สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 การปนเปื้อนของสารปรอทในสัตว์ทะเล
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6500 Posts

Posted - 25 Aug 2004 :  11:01:35  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
การปนเปื้อนของสารปรอทในสัตว์ทะเล

รองศาสตราจารย์บัญญัติ สุขศรีงาม
ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์





ปรอทเป็นโลหะหนักที่มีการปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก โดยได้มาจากของเสียของ
โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ใช้สารปรอทในขบวนการผลิต เช่น ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางเคมีในการผลิตพลาสติกและใยสังเคราะห์ การผลิตก๊าซคลอรีนและโซเดียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น และเข้าปนเปื้อน
ในแหล่งน้ำโดยเฉพาะน้ำทะเล เพราะทะเลเป็นแหล่งสะสมของเสียแหล่งสุดท้ายของมนุษย์ ทำให้สัตว์น้ำต่างๆ ได้รับสารปรอทนี้ด้วยและเก็บสะสมสารปรอทไว้ในตัวเป็นจำนวนมาก เมื่อนำสัตว์น้ำมารับประทานจึงมีโอกาสได้รับสารปรอทเข้าสู่ร่างกายที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นใน
สหรัฐอเมริกาและฮ่องกง ดังนี้
1. สหรัฐอเมริกา
ในสหรัฐอเมริกาแต่ละปีจะมีหญิงตั้งครรภ์จำนวนมากและหญิงตั้งครรภ์เหล่านี้นิยมรับประทานปลาทูน่าเพราะให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อร่างกายแม่และทารก แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการนำปลาทูน่ามาตรวจวิเคราะห์แล้วพบว่ามีปริมาณสารปรอทค่อนข้างมาก ต่อมาคณะกรรมการอาหารและยาของ
สหรัฐอเมริกาได้ออกมาประกาศเตือนหญิงตั้งครรภ์ให้ลดการรับประทานปลาทูน่าเนื่องจากสารปรอทในปลาทูน่ามีปริมาณมากพอที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ นอกจากนี้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ
สหรัฐอเมริกาได้ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้มีประกาศให้ปลาทูน่าเป็นปลาที่ห้ามหญิงตั้งครรภ์รับประทาน เพื่อมิให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่คณะกรรมการอาหารและยาขอให้รอผลการตรวจสอบยืนยันจากการวิจัยของหน่วยงานต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง
ตามปกติแล้วปลาทูน่าเป็นปลาที่หญิงมีครรภ์นิยมรับประทานกันมาก เพราะมีกรดไขมันโอเมกา-3 จำนวนมาก แต่การที่พบว่าปลาทูน่ามีสารปรอทปนเปื้อนจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยไว้ก่อน
ด้วยการขอให้หญิงมีครรภ์ลดการรับประทานปลาทูน่า แต่รับประทานปลาชนิดอื่นๆทดแทนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 340 กรัมหรือรับประทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ในขณะนี้มีผู้หญิงชาวอเมริกันในวัย
เจริญพันธุ์ (ซึ่งเป็นวัยที่สามารถตั้งครรภ์ได้) ร้อยละ 8 ที่มีปริมาณสารปรอทในเลือดในระดับที่เป็นอันตราย ถ้าหากหญิงเหล่านี้ตั้งครรภ์ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ทารกพิการได้ ทั้งนี้สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
สหรัฐอเมริกาได้ประมาณว่าในแต่ละปีจะมีทารกแรกเกิดในสหรัฐอเมริกาประมาณ 60,000 คนที่มีความเสี่ยงต่อความพิการจากพิษของสารปรอทที่ได้รับจากแม่ในระหว่างตั้งครรภ์
2. ฮ่องกง
ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีลักษณะเป็นเกาะ จึงมีอาหารทะเลจำหน่ายอย่างแพร่หลายและทำให้ประชากรของฮ่องกงส่วนมากนิยมรับประทานอาหารทะเลไปด้วย แต่เนื่องจากทะเลมักมีการปนเปื้อนของสารเคมีต่างๆ อยู่ด้วย ทำให้ต้องมีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหารทะเลอยู่เสมอๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ในการรับประทานอาหารทะเล
เมื่อไม่นานมานี้ ดร.คริสติน ฉ่อย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยของฮ่องกงได้รายงานผลการศึกษา
การเป็นหมันกับปริมาณสารปรอทในร่างกายโดยใช้กลุ่มตัวอย่างสามีและภรรยาที่เป็นหมันจำนวน 157 คู่ กับสามีและภรรยาที่ไม่เป็นหมัน (มีลูก) จำนวน 26 คู่ แล้วนำไปหาปริมาณสารปรอทในเลือดพบว่าในคู่สามีและภรรยาที่เป็นหมันนั้น สามีที่เป็นหมันร้อยละ 35 และภรรยาที่เป็นหมันร้อยละ 23 จะมีสารปรอท
ในร่างกายค่อนข้างสูง สารปรอทเหล่านี้ชาวฮ่องกงได้รับมาจากการรับประทานอาหารทะเล กล่าวคือ
สารปรอทที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมต่างๆ มักเกิดมาจากมลพิษของอุตสาหกรรมและจะเข้าสะสมในทะเลเป็นแหล่งสุดท้าย ทำให้ปลาและสัตว์น้ำในทะเลกลายเป็นแหล่งสะสมสารปรอทไว้ด้วย ปลาทะเลที่มีอายุยืนยาว (เช่นปลาฉลามและปลาฉนาก) ก็จะมีสารปรอทค่อนข้างมาก เมื่อรับประทานปลาเหล่านี้เข้าไป
ก็จะมีโอกาสได้รับสารปรอทและสารปรอทเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นหมันได้ทั้งหญิงและชาย นอกจากนี้
ได้มีการศึกษาปริมาณสารปรอทในร่างกายของนักเรียนมัธยมในฮ่องกงมากกว่า 900 คน พบว่าร้อยละ 10 ของนักเรียนเหล่านี้มีปริมาณสารปรอทตกค้างสูงกว่าระดับมาตรฐาน ซึ่งยังไม่ทราบว่าได้รับสารปรอท
มาจากแหล่งใด แต่เชื่อว่าน่าจะมาจากการรับประทานปลาบางชนิดที่มีสารปรอทตกค้างในปริมาณมาก เช่น ปลาทูน่า ปลาฉลากและปลาฉลาม ดังนั้นจึงได้มีประกาศเตือนนักเรียนมัธยมและประชาชนให้ระมัดระวังในการรับประทานปลาทะเลดังกล่าวแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับสารปรอท
สารปรอทเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะแพร่กระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายทางกระแสเลือดและร่างกายจะดูดซึมสารปรอทไว้และเก็บสะสมในประสาทส่วนกลางจึงทำลายเซลล์ประสาทที่ควบคุมการมองเห็นและความนึกคิดต่างๆ สามารถผ่านจากมารดาได้ทางรกและแพร่กระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายทารกได้ง่าย โดยที่สมองและเซลล์เม็ดเลือดแดงของทารกจะเก็บสะสมสารปรอทไว้ได้มากกว่าส่วนอื่นๆ จึงเข้าทำลายสมองและเซลล์ประสาทอื่นๆ รวมทั้งเซลล์
เม็ดเลือดแดงของทารกได้มากกว่า ดังนั้นสารปรอทนับว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ทารกเสียชีวิตหรือพิการได้ ส่วนผู้ที่ได้รับสารปรอทไม่มากนักจะทำให้มีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เช่น ริมฝีปากและลิ้นสั่น ร่างกายซีดผอม อ่อนเพลีย เป็นต้น ตามปกติแล้วประชาชนไม่สามารถทราบได้ว่าอาหารชนิดใดมีสารปรอทปนเปื้อนหรือไม่และปนเปื้อนมากน้อยเพียงใด แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ควรจะได้มีการตรวจสอบอาหารต่างๆ (โดยเฉพาะอาหารทะเล) จากแหล่งน้ำต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งน้ำ
ในพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อจะได้ทราบว่ามีการปนเปื้อนของสารปรอทหรือไม่ แล้วประกาศให้ประชาชน
ได้ทราบ ถ้าหากพบว่าสัตว์ทะเลหรือสัตว์น้ำที่ตรวจสอบมีการปนเปื้อนของสารปรอทจะทำให้ประชาชน
ได้หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นอันตรายเหล่านี้เป็นการช่วยให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากอันตรายของ
สารปรอทด้วยครับ

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000