สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 บัวบก...สมุนไพรหลากประโยชน์
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 06 Jun 2018 :  12:15:40  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2561


บัวบก...สมุนไพรหลากประโยชน์
ผศ.สุดสายชล หอมทอง


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีครับท่านผู้ฟังที่เคารพรักวันนี้มีเรื่องราวของผักพื้นบ้านหรือสมุนไพรพื้นบ้านที่ท่านรู้จักและคงเคยรับประทานกันทุกคนนั่นก็คือ บัวบกนั่นเอง สำหรับเจ้าบัวบกนี้ส่วนใหญ่เรามักจะรับประทานเป็นผักแกล้มกับน้ำพริก ลาภ ส้มตำ ซุปหน่อไม้ หรือนำมาทำเป็นน้ำใบบัวบกรับประทานกัน แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าประโยชน์ของบัวบกนั้นมีมากมายเกินกว่าที่ท่านจะคิด ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับบัวบกกันก่อนนะครับ บัวบกมีชื่อท้องถิ่นอีกหลายชื่อตามท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ภาคกลางเรียกว่า ผักหนอก ภาคเหนือและภาคตะวันออก เรียกว่าผักแว่น จังหวัดลำปางเรียกจำปาเครือ หรือกะบังนอก ภาคใต้เรียกผักหมอกช้าง สำหรับชื่อทางวิทยาศาสตร์บัวบกมีชื่อว่า เซนเทลล่า เอเซียทิคา (ลินน์) เออแบน Centella asiatica (Linn.) Urban บัวบกเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ขึ้นรวมกันเป็นกอติด ๆ กัน และเลื้อยไปตามพื้นดิน เรียกว่า “ไหล” มีใบและรากออกตามข้อของไหล ข้อละ 2-10 ใบ ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว มีรูปร่าง ค่อนข้างกลม หรือมีลักษณะคล้ายไต ขอบใบหยัก มีรอยเว้าลึกที่ฐานใบ ซึ่งอยู่ติดกับก้านซึ่งยาวแตกออกมาจากไหล ผิวด้านนอกเรียบ ด้านล่างมีขนสั้น ๆ ดอกออกเป็นช่อคล้ายร่มเดี่ยวๆ หรือมี 2-5 ช่อ ช่อหนึ่งมักมี 3-4 ดอก ก้านช่อดอกเมื่อแรกตั้งตรง ต่อไปจะโค้ง ริ้วประดับมี 2-3 ใบ กลีบดอกมีสีม่วงเข้ม มี 5 กลีบ สำหรับผลมีเปลือกแข็งยาว 2-2.5 มิลลิเมตร มีสีเขียว หรือสีม่วง บัวบกเป็นพืชในเขตร้อน จะพบได้ทั่วไปในที่ลุ่มชื้นแฉะ โดยเฉพาะตามคันนา ในทุ่งนา และตามริมหนองน้ำต่าง ๆ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ปักชำไหลก็สามารถขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะในที่ชื้นแฉะ และที่แสงแดดส่องทั่วถึงตลอด
         คุณประโยชน์ของบัวบกนั้นมีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและมีสรรพคุณทางยา สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของบัวบกนั้นประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามิน เอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซีน และวิตามินซี ในส่วนของสรรพคุณทางยานั้นมีมากมายดังนี้ 1.มีฤทธิ์สมานแผล จากการศึกษาโดยให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานสารสกัดบัวบกในรูปแคปซูลวันละ 6 แคปซูล เป็นเวลา 21 วัน พบว่า กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับบัวบกมีการสมานแผลและรอยแผลในผู้ป่วยดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม และไม่พบอาการข้างเคียงใดๆ นอกจากนี้มีรายงานว่าครีมสารสกัดบัวบกเข้มข้นร้อยละ 0.25-1 จะช่วยรักษาและสมานผิวหนังในผู้สูงอายุ และช่วยรักษาแผลอักเสบและแผลแยกหลังผ่าตัดในผู้ป่วย และลดขนาดแผลเรื้อรังที่เกิดจากอุบัติเหตุได้ รวมทั้งมีรายงานว่าเมื่อมีการใช้ครีม ขี้ผึ้งและเจลที่มีสารสกัดด้วยน้ำจากบัวบกร้อยละ 5 ทาที่แผลของหนูขาว พบว่าช่วยสมานแผลในเยื่อบุผิว เพิ่มการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ 2.มีฤทธิ์ลดการอักเสบ มีรายงานว่าเมื่อนำผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ได้แก่ สบู่เหลวล้างหน้าและตัว โลชั่น และซีรั่มทาผิว ที่มีสารสกัดบัวบกผสมอยู่ร้อยละ 1-3 มาทดลองใช้กับผู้ป่วยที่มีผิวหนังอักเสบเรื้อรัง พบว่าสามารถลดการอักเสบของผิวหนังได้ ในปัจจุบันมีการจดสิทธิบัตรสารสกัดบัวบกสำหรับใช้ในเครื่องสำอางและใช้เป็นยาลดการอักเสบ และตำรับยารับประทานซึ่งมีบัวบกเป็นส่วนประกอบ เพื่อใช้รักษาการอักเสบของไตและกรวยไต กระเพาะปัสสาวะ และทางเดินปัสสาวะ 3. ช่วยลดอาการแพ้ได้ โดยมีรายงานพบว่าสารสกัดใบบัวบกด้วยแอลกอฮอล์ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:1 ใช้ทาภายนอกจะสามารถลดการแพ้ได้ และช่วยลดการอักเสบเนื่องจากแมลงกัดต่อยได้ 4.มีฤทธิ์แก้ปวด สารสกัดด้วยเอทานอลจากใบและจากทั้งต้น มีฤทธิ์แก้ปวด เมื่อทดสอบในหนูแรทและหนูเม้าส์ 5. มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยสารสกัดจากส่วนราก ใบและส่วนเหนือดิน รวมทั้งน้ำมันหอมระเหยจากบัวบก มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด เช่น บาซัลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) เอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli) โปรเตียส วูลกาลิส (Proteus vulgaris) 6. มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา โดยสารสกัดเอทานอลจากทั้งต้น มีผลต้านเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกลาก ส่วนน้ำมันหอมระเหยจะมีฤทธิ์ต้านเชื้อราและยีสต์หลายชนิดเช่นแอสเปอร์จิลัส ไนเจอร์ (Aspergillus niger) ไรโซปัส โอไรเซ (Rhizopus oryzae) แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans) 7.ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งจากการทดสอบในหนูแรทพบว่า สารสกัดด้วยเอทานอล และสารสกัดด้วยน้ำจากทั้งต้นและจากใบ มีฤทธิ์รักษาแผลในกระเพาะอาหารในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารด้วยความเครียดและกรดเกลือ และยังสอดคล้องกับการทดลองในคนที่รับประทานสารสกัดจากบัวบก พบว่าช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้
         นอกจากสรรพคุณที่กล่าวไปข้างต้นแล้วบัวบกในตำราไทยระบุสรรพคุณของบัวบกโดยใช้ทั้งต้นดังนี้ แก้ช้ำใน บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ขับปัสสาวะ เป็นยาขจัดเลือดเสีย และที่สำคัญการบริโภคบัวบกจะช่วยบำรุงสมอง ทั้งช่วยซ่อมแซมสมองส่วนที่ถูกทำลายไปแล้วให้ดีขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้สมองส่วนที่ยังปกติดีอยู่นั้นถูกทำลายลง และในงานวิจัยในระดับสัตว์ทดลอง พบว่า ทำให้มีความคิดอ่านและโรคอัลไซเมอร์ในสัตว์ทดลองดีขึ้นได้ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานและยังช่วยควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ซึ่งมาถึงตรงนี้แล้วท่านผู้ฟังจะเห็นได้ว่าบัวบกนั้นมีประโยชน์มากมายหลายประการเป็นทั้งอาหารและสมุนไพรที่อยู่ใกล้ตัวเรามากๆ ซึ่งบัวบกนี้ท่านผู้ฟังทราบไหมว่าเป็นสมุนไพรยอดนิยมของชาวตะวันตกนะครับ และในปี พ.ศ. 2554 ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาตินั้นบัวบกก็ถูกคัดเลือกให้เป็นสมุนไพรเด่นแห่งปีเลยนะครับ ดังนั้นบัวบกจึงเป็นพืชผักสมุนไพรไทยที่มีคุณค่าสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งป้องกันโรค ทั้งส่งเสริมแก้ไขให้แข็งแรงไม่หลงไม่ลืม ไม่เป็นอัลไซเมอร์ได้ง่ายด้วย คนไทยหรือท่านผู้ฟังทุกท่านจึงไม่ควรมองข้าม มันไปนะครับ

เอกสารอ้างอิง
กนิษฐ์. ๒๕๕๔. ประโยชน์จากใบบัวบก.วันที่เข้าถึงข้อมูล ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘. เข้าถึงได้จาก
http://www.oknation.net/blog/kanis/2011/08/08/entry-1
ประนอม ใจอ้าย. ๒๕๕๘. บัวบก...สมุนไพรต้านภัยโรคอัลไซเมอร์. น.ส.พ.กสิกร. ๘๘(๓), ๓๙-๔๓
ปีติ พูนไชยศรี. ๒๕๕๔. น้ำสมุนไพร..ใบบัวบก. จุลสารสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพออนไลน์
สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุขโขทัยธรรมาธิราช ฉบับที่ ๒. วันที่เข้าถึงข้อมูล ๑๘
พฤศจิกายน ๒๕๕๘. เข้าถึงได้จาก http://www.stou.ac.th/Schools/Shs/booklet/
book542/health.html
มหาวิทยาลัยมหิดล.๒๕๕๘. บัวบก. วันที่เข้าถึงข้อมูล ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘. เข้าถึงได้จาก
http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/centella.html

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.11 seconds. Snitz Forums 2000