สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 เปลี่ยนท่า หน้ามืด
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6539 Posts

Posted - 28 Oct 2015 :  11:42:23  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2559


เปลี่ยนท่า หน้ามืด
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ สุมนวงศ์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


          สวัสดีคะท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดี ชีวีมีสุข” โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วันนี้ขอเสนอเรื่อง “เปลี่ยนท่า หน้ามืด” เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงเคยมีประสบการณ์นี้ เมื่อต้องลุกขึ้นนั่ง หรือยืนอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะหลังตื่นนอน หรือเมื่อเปลี่ยนท่าจากท่านอนเป็นท่านั่งหรือยืน จะมีอาการหน้ามืด คล้ายเป็นลม ซึ่งเราเรียกอาการนี้ว่า “ภาวะความดันเลือดต่ำจากการเปลี่ยนท่า”
ในคนปกติ เมื่อลุกขึ้นยืน เลือดจะไปคั่งที่เท้า ทำให้ปริมาตรของเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายลดลง ร่างกายจะเกิดการปรับตัวโดยอัตโนมัติ ทำให้หลอดเลือดแดงหดตัวทันที เพื่อให้ความดันเลือดอยู่ในภาวะปกติ แต่สำหรับบางคน การปรับตัวนี้ไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ต้องนอนอยู่บนเตียงหรือจำกัดการเคลื่อนไหวอยู่บนเตียง เมื่อมีการเปลี่ยนท่าจึงเกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนคล้ายเป็นลมชั่วขณะ เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ภาวะที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า “ภาวะความดันเลือดต่ำจากการเปลี่ยนท่า” ซึ่ง เป็นภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงของค่าความดันเลือดหรือความดันโลหิตเนื่องจากการเปลี่ยนท่านั่นเอง โดยจะพบอาการนี้ได้ตั้งแต่มีการจำกัดการเคลื่อนไหวอย่างน้อย 2-3 วัน จนถึงเป็นสัปดาห์
          สาเหตุที่เกิดภาวะความดันเลือดต่ำจากการเปลี่ยนท่านี้ก็เนื่องจากบาโรรีเซพเตอร์ (Baroreceptor) ในร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ในการควบคุมความดันของเลือด ซึ่งเป็นผลจากแรงภายนอกคือ แรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ปริมาณเลือดที่ไหลกลับสู่หัวใจเปลี่ยนแปลงชั่วคราว และรีเฟล็กซ์จะถูกกระตุ้นให้ทำงานทันทีโดยมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของหลอดเลือด การเต้นของหัวใจ และความแรงของการบีบตัวของหัวใจ ขณะที่เปลี่ยนท่าจากท่านอนเป็นท่านั่งหรือศีรษะสูง เลือดที่อยู่ส่วนบนของร่างกายจะไหลลงสู่ส่วนล่างของร่างกายตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ความดันเลือดต่ำลง มีการกระตุ้นบาโรรีเซพเตอร์เพื่อให้ปรับสมดุลของร่างกายก็จะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ
          แต่หากบาโรรีเซพเตอร์นี้ไม่ได้ถูกกระตุ้นเป็นเวลานานเนื่องจากการนอนนานๆ ทำให้บาโรรีเซพเตอร์รู้สึกเฉื่อยชาและทำงานไม่มีประสิทธิภาพ แล้วการนอนอยู่บนเตียงโดยไม่มีการเคลื่อนไหวจะมีการสูญเสียแรงตึงตัวของกล้ามเนื้อ จากการไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานาน ทำให้ความสามารถในการช่วยกดรัดหลอดเลือดเพื่อไล่เลือดดำจากส่วนล่างของร่างกายกลับสู่หัวใจลดลง เมื่อเลือดดำกลับสู่หัวใจจากส่วนล่างของร่างกายน้อยลงก็ทำให้ปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจใน 1 นาทีลดลง เลือดที่ไปเลี้ยงสมองก็ไม่เพียงพอจึงเกิดภาวะความดันเลือดต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการวิงเวียน เป็นลม หน้ามืด ตาพร่า ปวดศีรษะ อาจพบอาการเจ็บหน้าอกเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความดันซิสโตลิกลดลงมากกว่า 25 มิลลิเมตรปรอท หรือ 20-30 มิลลิเมตรปรอท ความดันไดแอสโตลิกลดลงมากกว่า 10-20 มิลลิเมตรปรอท อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มมากกว่า 25 ครั้งต่อนาที ภาวะนี้จะเกิดขึ้นภายใน 30-60 วินาที ภายหลังจากการเปลี่ยนท่า โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไปจะพบภาวะนี้ได้บ่อยถึง 20%
          ภาวะความดันเลือดต่ำจากการเปลี่ยนท่า ที่พบนอกจากพบในรายที่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวแล้วยัง พบได้ในรายที่มีอาการขาดน้ำ จากอาการไข้ อาเจียน ท้องเสียอย่างรุนแรง หรือในรายที่การออกกำลังกายหนักมากจนสูญเสียเหงื่อออกมากเกินไป รายที่มีปัญหาโรคหัวใจ เช่นรายที่มีการเต้นของหัวใจช้ากว่าปกติ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจล้มเหลว เป็นต้น พบในรายที่มีปัญหาของต่อมไร้ท่อ เช่น ต่อมไทรอยด์หรือต่อมหมวกไตทำงานไม่มีประสิทธิภาพ สามารถพบได้ในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณการควบคุมความดันเลือดเสียการทำงานจากพยาธิสภาพของโรค รายที่มีความผิดปกติของระบบประสาทเช่นโรค พาร์กินสัน โรคปลายประสาทอักเสบ อาจพบได้ในรายที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยารักษาความดันโลหิตสูง ยานอนหลับ ยารักษาโรคจิตบางชนิด เป็นต้น
          สำหรับแนวทางการรักษาในรายที่มีอาการมาก แพทย์จะทำการรักษาสาเหตุหากทราบชัดเจน เช่น ภาวะขาดน้ำหรือเสียเลือด ก็ให้น้ำเกลือหรือเลือดทดแทน ถ้าเกิดจากยาก็ปรับการใช้ยาให้เหมาะสม เช่น ลดขนาดยาความดันโลหิต เวลาจะอมยาในกลุ่มลดความดันโลหิตก็ควรนั่งลงอย่าเพิ่งลุกขึ้นยืน แต่ถ้าตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจน ต้องทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมต่อไป แต่อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เราสามารถป้องกันได้คะ วิธีการป้องกันก็ไม่ยากคะ ได้แก่
          1. กระตุ้นให้ผู้ป่วยออกกำลังขาทั้งสองข้างในรายที่ไม่มีข้อห้าม เพื่อส่งเสริมให้กล้ามเนื้อของขามีความตึงตัวที่ดี
          2. กระตุ้นให้ผู้ป่วยพลิกตะแคงตัวบ่อยๆ โดยเฉพาะในรายที่ต้องนอนอยู่บนเตียงนาน ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และการทำงานของบาโรรีเซพเตอร์ หรือจัดท่านอนในท่าศีรษะสูงเล็กน้อยแทนการนอนราบ
          3. สอนการลุกนั่งอย่างถูกวิธี ซึ่งควรเตรียมผู้ป่วยโดยค่อยๆ ไขหัวเตียงให้สูงประมาณ 45 องศา และคงไว้จนไม่มีอาการของความดันเลือดต่ำจากการเปลี่ยนท่า แล้วจึงไขหัวเตียงขึ้น 90 องศา และคงไว้จนไม่มีอาการ แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอน
          4. แนะนำให้ผู้ป่วยลุกออกจากเตียงอย่างถูกวิธี และควรหลีกเลี่ยงในเวลาเช้ามืด เนื่องจากเวลานั้นบาโรรีเซพเตอร์ยังมีความเฉื่อยต่อการกระตุ้นภายหลังจากช่วงนอนพักในเวลากลางคืน
          5. ควรดื่มน้ำมาก ๆ วันละ 2 – 2.5 ลิตร หรือเพิ่มอาหารเค็ม โดยบริโภคเกลือวันละประมาณ 8 กรัมในรายที่ไม่มีข้อห้าม งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ความดันโลหิตต่ำลง หลังรับประทานอาหารแล้วควรนั่งพักก่อนโดยเฉพาะผู้สูงอายุอย่าเพิ่งเปลี่ยนท่าทันที
“เปลี่ยนท่า หน้ามืด” หรือ “ภาวะความดันเลือดต่ำจากการเปลี่ยนท่า” ไม่ใช่โรคและเราสามารถป้องกันได้คะ แล้วพบกับเรื่องราวของสุขภาพดี ชีวีมีสุข จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โอกาสหน้านะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีคะ

บรรณานุกรม
พวงทอง ไกรพิบูลย์. (มปป.). ความดันโลหิตต่ำ (Hypotension). สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2558 เข้าถึงที่ http://haamor.com/th/ความดันโลหิตต่ำ/
วชิราภรณ์ สุมนวงศ์. (2546). แนวคิดการจำกัดการเคลื่อนไหว . เอกสารประกอบการสอนรายวิชา การ พยาบาลผู้ใหญ่ 2. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
โรงพยาบาลบางประกอก 1. (2011). ความดันตกในท่ายืน(Postural hypotension). สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2558 เข้าถึงที่ http://www.bangpakok1.com/article/311/ความดันตกในท่ายืน%20%20(postural%20hypotension)
สันต์ ใจยอดศิลป์. (2553). ความดันตกจากการเปลี่ยนท่าร่าง (orthostatic hypotension). สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2558 เข้าถึงที่ http://visitdrsant.blogspot.com/2010/09/orthostatic-hypotension.html
H. Lahrmann, et al. (2011).CHAPTER 33 :Orthostatic hypotension. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2558 เข้าถึงที่ http://www.eaneurology.org/fileadmin/user_upload/guidline_papers/ EFNS_guideline_2011_Orthostatic_hypotension.pdf
LeMone, P (Ed.).(2011). Medical –surgical nursing: critical thinking in client care . Australia : Midland Typesetters .
Mayo clinic. (2014). Diseases and Conditions : Orthostatic hypotension (postural hypotension) . สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2558 เข้าถึงที่ http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/orthostatic-hypotension/basics/symptoms/con-20031255
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.06 seconds. Snitz Forums 2000