สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 น้ำดอกไม้เทศ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4612 Posts

Posted - 29 Oct 2013 :  14:02:59  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2557

น้ำดอกไม้เทศ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริวรรณ วงษ์ทัต
ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


          ต้นน้ำดอกไม้เทศ กลิ่นวิเศษนึกเหมือนน้ำ
          ดอกไม้ย้อมดอกคำ ร่ำชมภูดูห่มงาม
          น้ำดอกไม้เทศแท้ เปรียบปาน
          น้ำกลิ่นเมืองเทศปาน กลิ่นเกล้า
          สมรอดดอกคำจาน ขันคู่
          รื่นร่ำชมภูผ้า ห่มเจ้าหอมงาม

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง คำประพันธ์ดังกล่าวได้พรรณนาถึงน้ำดอกไม้เทศซึ่งมีกลิ่นหอมยิ่งนัก ท่านผู้ฟังลองทำความรู้จักน้ำดอกไม้เทศต่อไปนะคะ
          น้ำดอกไม้เทศ คือ น้ำดอกกุหลาบ ซึ่งคำว่า “กุหลาบ” มาจากภาษาเปอร์เซีย คือ “กุล – Gul “ แปลว่า ดอกไม้ หรือ ดอกกุหลาบ แต่โดยทั่ว ๆ ไป หมายถึง ดอกไม้รวมกับคำว่า กับ “อาบ” แปลว่า น้ำ
          ตามตำนานกล่าวว่าน้ำดอกไม้เทศ หรือน้ำกุหลาบนั้นเป็นน้ำหอมและเครื่องสำอางฟุ่มเฟือยในเปอร์เซีย อียิปต์ กรีก และโรมันโบราณ โดยเฉพาะชาวอียิปต์เป็นพวกที่ใช้น้ำหอมมาก ดังที่พระนางคลีโอพัตราใช้เครื่องสำอางซึ่งมีน้ำกุหลาบผสมอยู่ด้วย ส่วนตำนานเก่าแก่ของเปอร์เซียกล่าวว่า ขณะที่จักรพรรดิจะฮานกีร์ทรงดำเนินไปกับนูร์มาอัล เจ้าสาวโฉมงาม ประพาสอุทยานในพระราชวังของพระองค์นั้น ได้ทรงผ่านธารน้ำและน้ำพุที่ประดับด้วยกลีบกุหลาบเป็นการฉลองงานอภิเษกสมรส ได้ทรงสังเกตเห็นน้ำมันกุหลาบลอยเป็นฝาบนพื้นน้ำ ซึ่งเกิดจากแสงแดดส่องไปต้องกลีบกุหลาบ ก็ทรงสนพระทัยในกลิ่นหอมแรงของน้ำมันกุหลาบนั้น จึงโปรดให้เอาผ้านุ่ม ๆ มาซับน้ำมันนั้นใส่ขวดไว้ใช้ต่อไป และน้ำมันของดอกกุหลาบนี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า attar มาจากคำเปอร์เซียว่า atar ซึ่งน้ำมันกุหลาบถือว่าเป็นน้ำหอมมีค่าที่สุดของเปอร์เซีย
          จากคำประพันธ์ตอนต้นนั้นมาจากกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก บทนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากุ้งหรือเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร กวีสมัยอยุธยา แสดงให้เห็นว่า คนไทยรู้จักใช้น้ำดอกไม้เทศ ตามคำเรียกของคนไทย หรือน้ำมันกุหลาบมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว และใช้เป็นเครื่องหอมชนิดหนึ่ง การใช้น้ำดอกไม้เทศของคนไทยได้รับความนิยมเรื่อยมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ดังคำประพันธ์ที่กล่าวถึงการใช้น้ำดอกไม้เทศไว้ในบทละครเรื่อง คาวี พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ดังคำกลอน

          คิดแล้วสรงน้ำชำระกาย ขมิ้นผงละลายเป็นค่อนขัน
          ลูบไล้ขัดสีฉวีวรรณ ทรงกระแจะจวงจันทน์กลิ่นเกลา
          น้ำดอกไม้เทศทากว่าจะทั่ว ชโลมทั้งเนื้อตัวเหมือนปล่อยเต่า

          และในบทละครเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ดังคำประพันธ์ “ไขสหัสธาราวาริน น้ำดอกไม้เทศประทิ่นกลิ่นส่ง” จากคำประพันธ์จะเห็นว่าคนไทยสมัยรัตนโกสินทร์ใช้น้ำดอกไม้เทศเป็นเครื่องหอมเช่นเดียวกับในสมัยอยุธยา และสันนิษฐานว่า น้ำดอกไม้เทศนี้คงได้รับความนิยมใช้ในหมู่ชนชั้นสูง เพราะมีการกล่าวถึงในวรรณคดีไทยอีกหลายเรื่อง
          ปัจจุบันน้ำดอกไม้เทศหรือน้ำมันกุหลาบเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในรูปน้ำหอม ประเทศต่าง ๆ มีการค้นคว้าผสมพันธุ์กุหลาบสายพันธุ์ต่าง ๆ มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ชนิด เพื่อผลิตน้ำมันกุหลาบที่มีคุณภาพดีที่สุด โดยใช้กุหลาบพันธุ์โบราณดั้งเดิม ๓ พันธุ์ คือ พันธุ์ Rosa Damascena คือ กุหลาบมอญ เป็นกุหลาบที่สำคัญที่สุดในการทำน้ำมันกุหลาบ ซึ่งใช้ทำน้ำหอมที่มีกลิ่นหอมมากและให้น้ำมันสูง อีก ๒ พันธุ์คือ พันธุ์ Rosa Alba และพันธุ์ Rosa Centifolia เป็นกุหลาบที่มีกลีบถึง ๑๐๐ กลีบตามชื่อพบปลูกมากที่เมืองกราสส์ในประเทศฝรั่งเศส
          ลักษณะของน้ำมันกุหลาบมีสีเหลืองออกเขียว กลั่นจากกลีบดอก ใช้ในการทำเครื่องหอมมาหลายศตรรษแล้ว มีราคาเป็นสองเท่าของทองคำ ปัจจุบันพบว่าประเทศบุลกาเรียเป็นผู้ผลิตน้ำมันกุหลาบแหล่งใหญ่ที่สุด และมีน้ำมันกุหลาบเป็นร้อย ๆ ถังฝากแทนเงินไว้ในธนาคารต่างประเทศเพื่อรักษาดุลการค้าระหว่างประเทศ น้ำมันกุหลาบในประเทศบุลกาเรีย ส่วนใหญ่มาจากภาคกลางของประเทศ ซึ่งมีเนื้อที่ปลูกกุหลาบราว ๓๖๐ ตารางไมล์ ส่วนใหญ่เป็นกุหลาบมอญสีแดงมีกลิ่นหอม และมีโรงกลั่นถึง ๔๐ โรง ซึ่งดอกกุหลาบน้ำหนักสี่พันปอนด์สามารถกลั่นเป็นน้ำมันกุหลาบบริสุทธิ์ได้ ๑ ปอนด์ สามารถบรรจุถังขายให้แก่ผู้ผลิตน้ำหอมได้ในราคาปอนด์ละ ๔๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ
          ความรู้นี้เป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รายการมนุษย์กับสังคมนำเสนอ หวังว่าท่านผู้ฟังจะได้รับความสนใจติดตามฟังเรื่องต่าง ๆ ที่จะนำเสนอต่อไปนะคะ สวัสดีค่ะ

เอกสารอ้างอิง
คณิตา เลขะกุล,คุณหญิง.(2554).“กุหลาบ – ราชินีแห่งบุปผชาติ” วารสารไทย. ๓๒ (๑๒๒) หน้า .

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000