนองต่างๆ แล้วแต่จุดประสงค์ของการร้อง เช่น ซอขึ้นเชียงใหม่ เป็นเพลงร้องนำเป็นบทเกริ่นหรือเริ่มเรื่องก่อนจะร้องทำนองอื่นๆ ต่อไป เพลงอื่อเป็นเพลงสำหรับร้องกล่อมเด็ก เนื้อร้องมักเป็นคำสอน นิยาย นิทาน
ที่เรียกว่า เพลงอื่อ เพราะการร้องเพลงชนิดนี้จะมีเสียง อื่อ อือ อือ ต่อก่อนจบเพลงในกรณีที่ไม่มีดนตรีรับ เพลงเงี้ยวหรือเสเลมาเป็นเพลงร้องในการเรียกขวัญนาคที่เรียกว่า ขวัญลูกแก้ว หรือใช้ร้องในการปัดเคราะห์ร้าย ดังตัวอย่าง เพลงเงี้ยวหรือเสเลเมา

อัชชไชยโส อัชชมังคโลเป็นเค้า
ข้าจักปัดเคราะห์ เจ้า หื้อหนีออกจากอัตตา
สรรพเคราะห์ร้าย หื้อขดเคลื่อนค้ายออกจากกายา
นายน้องนายหื้ออลงไป ประดิดประเดี๋ยว
สรรพเคราะห์ร้าย หื้อขดเคลื่อนค้ายออกจากกายา
ออกจากก๋ายาแก้วเจ้า รีบเร็วไวแต่เล้า
หื้อตกลงไป ประดิดประเดิ๋ยว
นายเฮย
สรรพเคราะห์ร้าย หื้อขดเคลื่อนค้ายหนีไปไกลตา
อย่ามาบีฑา พระลูกแก้วหน่อ
ภาคอีสานหรือตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมีเพลงพื้นบ้านหลากหลายผู้ร้องเพลงเพลงเรียกว่า หมอลำ ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ประเภทคือ หมอลำพื้น หมอลำกลอน


-2-
หมอหมู่ลำหมอลำเพลิน หมดลำส่อง และหมอลำผีฟ้า ส่วนเพลงร้องมีหลากชนิด ได้แก่ เพลงร้อง
สารภัญญ์ ร้องในช่วงฤดูเข้าพรรษา เนื้อร้องส่วนใหญ่เป็นนิทานพื้นเมือง หรือวรรณคดี
เรื่องสำคัญ เพลงเซิ้งเป็นเพลงที่ร้องไปด้วยรำไปด้วย นิยมร้องประกอบพิธีต่างๆ เช่น พิธีบุญ
บั้งไฟ พิธีเต้านางแมว เนื้อร้องอาจเป็นการบรรยายพิธีนั้นๆ นิทานพื้นเมืองหรือเรื่องตลกไป
จนถึงลามกหยาบคายซึ่งแล้วแต่ผู้ร้องที่เรียกว่าพ่อเพลง แม่เพลงจะด้นขึ้นในเวลานั้น
เพลงโคราช เป็นเพลงพื้นบ้านภาคอีสานที่ร้องเล่นในจังหวัดนครราชสีมา เพลงโคราชเป็น
เพลงร้องโต้ตอบระหว่างชายหญิง เนื้อเพลงมีบทต่างๆ เช่น บทเกริ่น บทเกี้ยว บทลักหาหนี
บทสู่ขอ บทชิงชู้ เป็นต้น
ส่วนเพลงพื้นบ้านภาคใต้มีค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ เพลงพื้น
บ้านภาคใต้ มีชื่อเรียกแตกต่างกัน และชื่อเพลงก็จะบ่งบอกถึงลักษณะเนื้อหา วัตถุประสงค์
และโอกาสที่จะร้องเพลงชนิดนั้นๆ เช่น เพลงบอก เป็นเพลงที่ใช้ร้องสำหรับป่าวประกาศให้
ชาวบ้านรู้เรื่องราวหรือข้อราชการต่างๆ เพลงบอกเป็นเสมือนหนังสือหรือวิทยุในสมัยปัจจุบัน
นั่นเอง หรือเพลงเรือก็เป็นเพลงที่นิยมเล่นกันในฤดูน้ำหลาก ใช้เรือเป็นพาหนะในการร้องเล่น
เพลงพื้นบ้านภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นเพลงร้องโต้ตอบ ยกเว้นเพลงกล่อมเด็ก
การร้องมักไม่มีเครื่องดนตรีประกอบเหมือนเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ผู้ร้องนำเรียกว่า แม่เพลง
ทั้งหญิงและชาย มีลูกคู่ช่วยร้องเสริมหรือร้องรับตาม เรียกว่า ท้ายไฟ เพลงพื้นบ้านภาคใต้มี
น้อยชนิด เพลงที่นิยมร้องกันในอดีต เช่น เพลงเรือ ร้องในหน้าน้ำเดือน 11 เดือน 12 พบใน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร สงขลา ส่วนใหญ่จะร้องเล่นหลังออกพรรษา ซึ่งมีประเพณีชักพระ
หรือแห่พระ เพลงนา เป็นเพลงพื้นบ้าน จังหวัดชุมพร และสุราษฎร์ธานี ปกติร้องโต้ตอบกัน
ในนา บางครั้งก็นำมาร้องในงานวัด งานเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ งานบุญ เช่น ขึ้นบ้าน
ใหม่ งานแต่งงาน เป็นต้น
เพลงพื้นบ้านเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างหนึ่งที่ปัจจุบันกำลังจะสูญหาย
ไปจากสังคมไทย พวกเราคนไทยทุกคนจึงควรช่วยกันอนุรักษ์ส่งเสริมให้มรดกของไทยประเภท
นี้อยู่คู่กับคนไทยต่อไปตราบนานเท่านาน





  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000