สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 โรคคลั่งผอม
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6354 Posts

Posted - 12 Dec 2018 :  14:31:46  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


โรคคลั่งผอม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ สุมนวงศ์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังรายการสุขภาพดี ชีวีมีสุข วันนี้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ขอเสนอเรื่อง โรคคลั่งผอม หรือโรคกลัวอ้วน ทางการแพทย์เรียกว่า อะนอเรกเซีย เนอร์โวซา (Anorexia nervosa) เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะมีภาวะบกพร่องของพฤติกรรมการกิน ร่วมกับมีความผิดปกติทางจิตที่คิดว่าร่างกายของตัวเองอ้วนอยู่เสมอ โรคคลั่งผอมนี้พบได้ประมาณร้อยละ 0.5-1.8 ของประชากร มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นประมาณ 5-10 รายต่อประชากร 1 แสนคน จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายโดยพบได้ถึงร้อยละ 90 – 95 มักเริ่มตอนวัยรุ่นโดยเฉลี่ยจะเริ่มเป็นเมื่ออายุ 17 ปี พบได้ในช่วงอายุระหว่าง 13 – 30 ปี ผู้ป่วยจะมีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วประมาณร้อยละ 15 ของน้ำหนักตัวเดิม
         ในที่นี้ขอเรียก“โรคคลั่งผอม” แทนโรคอะนอเรกเซีย เนอร์โวซา เพื่อผู้ฟังจะได้เข้าใจได้ง่าย และยังเป็นชื่อที่บอกลักษณะของโรคได้อย่างชัดเจนและเห็นภาพ โรคคลั่งผอมนี้เป็นโรคที่ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยการลด เลี่ยง จนถึงปฏิเสธการรับอาหารใด ๆ เพราะมีความผิดปกติทางจิตที่คิดว่า รูปร่างของตัวเองอ้วน ทั้ง ๆ ที่บางคนไม่ได้อ้วน แต่คิดและเครียดอยู่ตลอดว่าอ้วนจึงนำไปสู่การต้องการลดน้ำหนัก เพื่อให้ได้รูปร่างที่ผอมเพียว จนกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
         โรคคลั่งผอมนี้มีสาเหตุทั้งจากความผิดปกติทางกาย ได้แก่ ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เช่น การที่ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงกว่าปกติ การทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ หรือต่อมที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับฮอร์โมนเพศลดลง ระบบการเผาผลาญน้ำตาลของร่างกายผิดปกติ บางรายเกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารหรือความผิดปกติของสมอง ส่วนอีกสาเหตุคือ สาเหตุทางจิตใจ โดยเกิดจากความกังวัลเกี่ยวกับรูปร่างของตนเอง ซึ่งพบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น โดยวัยรุ่นกลุ่มนี้จะพยายามบังคับตัวเองไม่ให้รับประทานอาหาร ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มักมีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์แบบ ย้ำคิดย้ำทำ ขาดทักษะในการใช้ชีวิตในสังคม มีปัญหาความขัดแย้งในจิตใจเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่มีค่า มักทำตามความคาดหวังของผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับจึงเกิดจากการมองภาพตนเองบิดเบือน มองเห็นสัดส่วนร่างกายอ้วนไป บางรายพบปัจจัยที่เกี่ยวกับครอบครัวที่ถูกเลี้ยงดูแบบใกล้ชิด หรือปกป้องมากเกินไป ส่วนปัจจัยทางสังคมที่สำคัญที่สัมพันธ์กับโรคคลั่งผอมนี้ได้แก่ ค่านิยมยึดติดอยู่กับความผอมบาง ต้องการสวย เชื่อว่าผู้หญิงผอมคือผู้หญิงสวย คิดว่าคนอ้วนเป็นคนที่ดูแลตนเองไม่ดี หรือคิดว่าคุณค่าวัยรุ่นขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาที่น่ารักหรือหุ่นดี บางรายพบโรคคลั่งผอมร่วมกับโรคซึมเศร้า ไปจนถึงโรคจิตอื่น ๆ เช่น มีความย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวกับความอ้วน โรคหลงผิดคิดว่าอาหารเป็นพิษ เป็นต้น
         ผู้ป่วยโรคคลั่งผอมจะพยายามทุกวิถีทางในการลดน้ำหนักของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับประทานอาหาร หรือรับในปริมาณเพียงเล็กน้อย การออกกำลังกายอย่างมาก ๆ เพื่อเผาผลาญพลังงาน การใช้ยาระบายเพื่อขับถ่ายอาหารที่รับประทานเข้าไปให้ออกมาให้มากที่สุด ไปจนถึงการใช้ยาลดความอ้วนปริมาณมากหรือหลายยี่ห้อ เพื่อให้น้ำหนักลดลงตามที่เข้าใจว่าจะได้รูปร่างที่ผอมเพียวสวยงาม ผู้ป่วยจะปฏิเสธว่าไม่หิว ไม่อยากอาหาร ไม่ได้ป่วยและสบายดี จะไม่สามารถแยกแยะความหิว จะคิดอยู่เสมอว่าไม่หิว หรือความหิวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ๆ แต่แท้ที่จริงแล้วผู้ป่วยเหล่านี้ยังคงมีความรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยจิตใจที่สั่งมีอำนาจเหนือร่างกายจึงคิดว่า “ไม่หิว ไม่อยากกิน” คอยแต่จะชั่งน้ำหนักวันละหลาย ๆ ครั้งหรือหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ผู้ป่วยจะหมกมุ่นคิดแต่เรื่องของน้ำหนักตัวและการควบคุมอาหาร ขาดความสนใจสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำงาน การเรียน สัมพันธภาพกับบุคคลอื่นลดลง แยกตัว จนในที่สุดก็จะเกิดความซึมเศร้าตามมา ผู้ป่วยเหล่านี้มักเข้าใจว่า ตนเองไม่ได้ป่วย เพียงแค่ไม่หิวเพื่อรักษารูปร่างที่ต้องการ มีความวิตกกังวลสูง รู้สึกผิดทุกครั้งที่รับประทานอาหารเข้าไป ก่อนจะตัดสินใจรับประทานอาหารมักจะคอยคำนวณเรื่องแคลอรี่หรือพลังงานที่จะได้รับจากอาหาร เริ่มอดอาหารเป็นมื้อ ๆ แม้แต่เวลานั่งรับประทานอาหารก็จะมีพฤติกรรมแปลก ๆ เช่น ตัดหรือหั่นอาหารให้มีชิ้นเล็กที่สุด เขี่ยอาหารไว้รอบ ๆ จานเพื่อเลือกที่จะไม่รับประทานหรือจำกัดปริมาณอาหารให้เหลือน้อยที่สุด ไปจนถึงพยายามอาเจียนเพื่อต้องการเอาอาหารที่รับประทานเข้าไปออกมาหรือคายอาหารออกหลังจากเคี้ยว
         เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปไม่เพียงพอจากโรคคลั่งผอมจะมีผลเสียกับสุขภาพกายและสุขภาพใจ โดยทางกายจะพบว่าน้ำหนักตัวลดลงมากอย่างรวดเร็วประมาณร้อยละ 15 ของน้ำหนักตัวเดิม รูปร่างผอมบาง อ่อนเพลียไม่มีแรง นอนไม่หลับ ผมร่วง ผมหยาบแห้งแตกปลาย ตาลึก แห้ง เยื่อบุตาซีด เยื่อบุในปากซีด แห้งบวม ริมผีปากแห้งแตก บวม แดง เป็นแผลมุมปากหรือปากนกกระจอก ลิ้นเรียบ ซีด มีเลือดออกตามไรฟัน ฟันผุ กล้ามเนื้อลีบ อ่อนแรง ผิวแห้งตกสะเก็ด บวม แผลไม่ติด มีรอยจ้ำ เล็บบางแบนลักษณะคล้ายส้อม ท้องแข็งตึงหรือมานน้ำ ง่วงซึม หงุดหงิด สับสน เวียนศีรษะ อาจรุนแรงถึงหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำ ไม่รู้สึกตัวจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ส่วนผลของโรคคลั่งผอมกับสุขภาพใจจะทำให้อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิด แยกตัว อารมณ์ทางเพศลดลง ในหญิงวัยเจริญพันธุ์จะพบความผิดปกติของประจำเดือนเช่น ปริมาณเลือดประจำเดือนน้อยจนถึงประจำเดือนไม่มาตามปกติ
         ผู้ที่ป่วยเป็นโรคคลั่งผอมควรได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยวิธีการรักษาต้องได้รับการฟื้นฟูด้านอาหารอย่างเพียงพอและถูกต้อง ร่วมกับการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ บางรายอาจต้องให้อาหารทดแทนด้วยสายยางให้อาหารหรืออาหารทางหลอดเลือดดำหากว่าการให้อาหารรับประทานทางปากไม่ได้ผล นอกจากนี้ยังใช้วิธีการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดกับจิตแพทย์ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการช่วยรักษาและฟื้นฟูสภาพให้ผู้ป่วยให้สามารถกลับมามีชีวิตอยู่ได้ตามปกติสุข หากท่านพบเห็นหรือมีคนใกล้ชิดเป็นโรคคลั่งผอมควรพามาพบจิตแพทย์เพื่อได้รับการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที ร่วมกับการรักษาโดยแพทย์ด้านโภชนาการก่อนจะสายเกินไป สำหรับวันนี้เวลาหมดลงแล้ว พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีคะ

บรรณานุกรม
จุฬาภรณ์ รุ่งพิสุทธิพงษ์. Nutrition assessment. . (ออนไลน์), มปป. แหล่งที่มาของข้อมูล https://med.mahidol.ac.th/med/sites/default/files/public/pdf/medicinebook1/Nutrition%20assessment.pdf
.
ยุวศรี ต่ายคำ. โรค ANOREXIA NERVOSA. (ออนไลน์), 2554. แหล่งที่มาของข้อมูล http://biology.ipst.ac.th/?p=921
ปรียานุช แย#63243;มวงษ์. โรคของคนอยากผอม. (ออนไลน์), มปป. แหล่งที่มาของข้อมูล http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/admin/article_files/574_1.pdf
สุวรรณี พุทธิศรี และธีราพร ศุภผล. Interesting Topic เรื่อง Anorexia Nervosa. (ออนไลน์), 2553. แหล่งที่มาของข้อมูล https://med.mahidol.ac.th/ramamental/sites/default/files/ public/pdf/Anorexia%20Nervosa.pdf
ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ. โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa). (ออนไลน์), มปป. แหล่งที่มาของข้อมูล
http://www.bangkokhealth.com/health/article/โรคกลัวอ้วน-Anorexia-Nervosa-1270.
Hinkle, J.L. &Cheever, K.H. (2014). Brunner & Suddarth’s textbook of Medical-Surgical Nursing (13 th ed). Philadelphia : Lippincott William & Wilkin.
Ignatavicius, D.D., & Workman, M.L. (2013). Medical-surgical nursing: Patient-centered collaborative care (7th ed). Philadelphia: W.B. Saunder.
LeMone, P (Ed.).(2011). Medical –surgical nursing: critical thinking in client care Volume 2.
Australia : Midland Typesetters .
Mayo Clinic Staff. Anorexia nervosa. (ออนไลน์), มปป. แหล่งที่มาของข้อมูล https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/anorexia-nervosa/symptoms-causes/syc-20353591
WebMD. Anorexia nervosa. (ออนไลน์), มปป. แหล่งที่มาของข้อมูล https://www.webmd.com/mental-health/eating-disorders/anorexia-nervosa/mental-health-anorexia-nervosa#1
Perry,A.G;Potter,P.A.&Ostendorf,W.R.(2014). Clinical Nursing Skills & Techniques. (8thed.). Missouri: Elsevier Mosby.
Smeltzer, S.C., Bare, B.G., Hinkle, J.L., & Cheever, K.C. (2014). Brunner & Suddarth's textbook Of medical-surgical nursing (12th ed.). Philadelphia: Wolters Kluwer business/ LippincottWilliams & Wilkins.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.06 seconds. Snitz Forums 2000