สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความเผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียงไปออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ โทร 038-102292
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 อุกกาบาตชนโลก...มหาภัยพิบัติที่มาจากนอกโลก
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4640 Posts

Posted - 30 Oct 2013 :  13:32:30  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2557

อุกกาบาตชนโลก...มหาภัยพิบัติที่มาจากนอกโลก
ผศ.ดร.อนุเทพ ภาสุระ

กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


          ภัยพิบัติจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่คาดการณ์ถึงความรุนแรงได้ยากและหากเกิดขึ้นมักจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งสำคัญที่มีรายงานว่าเกิดขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2556 จากการที่ก้อนอุกกาบาตที่มีขนาดใหญ่ถึง 17 เมตร น้ำหนักกว่า 1 หมื่นตันพุ่งเข้าสู่โลกด้วยความเร็วมากถึง 31 กิโลเมตรต่อวินาที ก่อนที่จะแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนถึงพื้นโลกประมาณ 30-50 กิโลเมตร เป็นเหตุให้สะเก็ดของอุกกาบาตพุ่งเข้าชนบ้านเรือนในเมืองเชลยาบินสก์ ประเทศรัสเซีย โดยมีข้อมูลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 1 พันคนจากวัสดุหรือเศษกระจกที่แตกจากคลื่นกระแทก (shock wave) จึงนับว่าเป็นมหาภัยพิบัติจากนอกโลกที่เหนือความสามารถของมนุษย์ที่จะหยุดยั้งได้
          อุกกาบาต (meteorite) คือ วัตถุขนาดเล็กในอวกาศที่ผ่านชั้นบรรยากาศลงมาถึงพื้นโลก วัตถุดังกล่าวนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามสถานะในการโคจร หากอุกกาบาตโคจรอยู่ในอวกาศนอกโลกเรียกว่า สะเก็ดดาว (meteoroid) ซึ่งหมายถึงเศษวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะซึ่งมีขนาดตั้งแต่ก้อนหินขนาดใหญ่ลงไปถึงผงฝุ่น เมื่อสะเก็ดดาวเคลื่อนที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกหรือของดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ทำให้เกิดความร้อนและแสงสว่างมองเห็นเป็นดาวตก สะเก็ดดาวจำนวนมากเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในปรากฏการณ์ฝนดาวตก คนทั่วไปมักเข้าใจว่าแสงสว่างของดาวตกนี้เกิดจากความเสียดทานระหว่างสะเก็ดดาวกับชั้นบรรยากาศ แต่ในความเป็นจริงแล้วการเกิดแสงสว่างของดาวตกดังกล่าวเกิดจากการแตกตัวเป็นไอออน (ionization) ของอนุภาคในบรรยากาศ หากสะเก็ดดาวมีขนาดใหญ่และเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศไม่หมดจะเหลือเป็นก้อนวัตถุที่ตกลงถึงพื้นดิน เรียกว่า อุกกาบาต สะเก็ดดาวที่ลุกไหม้จนหมดในชั้นบรรยากาศของโลกเรียกว่า ดาวตกหรือผีพุ่งไต้ (meteor) ดาวตกที่สว่างมาก ๆอาจเรียกว่าลูกไฟ (fireball) ในก้อนอุกกาบาตประกอบไปด้วยธาตุคาร์บอนและมีโลหะบางชนิด เช่น เหล็กและนิกเกิลปะปนอยู่ จึงมีรายงานข่าวว่าชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ถูกก้อนอุกกาบาตตกใส่ต่างพากันเก็บเศษอุกกาบาตไปจำหน่ายให้กับนักสะสมที่แสวงหาสิ่งของแปลก ๆ
          ปัญหาของการเฝ้าติดตามอุกกาบาต คือ การขาดนักดาราศาสตร์ที่เชี่ยวชาญและการขาดกล้องดูดาวที่มีสมรรถนะสูง จึงทำให้การค้นหาอุกกาบาตจำนวนมากที่โคจรใกล้โลกทำได้ยาก และยังต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล ปัจจุบันทั่วโลกมีสถานีดูดาวที่ติดตั้งกล้องดูดาวที่มีสมรรถนะสูงอยู่ไม่กี่แห่งในโลก เช่น หอดูดาวที่มลรัฐนิวเม็กซิโกและที่มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา และหอดูดาวที่ประเทศชิลี ที่ทำหน้าที่ตรวจหาก้อนวัตถุในอวกาศที่กำลังพุ่งดิ่งมายังโลก แต่ในกรณีก้อนอุกกาบาตตกในรัสเซียนั้น ก้อนอุกกาบาตมีขนาดไม่ใหญ่มากและพุ่งมาเร็วจนไม่มีใครจับได้ทัน จึงไม่มีการป้องกันล่วงหน้าได้อย่างทันท่วงที
          ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ยังไม่สามารถบอกขนาดของอุกกาบาตและไม่สามารถพิสูจน์ตำแหน่ง รวมทั้งไม่สามารถระบุวงโคจรได้ เนื่องจากในอวกาศที่กว้างใหญ่มีก้อนอุกกาบาตที่โคจรอยู่ห่างจากโลกมากและยังไม่มีเครื่องมือหรือกล้องดูดาวที่สามารถจับภาพการโคจรของก้อนอุกกาบาตในระยะไกล ๆได้ ดังนั้นนักดาราศาสตร์จะเห็นการปรากฏตัวของอุกกาบาตได้ก็ต่อเมื่อก้อนอุกกาบาตนั้นได้โคจรเข้าใกล้โลกมาก ๆจนกล้องดูดาวจับภาพได้แล้วเท่านั้น หากก้อนอุกกาบาตที่โคจรเข้ามาใกล้โลกแล้วและมีนักวิทยาศาสตร์ค้นพบจนสามารถระบุตำแหน่งวงโคจรและขนาดได้ อุกกาบาตก้อนนั้นจะถูกตั้งชื่อกลายเป็นดาวเคราะห์น้อยเพื่อเฝ้าดูและติดตามอย่างใกล้ชิดทันที ยกตัวอย่างเช่น ดาวเคราะห์น้อย 2012 DA14 ซึ่งเป็นก้อนวัตถุขนาด 150 ฟุตหรือประมาณ 45 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 130,000 ตัน มีการโคจรอยู่ในอวกาศและมีแนวเคลื่อนตัวผ่านโลกเป็นระยะใกล้ที่สุดในระดับความสูงราว 27,000 กิโลเมตร องค์การนาซ่าประเมินว่าดาวเคราะห์น้อย 2012 DA 14 นี้จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้โลกโดยเฉลี่ยทุก 40 ปีและจะพุ่งชนโลกในทุก 1,200 ปี แต่ไม่ได้ทำอันตรายต่อโลกเนื่องจากมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับอุกกาบาตที่พุ่งชนโลกที่ประเทศรัสเซียเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา จากสถิติของสมาคมอุกกาบาต (The Meteoritical Society) ระบุว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีอุกกาบาตตกใส่โลกแล้วไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นลูก โดยที่ตกในทวีปแอนตาร์กติกา 2.4 หมื่นลูก ตกในทะเลทรายซาฮารา 4 พันลูก และตกในที่อื่นๆ อีกกว่า 2 พันลูก จากเหตุการณ์ที่อุกกาบาตพุ่งชนโลกในประเทศรัสเซีย ได้จุดกระแสความตื่นกลัวเรื่องอุกกาบาตพุ่งชนโลกว่าไม่ได้เป็นเรื่องหลอกเด็กหรือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป สมมติฐานเกี่ยวกับการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์จากการที่อุกกาบาตพุ่งชนโลกเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้วได้ถูกนำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้อย่างละเอียดว่าอาจจะมีความเป็นไปได้สูงมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเอาข้อมูลหรือหลักฐานภาพหลุมบนพื้นโลกที่เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตที่เรียกว่า เครเตอร์ (Crater) จากโครงการเอสอาร์ทีเอ็ม (Shuttle Radar Topography Mission : SRTM) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานขององค์การนาซาที่ได้เปิดเผยหลุมอุกกาบาตใหญ่ คือ หลุมแบริงเยอร์ (Barringer Crater) ในมลรัฐอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา มีขนาดความกว้าง 1,250 เมตร ลึก 174 เมตรหรือมีขนาดเท่ากับตึก 40 ชั้น ซึ่งเกิดจากอุกกาบาตเหล็กน้ำหนักประมาณ 1 ล้านตัน เส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เมตรที่พุ่งเข้าชนโลกเมื่อประมาณ 20,000 ปีก่อน และหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์กว้างประมาณ 180 กิโลเมตรที่ชื่อ หลุมชิคซูลับ (Chicxulub Crater) บริเวณคาบสมุทรในประเทศเม็กซิโก ทำให้ความเชื่อที่ว่าอุกกาบาตทำให้บรรดาไดโนเสาร์สูญพันธุ์มีความเป็นไปได้สูงมาก แต่ในรายงานดังกล่าวได้อธิบายไว้ว่าไดโนเสาร์ไม่ได้ตายเพราะถูกอุกกาบาตพุ่งเข้าชนโดยตรง แต่เป็นเพราะมีฝุ่นควันปกคลุมนานกว่า 3 ปีทำให้ไดโนเสาร์ล้มตายจากการขาดอากาศและขาดแคลนอาหาร จนสูญพันธุ์ไปในที่สุด
          ปัจจุบันได้มีแนวคิดเกี่ยวกับการป้องกันภัยภิบัติจากการพุ่งชนของอุกกาบาตจากนอกโลก โดยมีสถาบันด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์ระดับนานาชาติหลายแห่งพยายามพัฒนางานวิจัยด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอาวุธที่สามารถทำลายวัตถุจากนอกโลกที่จะพุ่งเข้าชนโลกของเรา เช่น อุกกาบาต ดาวเคราะห์ ดาวหาง เป็นต้น โดยโครงการที่น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ การพัฒนาจรวดนำวิถีข้ามทวีปที่มีการบรรจุหัวนิวเคลียร์ไว้ภายในเพื่อช่วยเพิ่มพลังในการยิงให้อุกกาบาตแตกกระจายหรือยิงเพื่อเปลี่ยนวงโคจรของอุกกาบาตไม่ให้วิ่งพุ่งเข้าหาโลกมนุษย์ ผู้เขียนจึงได้แต่ภาวนาให้โครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นก่อนที่จะมีอุกกาบาตลูกใหม่พุ่งเข้ามาชนโลกซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นเมื่อไร

เอกสารอ้างอิง
ดาวเคราะห์น้อย 2012 DA14 เฉียดโลก. http://www.narit.or.th/index.php? วันที่สืบค้นข้อมูล 2 มีนาคม 2556.
อุกกาบาตถล่มโลก-พุ่งชนรัสเซียยับ. เข้าถึงได้จาก http://www.khaosod.co.th/view_news.php? วันที่สืบค้นข้อมูล 1 มีนาคม 2556.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000